ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อนันตพรลุ้นสนช.ผ่านร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม2ฉบับให้ทันต.ค.นี้

รัฐมนตรีพลังงานลุ้น สนช.ผ่านร่างแก้ไขพ.ร.บ. ปิโตรเลียมภายในเดือน ต.ค.นี้ แม้โอกาสเป็นไปได้น้อย ด้านกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเตรียมชง กพช. ขอใช้กฎหมายปิโตรเลียมฉบับเดิมเปิดประมูลสัมปทานใหม่ เอราวัณ บงกช หากกระบวนการของ สนช.ล่าช้าจนกระทบความต่อเนื่องการผลิตก๊าซในอ่าวไทย

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการแก้ไขร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2ฉบับที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า อยากให้ สนช. เห็นถึงความสำคัญของการเร่งรัดร่างกฎหมายปิโตรเลียมทั้งสองฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐบาล  เหมือนที่ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการเร่งรัดการพิจารณามาก่อนหน้านี้  เพราะเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญต่อการรักษาระดับการผลิตก๊าซธรรมชาติให้มีความต่อเนื่องเพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ โดยหาก สนช. ไม่สามารถพิจารณาผ่านร่างกฎหมายได้ทันภายในเดือน ต.ค.นี้ กระบวนการเปิดประมูลหาเอกชนเพื่อดำเนินการในแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุทั้งเอราวัณและบงกช ก็จะต้องชะลอออกไป และอาจจะดำเนินการได้ไม่ทันภายในเดือน ก.ย. 2560  ซึ่งอาจจะต้องให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาสานต่อ

พลเอกอนันตพร กล่าวด้วยว่า ต้องเข้าใจว่าอำนาจการบริหารกับอำนาจนิติบัญญัตินั้น แยกออกจากกัน  กระทรวงพลังงานจึงไม่สามารถที่จะไปเร่งรัดให้ สนช. ให้ดำเนินการผ่านร่างแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมได้ตามต้องการ จึงระบุไม่ได้ว่า สนช. จะผ่านร่างดังกล่าวได้เมื่อใด แต่หากการพิจารณาช้าออกไปเท่าไหร่ ก็จะกระทบต่อแผนการเปิดประมูลช้าไปเท่านั้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังกล่าวต่ออีกว่า เท่าที่ได้มีโอกาสได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับพลเอกสกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานกรรมาธิการพิจารณาร่างกฎหมายปิโตรเลียม ก็ได้ทราบว่า ในฐานะที่เป็นประธานก็ต้องฟังเสียงกรรมาธิการ ซึ่งยังต้องมีการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมอีก  จึงอยากจะให้เร่งการประชุมให้บ่อยครั้งขึ้น เพื่อให้สามารถนำเสนอร่างกฎหมายนี้เข้าสู่ที่ประชุมใหญ่ได้เร็วขึ้น

"เท่าที่ประเมินดู โอกาสที่ร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับจะผ่านความเห็นชอบจาก สนช. ภายในเดือนต.ค. นี้ มีน้อยมาก แต่ก็ต้องรอดูว่ากรรมาธิการจะมีการขอเลื่อนระยะเวลาออกไปอีกเป็นครั้งที่ 3 หรือไม่ ทางกระทรวงพลังงานจึงจะพิจารณาตัดสินใจว่าควรจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ คือ รัฐบาลจะต้องมีคำตอบให้กับผู้รับสัมปทานรายเดิม ภายในปี 2560 ว่าเขาจะได้สิทธิ์ที่จะดำเนินการในแหล่งสัมปทานเดิมหรือไม่ เพื่อจะได้มีวางแผนในการผลิตได้ล่วงหน้าก่อนที่สัมปทานจะหมดอายุ โดยรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการรักษาระดับการผลิตให้มีความต่อเนื่อง" พลเอกอนันตพรกล่าว

ด้านนายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า หากร่างแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียมทั้ง 2 ฉบับ เกิดความล่าช้าในขั้นตอนการพิจารณาของ สนช. จนกระทบต่อแผนการเปิดประมูลหาเอกชนมาดำเนินการในแหล่งเอราวัณและบงกช ซึ่งจะทำให้การผลิตก๊าซในอ่าวไทยไม่เกิดความต่อเนื่อง ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เพื่อให้ความเห็นชอบให้กรมฯ นำกฎหมายปิโตรเลียมในปัจจุบัน มาใช้ในการเปิดประมูลเพื่อคัดเลือกเอกชนมาดำเนินการ ภายใต้ระบบสัมปทาน  เนื่องจากกฎหมายไม่ได้เปิดให้ใช้ระบบอื่นเป็นทางเลือก  ทั้ง ระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) หรือระบบจ้างผลิต  

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาทางออกดังกล่าว จะต้องรอให้รู้อย่างชัดเจนก่อนว่า สนช. จะไม่สามารถพิจารณาร่างแก้ไขกฎหมายปิโตรเลียมทั้ง2ฉบับ ได้ภายในเดือน เดือน ต.ค. นี้

กลับสู่ข่าวทั้งหมด