ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท.ยืนยัน LNG เป็นก๊าซที่มีความปลอดภัยสูง

            ปตท.ยืนยัน LNG เป็นก๊าซที่มีความปลอดภัยสูง ต่างชาติใช้ในภาคขนส่งทั้งรถยนต์ เรือเดินสมุทร มานานหลายสิบปี  ขณะที่ประเทศไทยยังถือเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องศึกษาให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด  โดยกรณีเกิดการระเบิดของเรือที่ใช้LNGในคลองแสนแสบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง

 

            นายสมเกียรติ เมสันธสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีการเกิดระเบิดของเรือโดยสารในคลองแสนแสบที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)และดีเซลเป็นเชื้อเพลิงว่า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงของสาเหตุ โดย ปตท.เป็นเพียงผู้ให้ข้อมูลด้านเทคนิค และยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลออกมาในขณะนี้

 

            อย่างไรก็ตามในทางข้อเท็จจริงทางวิชาการ ปตท ยังยืนยันว่า LNG นั้น เป็นก๊าซที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อเทียบกับก๊าซหุงต้ม(LPG) โดยโอกาสติดไฟเป็นไปได้ยากกว่า เพราะต้องมีองค์ประกอบพร้อมกันทั้งปริมาณสัดส่วนไอเชื้อเพลิง 5-15% ต่ออากาศ  ต้องมีอุณหภูมิระดับ 650 องศาเซลเซียส และเป็นพื้นที่ที่มีออกซิเจนประกอบด้วย รวมทั้งต้องมีประกายไฟ จึงจะเกิดการติดไฟได้ ซึ่งองค์ประกอบดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก

 

            อีกทั้ง LNG เป็นก๊าซที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีสิ่งตกค้าง เพราะมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นกรณีที่มีผู้ระบุว่าพบเห็นหรือได้กลิ่นก๊าซฯ ก่อนระเบิดของเรือโดยสารที่คลองแสนแสบนั้น ค่อนข้างจะผิดไปจากคุณสมบัติของก๊าซฯ จึงต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกันต่อไป 

 

           นายสมเกียรติ กล่าวว่า การใช้ LNGในต่างประเทศโดยเฉพาะยุโรป ญี่ปุ่น อเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอากาศหนาว มีกันมานานหลายสิบปีแล้ว ทั้งในรถยนต์ เรือเดินสมุทร  เพราะเป็นเชื้อเพลิงที่ปลอดภัยสูง สำหรับประเทศไทยถือเป็นเรื่องใหม่ เพราะเพิ่งมีการนำเข้ามาใช้เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นจะต้องมีการเรียนรู้การใช้งานที่ปลอดภัยให้มากขึ้น

 

           อย่างไรก็ตามปัจจุบันไทยใช้ LNG สำหรับเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอยู่ 7% ของเชื้อเพลิงทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการทำสัญญาซื้อก๊าซจากประเทศกาตาร์เป็นสัญญาระยะยาว 20 ปี(พ.ศ. 2558-2578) ในปริมาณ2 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้มีการผลิตเองในประเทศอยู่ 1 แหล่ง ที่ตำบล หนองตูม จ.สุโขทัยจำนวณประมาณ 10 ตันต่อวัน  แต่ส่งมาจำหน่ายสำหรับเรือโดยสารที่คลองแสนแสบเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วมกับดีเซลจำนวน 1 ตันต่อวัน โดยทดลองกับเรือจำนวน 30 ลำ จากทั้งหมดที่มีเรืออยู่ 72 ลำ

 

          แต่จากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้เรือโดยสารชะลอการทดลองใช้ LNG ออกไปจนกว่าผลการตรวจสอบสาเหตุจะแล้วเสร็จ ดังนั้นปริมาณ LNG 1 ตันต่อวันดังกล่าว จะนำกลับมาใช้ในสถานีก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV)แทน 

 

          “ต่างประเทศมีการใช้ LNG กันอย่างแพร่หลายมานาน โดยใช้ในยานยนต์ อุตสาหกรรม และเรือ ซึ่งล่าสุดยุโรปได้ประกาศจะเลิกใช้น้ำมันเตาในเรือเดินสมุทรเพราะปล่อยมลภาวะ แต่จะให้หันมาใช้ LNG แทน เพราะมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ไม่เกิดควันดำจึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในเมืองไทยเพิ่งเริ่มนำมาใช้ได้เพียง 5 ปี จึงถือเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทยที่ต้องเรียนรู้และศึกษาการใช้งานอย่างปลอดภัยต่อไป” นายสมเกียรติ กล่าว

 

           นายสมเกียรติ กล่าวด้วยว่า ปตท.จะร่วมกับกรมเจ้าท่า เร่งรณรงค์ให้เรือที่ติดตั้งLNG เป็นเชื้อเพลิงตรวจสอบอุปกรณ์ทุกวัน โดยเฉพาะกรณีมีการรั่วซึมจะมีเสียงให้ได้ยิน ในส่วนของรถยนต์ที่ใช้NGV ผู้ใช้รถควร เน้นดู 3 จุด คือ 1.ตรวจสอบตัวถัง สายรัดว่าแน่นหนาเป็นปกติหรือไม่ 2.อุปกรณ์มีการรั่วไหลหรือไม่ และ3. ตัวท่อส่งก๊าซที่มาถึงเครื่องยนต์มีการแ ตกหักหรือไม่ โดยอย่างน้อยการตรวจเช็คดังกล่าวต้องทดสอบตามมาตรฐานทุก 1 ปี เพื่อให้การใช้เงินเกิดความปลอดภัยมากที่สุด

 

          ทั้งนี้ LNG และ NGV มีความเหมือนกันคือมาจากก๊าซธรรมชาติ ที่เป็นมีเทน หรือC1แต่ ต่างกันตรงLNGมีสถานะเป็นของเหลว เพราะถูกลดอุณหภูมิ ติดลบ160องศาเซ็นเซียส ส่วน NGV นั้นมีสถานะเป็นก๊าซ

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด