ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไฟฟ้าพีคอีกเป็นครั้งที่สาม

ไฟฟ้าพีคอีกเป็นครั้งที่3  ชี้ไม่เป็นผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า เร่งรณรงค์ประชาชนร่วมลดใช้ไฟฟ้าช่วงหน้าร้อน

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่17 มีค 59 เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(Peak)ในเวลา 14.54 น. ซึ่งถือเป็นครั้งที่3ของปี2559แล้ว และมีแนวโน้มที่จะเกิดพีคไฟฟ้าขึ้นอีกจึงขอความร่วมมือให้ประชาชน ร่วมมือลดพีคไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อน ที่คาดว่าจะเกิดความต้องการใช้สูงสุดด้วยการปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้  1. ปิด คือปิดไฟที่ไม่จำเป็น 2. ปรับ คือปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาหรือปรับ Fan Mode 3. ปลด คือปลดปลั๊กอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้  และ4.เปลี่ยน คือเปลี่ยนอุปกรณ์มาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ประหยัดพลังงาน โดยกระทรวงพลังงานขอความร่วมมือประชาชนดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 ชั่วโมงของทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00 – 15.00 น. ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม –  30 พฤษภาคม 2559

ทั้งนี้เมื่อวันที่11มี.ค.ที่ผ่านมาในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้รับทราบเกี่ยวกับการการประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak) และแผนการรณรงค์การลดพีคไฟฟ้า โดยคาดว่าในปี 2559 การใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak) จะอยู่ที่ 29,018 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการประมาณการโดยค่า GDP ชุดใหม่ ร้อยละ 2.8 – 3.8 สูงกว่าปี 2558 ที่พีคอยู่ระดับ 27,346 เมกะวัตต์ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดการต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบ กฟผ. จะอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม – กลางเดือนพฤษภาคม 2559

สำหรับพีคครั้งแรกเกิดไปเมื่อวันที่8 มี.ค. 2559 ที่ 26,147 เมกะวัตต์ และครั้งที่2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2559 เมื่อเวลา 19.13 น. พีคอยู่ที่ 26,417.7 เมกะวัตต์

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การเกิดพีคไฟฟ้าจะไม่เป็นผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในส่วนเอฟที เนื่องจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)จะต้องมีการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูง ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ ดังนั้นหากประชาชนให้ความร่วมมือช่วยกันลดพีคไฟฟ้าลงได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูง ซึ่งจะช่วยให้ค่าไฟฟ้าลดลงได้ 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด