ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผอ.สนพ.โพสต์เฟซบุคแจงมีการบิดเบือนข้อเท็จจริงกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ผอ.สนพ.เขียนบทความลงเฟซบุคแจงภารกิจกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เน้นรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ  สนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ  มีคณะกรรมการจากภาครัฐเข้ามากำกับดูแลให้เป็นประตามวัตถุประสงค์  และไม่ได้ใช้เป็นกลไกในการเอื้อกลุ่มทุนพลังงานอย่างที่มีการบิดเบือนในสื่อโซเชียลมีเดีย

ผู้สื่อข่าวจากศูนย์ข่าวพลังงาน- Energy News  Center  รายงานว่าหลังจากที่มีกระแสโจมตีนโยบายของรัฐทางสื่อโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุ้มกลุ่มทุนพลังงาน และทำให้ประชาชนต้องจ่ายเงินซื้อน้ำมันในราคาแพง นั้น ล่าสุดเมื่อวันที่8 ม.ค.2560 นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ก็ได้ใช้ช่องทางสื่อโซเชียล มีเดีย  เฟซบุคTwarath  Sutabutr ในการชี้แจงข้อกล่าวหาที่มีการบิดเบือน ก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกัน โดย เขียนบทความซึ่งเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบทบาทของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยเนื้อหาของบทความในตอนที่ 1   เป็นการสร้างความเข้าใจให้ถูกต้อง เกี่ยวกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกับบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ลดการใช้น้ำมันจากต่างประเทศ รักษาเสถียรภาพของราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ และช่วยเหลือประชาชนไม่ต้องซื้อน้ำมันในราคาที่สูงเกินไป   โดยได้มีการจำแนกเป็นข้อๆให้ลำดับเรื่องได้ง่ายขึ้นดังนี้

1. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มิใช่เพิ่งเกิด หรือเพิ่งมี แต่เป็นกลไกที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นมากว่า 40 ปีแล้ว เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปัจจุบันตั้งขึ้นโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4/2547 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2547 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2547 เป็นโดยอาศัยอำนาจตาม พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อรักษาเสถียรภาพของระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศและป้องกันการขาดแคลน

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายในการรักษาเสถียรภาพระดับราคาขายปลีกน้ำมัน เพื่อช่วยเป็นเสมือน "กันชน" ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันต่อเศรษฐกิจและช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภค ไม่ให้ต้องซื้อน้ำมันในราคาที่สูงเกินไปในยามวิกฤตที่อาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนได้ และต่อมาในปี 2547 นั้นเอง ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ผันผวนขยับตัวสูงขึ้นอย่างมาก กองทุนฯได้มีบทบาทในการจ่ายเงินชดเชยเพื่อชะลอการปรับราคาขายปลีกในประเทศ ประกอบกับราคาเอทานอลที่สามารถผลิตได้จากอ้อย/กากน้ำตาลและมันสำปะหลัง ทีเป็นผลผลิตทางการเกษตรของไทย มีราคาที่ใกล้เคียงกับราคาน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมพลังงานทดแทนโดยน้อมนำผลการทดลองผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจากเอทานอลใน "โครงการหลวงสวนจิตรลดา" มาประยุกต์ใช้ อันจะเกิดประโยชน์ต่อการลดการนำเข้าและส่งเสริมการใช้วัสดุพืชพลังงานในประเทศรวม อันจะมีส่วนยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตรของชาวไร่ชาวนาที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งก็ได้กระทำโดยใช้กลไกการเก็บเงินเข้าและชดเชยเงินจากกองทุนฯ เพื่อให้เกิดส่วนต่างของราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ(แก๊สโซฮอลและไบโอดีเซล) เป็นการจูงใจให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพมากขึ้น ทำให้มีการลงทุนผลิตและแข่งขันกันขายเอทานอลและไบโอดีเซลมากขึ้นด้วย

2. การปรับอัตราการเก็บเงิน หรือชดเชยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นอำนาจของ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน และตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพานิชย์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เป็นต้น โดยการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน หรือชดเชยเงินจากกองทุนฯ นั้นก็จะต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายที่กบง.ได้รับมาจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) อีกชั้นหนึ่งด้วย จึงเป็นการทำงานที่มีกฎหมายรองรับและมีการกลั่นกรองที่รอบคอบตามนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังต้องจัดทำบัญชีรับจ่ายโดยละเอียดเพื่อรายงานต่อรัฐบาล และมีการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินอีกด้วย

3. การกล่าวอ้างผิดๆ และบิดเบือนว่ามีการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเพื่อยักย้ายเงินจากประชาชนเข้ากลุ่มทุนพลังงาน ในกรณีของการซื้อเอทานอลมาผสมกับน้ำมันเบนซินเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอลนั้น เป็นการมุ่งสร้างความเข้าใจผิดในบทบาทหน้าที่ของกองทุนฯ ขอเรียนว่าโครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีก จะประกอบด้วยเนื้อน้ำมันที่ผลิตได้จากโรงกลั่น ซึ่งขึ้นหรือลงตามตลาดโลกและการแข่งขันเสรี ภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเทศบาล กองทุนอนุรักษพลังงาน และ เงินเรียกเก็บเข้าหรือชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ตามชนิดของน้ำมัน ซึ่งถ้าไม่มีกลไกในการจัดเก็บเงินกองทุน ประชาชนจะต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันแพงในช่วงวิกฤติ และแน่นอนหากมองที่แค่ราคาเนื้อน้ำมัน E85 ราคา 21 บาท/ล ในขณะที่เนื้อน้ำมันเบนซิน อาจอยู่ที่ราคา 18 บาท/ล ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเลือกเติมชนิดน้ำมันเบนซินที่ราคาถูกกว่า ก็จะกระทบต่อนโยบายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนในประเทศ ซึงไทยเราถือเป็นผู้นำในอาเซียนในการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพทั้งแก๊สโซฮอลและไบโอดีเซล ได้อย่างน่าภูมิใจ อีกทั้งเงินชดเชยที่จ่ายออกจากกองทุนฯในปัจจุบัน ไม่มีการชดเชยในส่วนของแก๊สโซฮอล 95&91 E10 แล้ว ส่วนทียังชดเชยให้กับแก๊สโซฮอล E20 และE85 ก็เป็นในแนวโน้มที่ลดอัตราลงแต่ยังรักษาส่วนต่าง เพื่อให้คนหันมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่มขึ้น ซึ่งหากไม่ใช้กลไกนี้แล้ว ปริมาณการผลิตเอทานอลในประเทศจะกลับหลังลดลงซึ่งจะส่งผลให้สินค้าจากเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง อ้อย หรือปาล์มน้ำมัน มีราคาตกต่ำซ้ำเติมเกษตรกร นอกจากนี้โรงงานผลิตเอทานอลและไบโอดีเซลก็คงจะทยอยปิดตัวลง เนื่องจากผลิตเอทานอลและไบโอดีเซลแล้วไม่มีใครซื้อ ดังนั้น จึงเป็นนโยบายของรัฐที่พึงส่งเสริมพลังงานทดแทนด้วยการใช้กองทุนน้ำมันฯ เพื่อให้สร้างส่วนต่างราคาให้ราคาพลังงานทดแทนสามารถแข่งขันกับพลังงานจากฟอสซิลได้ด้วย

4. การชดเชยหรือเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ไม่ได้จ่ายให้ผู้ผลิตเอทานอลหรือไบโอดีเซลโดยตรง แต่จ่ายให้หรือเก็บจากผู้ค้าน้ำมันตามปริมาณการจำหน่ายจริง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิตและกรมธุรกิจพลังงาน ตรวจสอบทุกขั้นตอน จึงไม่ได้เป็นการยักย้ายเงินประชาชนไปให้กลุ่มทุนพลังงานทดแทนเป็นการเฉพาะแต่อย่างใดตรงกันข้ามหากไม่มีเงินสนับสนุนจากกองทุนน้ำมันฯ ในส่วนนี้ บริษัทน้ำมันหรือโรงกลั่นจะไม่สามารถไปรับเอทานอลที่ผลิตจากมันสำปะหลัง หรืออ้อย ได้ในราคาที่จะสะท้อนต้นทุนการผลิตพลังงานทดแทนต่างๆได้ต่างๆ ราคาพืชผลการเกษตรก็จะตกต่ำจะส่งผลต่อการเกษตรและเศรษฐกิจของประเทศ

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด