ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โฆษกพลังงานคาดพีคไฟฟ้าปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์

พลังงานคาดพีคไฟฟ้าปีนี้พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ 29,000 เมกะวัตต์ รณรงค์ประชาชนร่วมมือลดใช้ไฟฟ้าช่วงหน้าร้อน
         นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายแและแผนพลังงาน(สนพ.) และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2559 ประเทศไทยได้เกิดปรากฎการณ์การใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) เป็นครั้งที่ 2 ของปี 2559 แล้ว เมื่อเวลา 19.13 น. โดยเกิดการใช้ไฟฟ้าโดยรวมทั้งประเทศ อยู่ที่ 26,417.7 เมกะวัตต์  สำหรับครั้งแรกเกิดไปเมื่อวันที่8 มี.ค. 2559 พีคไฟฟ้าที่ 26,147 เมกะวัตต์
 
อย่างไรก็ตามที่ผ่านมากระทรวงพลังงานคาดการณ์ว่าพีคไฟฟ้าโดยรวมในปีนี้ จะทำลายสถิติเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง เนื่องจากคาดว่าสภาพอากาศจะร้อนจัด ถึงเกือบ 40 องศา โดยคาดว่าพีคไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ที่ 29,000 เมกะวัตต์  ซึ่งสูงกว่าปี 2558 ที่พีคอยู่ระดับ 27,346 เมกะวัตต์ ที่อุณหภูมิ 36.7 องศา 
 
ทั้งนี้กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ได้ตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าของประเทศตลอดช่วงฤดูร้อนนี้ โดยหากอุณหภูมิไม่สูงขึ้นเกิน 3 องศาเมื่อเทียบกับปี 2558 ยอดพีคไฟฟ้าน่าจะทำลายสถิติเพียง 28,300 เมกะวัตต์ แต่ถ้าร้อนมากอุณหภูมิเพิ่มสูงจนยอดใช้ไฟฟ้าถึงระดับ 28,500 เมกะวัตต์ หรือการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น 3.5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ก็จะเริ่มเข้าสู่ระดับการเฝ้าระวังของกระทรวงพลังงนและ กฟผ.ทันที เพื่อบริหารจัดการไฟฟ้าให้พอใช้และกระตุ้นให้ประชาชนลดใช้ไฟฟ้าให้มากยิ่งขึ้น 
 
       แต่ถ้าอุณภูมิสูงขึ้นกว่า 3 องศา เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว หรือใกล้เคียง 40 องศา ก็คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศจะแตะระดับสูงสุด 29,000 เมกะวัตต์ หรือยอดใช้ไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น 6% ซึ่งกระทรวงพลังงานและกฟผ.รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมแผนรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวไว้เบื้องต้นแล้ว
 
ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิทุก 1 องศา มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพีคไฟฟ้าโดยเฉลี่ย 230 เมกะวัตต์ เมกะวัตต์ 
 
        สำหรับมาตรการที่กระทรวงพลังงานเร่งรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลดใช้ไฟฟ้าช่วงหน้าร้อน  ได้แก่  การปิดไฟฟ้า หรือ  อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน  การเปลี่ยนหลอดไฟฟ้ามาเป็นหลอด  LED ซึ่งช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ถึง85% เมื่อเทียบกับหลอกฟูออร์เรสเซนต์  รวมถึงการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศโดยเลือกซื้อที่มีสัญลักษณ์ SEER บนสลากเบอร์ 5 ซึ่งช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ถึง  30% เมื่อเทียบกับเครื่องปรับอากาศทั่วไป  เป็นต้น 
 
 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด