ข่าวที่เกี่ยวข้อง

10ผลงานเด่นสนพ.ตลอดปี2559

ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)โพสต์เฟซบุคส่วนตัว สรุป10ผลงานเด่นในรอบปี2559 ทั้งการลอยตัวNGV  ,การเตรียมพร้อมเปิดเสรีLPG ,การส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า(EV),ขับเคลื่อนแผนSmart Grid,เปลี่ยนระบบAdder เป็นFiT,เสนอใช้มาตรา44 แก้ปัญหาผังเมืองโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน,สนับสนุนทุนวิจัย Energy Storage System (ESS),ขยายกรอบMoU ซื้อไฟฟ้าจากสปป.ลาวจาก7,000เมกะวัตต์เป็น9,000เมกะวัตต์,ปฎิรูปโครงสร้างกองทุนน้ำมัน และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และปลุกจิตสำนึกประหยัดพลังงาน ภายใต้โครงการ “รวมพลังหาร2”

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน Energy News Center รายงานว่า เมื่อเวลา22.45น.วันที่30ธ.ค.2559 นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)และโฆษกกระทรวงพลังงาน ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุคส่วนตัว “Twarath  Sutabutr “นำเสนอผลงานของ สนพ.ตลอดปี2559 ที่ตัวเขาได้ทำงานในตำแหน่ง ผอ.สนพ.เต็มปีเป็นปีแรก โดยมี10ผลงานที่น่าสนใจดังนี้

1. การลอยตัว NGV เต็มรูปแบบ : คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ตัดสินใจลอยตัวราคา NGV แบบมีเงื่อนไขเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 และหลังจากเดือนกรกฎาคม 2559 เป็นต้นมา ราคาก็สามารถลอยตัวได้เต็มรูปแบบทำให้กลไกราคา NGV สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง

2. ริเริ่มระบบเสรี LPG : คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) อนุมัตินโยบายเปิดเสรีการนำเข้า LPG พร้อมนำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อทราบเมื่อเดือนธันวาคม 2559 ซึ่ง LPG จะเป็นพลังงานฟอสซิล ประเภทล่าสุดและสุดท้ายที่จะได้ใช้ระบบกลไกตลาดที่มีการแข่งขันสูงและราคาที่ลอยตัวขึ้น-ลง ตามต้นทุนที่แท้จริงต่อไป

3. พัฒนานโยบายส่งเสริม Electric Vehicle (EV) และ Charging Station : คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อนุมัติแผนส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 พร้อมๆ กับที่ สนพ. ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในการสนับสนุนการติดตั้ง Charging Station 150 หัวจ่าย ภายในปี 2561 นำไปสู่การเริ่มกลไกการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย

4. อนุมัติพร้อมขับเคลื่อนแผน Smart Grid : คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) อนุมัติแผนขับเคลื่อนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) เพื่อเป็นตัวนำไปสู่นโยบาย “Energy 4.0” สู่การปฏิบัติจริง คาดว่าเทคโนโลยี Smart Grid นี้จะช่วยขจัดอุปสรรคด้านระบบสายส่งไฟฟ้า และจะนำไปสู่การลงทุนในพื้นที่นำร่องที่จะมีสัดส่วนการผลิตและใช้พลังงานทดแทนสูง และความสามารถในการอนุรักษ์พลังงานเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต

5. เปลี่ยนผ่านระบบการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy : RE) จาก Adder เป็น FiT เต็มรูปแบบ : ยุติการอนุมัติโครงการภายใต้ระบบ Adder และนำระบบ Feed-in-Tariff (FiT) มาใช้ โดยได้ดำเนินการประกอบกับหลักเกณฑ์ในการประมูลแข่งขันด้านราคา หรือ Competitive Bidding โดยเริ่มที่พื้นที่ภาคใต้ก่อนนำไปขยายผลทั้งประเทศในปีหน้า

6. สนองรับการใช้ ม.44 แก้ปัญหาผังเมืองที่พันธการการพัฒนาพลังงานทดแทน : สนองนโยบายการแก้ปัญหาการลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนที่มักจะติดขัดในประเด็นด้าน “ผังเมือง” จึงมีการเสนอ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อนุมัติหลักเกณฑ์ในการได้รับยกเว้น เพื่อให้สอดรับกับคำสั่ง คสช.ที่ 4/59 ที่แก้ไขปัญหาดังกล่าว

7. ปรับปรุงระบบสนับสนุนทุนวิจัยด้านพลังงานใหม่ : เน้นงานวิจัยมุ่งเป้า เช่นการตัดสินใจทุ่มงบกว่า 700 ลบ. สนับสนุนการวิจัยงานด้าน Energy Storage System (ESS)

8. ขยายกรอบความร่วมมือ MOU ไฟฟ้า ไทย-ลาว 9,000 MW : เจรจาและลงนามบันทึกความเข้าใจด้านไฟฟ้า กับ สปป.ลาว ในการเชื่อมโยงเพื่อป้อนกลับไฟฟ้าสู่ประเทศไทย ขยายกรอบการซื้อไฟฟ้า 9,000 MW ภายในปี 2579 (จากเดิม 7,000 MW) และใช้เป็นพื้นฐานในการเชื่อมโยงและพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนต่อไป

9. ปฎิรูปโครงสร้างกองทุนน้ำมัน และกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน : ผลักดันการปฏิรูปกองทุนด้านพลังงานทั้ง 2 กองทุน คือ การจัดทำร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และระเบียบว่าด้วยโครงสร้างและการบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่จะนำไปสู่การบริหารกองทุนอย่างมืออาชีพ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูงสุด

10. ประชาสัมพันธ์ “รวมพลังหาร2” ผลักดันยอดใช้หลอด LED และอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน : เดินหน้าต่อเนื่องกับแคมเปญ “รวมพลังหาร2” ไม่ว่าจะเป็น รวมพลังหาร 2 เปลี่ยนใหม่ ประหยัดชัวร์ หรือจะเป็น รวมพลังหาร 2 ลดครึ่ง ใช้ครึ่ง เพื่อรณรงค์ให้คนไทยตระหนักรู้คุณค่าพลังงาน ใช้อย่างประหยัด คุ้มค่าที่สุด นำไปสู่การขยายตลาดของสินค้าประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟ LED เครื่องปรับอากาศแบบ Inverter เป็นต้น

ผมเตือนตัวเองตลอดว่า "งานยังไม่เสร็จ" และตั้งใจว่าปีหน้าฟ้าใหม่ จะตั้งใจสานงานต่อให้ดียิ่งขึ้นๆ ไป “ นายทวารัฐ  โพสต์ข้อความในตอนท้าย 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด