ข่าวที่เกี่ยวข้อง

TOGตั้งเป้าประหยัดไฟฟ้าในโรงงานลง30%

TOG ผู้ผลิตเลนส์สายตา พลาสติกรายใหญ่ของไทยตั้งเป้าประหยัดไฟฟ้าในโรงงานลง30% เตรียมว่าจ้างบริษัทจัดการพลังงาน หรือ ESCO มาช่วยดำเนินการ พร้อมเผยผลประกอบการ 9 เดือน กำไร 159.49 ล้านบาท

นายธรณ์ ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายเลนส์สายตาพลาสติกรายใหญ่ไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ศึกษาแพ็กเกจการประหยัดไฟฟ้าครบวงจร สำหรับนำไปใช้กับทุกโรงงานในเครือของบริษัท เพื่อให้เกิดการประหยัดค่าไฟฟ้าลงจากเดิม  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการหาบริษัทจัดการพลังงาน(ESCO) มาดำเนินการให้ ซึ่งตั้งเป้าหมายการประหยัดไฟฟ้าลงให้ได้ปีละ 30%  ของค่าไฟฟ้าที่ต้องเสียไป 4-5 ล้านบาทต่อเดือน โดยคาดว่าผลการศึกษาจะเสร็จภายในสิ้นปี 2559 นี้

สำหรับการเตรียมแผนลดค่าใช้จ่ายด้าน ไฟฟ้าดังกล่าว เกิดจากบริษัทฯพบว่าการบริหารจัดการด้านพลังงานในบริษัทฯ ยังไม่ดีเพียงพอ ทำให้มีผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ปัจจุบันบริษัทฯมีโรงงานอยู่ 6 อาคาร และไฟฟ้านับเป็นต้นทุนสำคัญของบริษัทฯ ที่เป็นค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องจัดการบริหารการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจรในอนาคต โดยเบื้องต้นอาจต้องลงทุนเปลี่ยนเทคโนโลยีเครื่องจักรเพื่อให้เกิดการใช้พลังงานด้านการผลิตอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพในอนาคต

สำหรับผลประกอบการ 9 เดือน ประจำปี 2559 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการขายและบริการอื่นๆ จำนวน 1,392.51 ล้านบาท สูงกว่างวดเดียวกันของปีก่อน 66.74 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราเติบโต 5.03%  โดยอัตราการเติบโตของรายได้และบริการอื่นๆ เพิ่มสูงขึ้นจากมูลค่าการขายเลนส์สายตาเฉพาะบุคคลหรือเลนส์สั่งฝนพิเศษ (Prescription Lens หรือ Rx Lens) และมีกำไรสุทธิ 159.49 ล้านบาท

“TOG ได้เล็งเห็นแนวโน้มของยอดขายเลนส์กลุ่มพรีเมี่ยมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เลนส์ที่ผลิตเฉพาะบุคคลจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ดังนั้น บริษัทฯ จึงวางแผนขยายกำลังการผลิตสำหรับเลนส์เฉพาะบุคคลหรือเลนส์สั่งฝนพิเศษ ด้วยระบบ Automation มูลค่าลงทุน 400 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการใช้เลนส์เฉพาะบุคคลที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคาดว่าระบบนี้จะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการผลิตในต้นปี 2560 ทั้งนี้ สายการผลิตใหม่นี้จะยกระดับการให้บริการที่เฉพาะเจาะจงแก่ลูกค้า ซึ่งนับเป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ และเพิ่มฐานรายได้จากการผลิตที่ต่อเนื่องอีกทางหนึ่ง” นายธรณ์​ กล่าว

นายสรัฐ เตกาญจนวนิช ผู้อำนวยการสำนักวางแผนธุรกิจและการเงิน  กล่าวว่า บริษัทฯ ยังได้วางแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้เลนส์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทฯ ได้ยกระดับแบรนด์เลนส์สายตาของบริษัท “TOG” และมีการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์สายตาใหม่ โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า  ONE, DISCOVERY, FREEDOM, MAXIMA, SHADE และ ZAPHIRE จากเดิมที่มี ExceliteTM  เพียงแบรนด์เดียว เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ และง่ายต่อการจดจำของผู้บริโภค  โดยยังคงใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านผู้แทนจำหน่าย (Dealer) คือ บริษัท นำศิลปไทย จำกัด  และวางจำหน่ายสินค้าในร้านหอแว่น มากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังวางแผนส่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง 6 กลุ่มนี้ บุกตลาด AEC ในปี  2560 อีกด้วย อาทิ เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นต้น

ปัจจุบันบริษัทฯ มีสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศอยู่ 95% และในประเทศ 5%  โดยตลาดหลัก คือ ยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา และเอเชียแปซิฟิค สำหรับตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)นั้น ตลาดเวียดนาม มีศักยภาพในการเติบโตสูงที่สุด โดยผู้บริโภคให้ความเชื่อมั่นคุณภาพสินค้าไทย และจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าเกรดพรีเมี่ยม รองลงมาคือ ตลาดในมาเลเซีย และสิงคโปร์ ตามลำดับ

กลับสู่ข่าวทั้งหมด