ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สนพ.เปิดรับข้อเสนอทุนวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนภายใน31ม.ค.นี้

สนพ.เปิดรับข้อเสนอโครงการ  สนับสนุนทุนการศึกษา วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานปี 2560 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ม.ค. 2560 หวังให้นำงานวิจัยไปใช้ได้จริงเป็นประโยชน์กับส่วนร่วมและประเทศชาติ
 
นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า  สนพ.ได้เปิดรับข้อเสนอโครงการ การสนับสนุนทุนการศึกษา วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปีงบประมาณ 2560 ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ม.ค. 2560  เพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไรศึกษาวิจัยในการพัฒนาด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน โดยมีเป้าหมายนำไปใช้ได้จริงเกิดประโยชน์กับส่วนร่วมและประเทศชาติ

ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิขอรับทุนวิจัย ต้องเป็นส่วนงานราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรเอกชนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลทางกฎหมายและมีกิจกรรมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และไม่มีมีวัตถุประสงค์ในการมุ่งค้าหากำไรซึ่งมีที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย รวมถึงเป็นบุคลากรหลักที่รับผิดชอบโครงการ มีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญ เกี่ยวกับงานโครงการที่ขอรับทุน และสามารถปฏิบัติงานได้ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการ ในกรณีงานโครงการที่ยื่นขอรับทุน ได้รับจากแหล่งทุนอื่นหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากแหล่งทุนอื่นด้วย โปรดระบุแหล่งทุนเพื่อประโยชน์ในการพิจารณา 

โดยผู้ที่สนใจสามารถยื่นข้อเสนอโครงการได้กับ 7 มหาวิทยาลัยแม่ข่ายงานวิจัยในพื้นที่ สามารถยื่นข้อเสนอโครงการด้วยตนเอง หรือส่งทางไปรษณีย์ ภายในวันที่ 31 ม.ค. 2560 และจะประกาศผลงานวิจัยที่ผ่านการพิจารณาทาง www.eppo.go.th สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.eppo.go.th/index.php/th/component/k2/item/11715
 
“ในปีงบประมาณ 2560 ทางกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้มีการจัดสรรทุนวิจัยสำหรับการพัฒนาด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน รูปแบบใหม่ โดยได้กำหนดให้ 7 มหาวิทยาลัยแม่ข่ายเป็นผู้ช่วยดำเนินโครงการให้ตอบโจทย์แนวคิดในการพัฒนาการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน เพื่อให้งานวิจัยที่ได้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น” นายทวารัฐ กล่าวเพิ่มเติม
 
สำหรับ 7 สถาบันอุดมศึกษาทุกภูมิภาคเป็นแม่ข่ายงานวิจัย (Parent Nodes) ช่วยดำเนินโครงการฯ ประกอบด้วย  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (กรุงเทพมหานคร)  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (ภาคเหนือ) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ภาคกลาง)  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (ภาคกลางและภาคตะวันตก) มหาวิทยาลัยขอนแก่น (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก)  และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ภาคใต้)  

โดยขอบเขตงานวิจัยแบ่งออกเป็น 16 กรอบหัวข้อที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ อาทิ การแก้ไขปัญหาหมอกควัน, อุตสาหกรรมผลไม้, การท่องเที่ยว, อุตสาหกรรมอ้อย, อุตสาหกรรมปศุสัตว์, อุตสาหกรรมปิโตรเคมี, อุตสาหกรรมห้องเย็น เป็นต้น

นอกจากนี้ยังได้แบ่งออกเป็นกรอบหัวข้อเชิงประเด็นด้านการอนุรักษ์พลังงาน ได้แก่ เรื่องยานยนต์ไฟฟ้า, วัสดุเพื่อการประหยัดพลังงาน, อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง เป็นต้น ส่วนกรอบหัวข้อเชิงประเด็นด้านพลังงานทดแทน ได้แก่ เชื้อเพลิงชีวภาพขั้นสูง (Advanced Biofuels)  เชื้อเพลิงชีวมวลขั้นสูง (Advanced Biomass)  มาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนลดความร้อน (Renewable Heat incentive)  โครงข่ายพลังงานทดแทนระดับชุมชน/หมู่บ้าน (Micro & Nano Grid)  เป็นต้น

กลับสู่ข่าวทั้งหมด