ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอ็กโกมุ่งลงทุนพลังงานทดแทนเพิ่มตามกระแสโลก ตั้งเป้า20%ในปี2025

เอ็กโกเผยกระแสโลกมุ่งพลังงานทดแทน เตรียมประมูลสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้ ,โซลาร์เซลล์  โรงไฟฟ้าพลังน้ำเพิ่ม ตั้งเป้า20%ของกำลังการผลิตในปี 2025
 
     นายชนินทร์ เชาวน์นิรัติศัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด(มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป เปิดเผยว่า เอ็กโกกำลังมองหาการลงทุนโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้มากขึ้น โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  พลังงานน้ำ และชีวมวลเนื่องจากปัจจุบันนโยบายพลังงานของโลกกำลังมุ่งไปสู่พลังงานทดแทนมากขึ้น  ล่าสุดเอ็กโกมีกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนรวม14-15% โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มเป็น20% ในปีค.ศ 2025 และขณะนี้เตรียมเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภายใต้ ที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เปิดให้เอกชนเข้าร่วมประมูลได้ เบื้องต้นคาดว่าจะร่วมมือกับพันธมิตรในการลงทุนโรงไฟฟ้าขนาดกำลังผลิต 9 เมกะวัตต์
 
       นอกจากนี้มีความต้องการซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัท พัฒนาพลังงานธรรมชาติ จำกัด(NED) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าลพบุรี โซลาร์ และโรงไฟฟ้าวังเพลิง โซลาร์ ให้ได้ 100% หลังจากเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2558 เอ็กโกได้ซื้อหุ้นจากบริษัท ไดมอนด์ เจเนอเรติ้ง เอเชีย ลิมิเด็ด (DGA) ไปแล้ว 33.33% และทำให้เอ็กโกเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 66.67% ใน NED อย่างไรก็ตามหากมีมีการเปิดขายหุ้นดังกล่าวทางเอ็กโกก็มีความพร้อมเข้าไปถือหุ้น 100% แน่นอน
 
        สำหรับสาเหตุที่สนใจซื้อหุ้นเพิ่มใน NED เนื่องจากโรงไฟฟ้าลพบุรีโซลาร์ และวังเพลิง โซลาร์ เป็นโรงไฟฟ้าที่ได้เงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า(Adder) ทำให้ได้ราคาค่าไฟฟ้าที่ดี และที่สำคัญทำให้เอ็กโกรับรู้รายได้ได้ทันที เพราะลพบุรีโซล่าร์ มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)แล้ว  55 เมกะวัตต์ ส่วนวังเพลิงโซลาร์ มีสัญญากับ กฟผ. 8 เมกะวัตต์  
 
         ทั้งนี้เอ็กโกยังมองหาการลงทุนโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สนใจไปลงทุนที่ญี่ปุ่นเนื่องจากการศึกษาพบว่ามีความเสี่ยงทางธุรกิจสูงเกินไป
 
         นายชนินทร์ กล่าวว่า ส่วนโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน(โซล่าร์ฟาร์ม)สำหรับราชการและสหกรณ์ ที่ภาครัฐเตรียมเปิดประมูลนั้น ทางเอ็กโกยังไม่สนใจเข้าไปประมูลโดยตรง เนื่องจากภาครัฐกำหนดปริมาณไว้เพียง 5 เมกะวัตต์ต่อโครงการ ซึ่งเป็นขนาดเล็กเกินไป อีกทั้งการลงทุนของเอ็กโกต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด)จึงไม่คล่องตัวที่จะร่วมประมูล แต่เอ็กโกสามารถเข้าไปร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ที่ผ่านการประมูลเพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าดังกล่าวในอนาคตได้
 
          รวมถึงโครงการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคาแบบเสรี(โซลาร์รูฟท็อปเสรี) ก็เป็นโครงการที่เอ็กโกคงไม่เข้าไปลงทุน เพราะเป็นโครงการขนาดเล็ก และเน้นการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนเกินไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็ยังไม่ให้ขายเข้าระบบ ดังนั้นเอ็กโกจึงยังไม่สนใจโครงการดังกล่าว
 
          ส่วนการเปิดให้บุคคลที่ 3 เข้าไปใช้ท่อก๊าซธรรมชาติของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ได้ เพื่อลงทุนนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)นั้น เอ็กโก ให้ความสนใจเข้าไปลงทุน แต่ต้องรอพิจารณากฎระเบียบต่างๆ จากภาครัฐได้ครบถ้วนก่อน ซึ่งเบื้องต้นเอ็กโกเห็นว่าเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนเพราะตามแผนก๊าซธรรมชาติของประเทศระยะ 21 ปี พบว่ามีความต้องการใช้ก๊าซฯมาก
 
          ประกอบ กฟผ.มีแผนจะนำเข้าก๊าซฯเอง มาใช้กับโรงไฟฟ้าในเครือของ กฟผ. ซึ่งเอ็กโก เป็นบริษัทลูกของ กฟผ.ก็มีโอกาสมาก รวมถึงกรณีโรงไฟฟ้าพระนครใต้ของ กฟผ.จะเข้าระบบปี 2562 ซึ่งใช้ก๊าซฯเป็นหลัก และ ปตท. อาจดำเนินการส่งก๊าซฯให้ไม่ทัน ถือเป็นโอกาสที่ดีของเอ็กโกด้วย รวมถึงภาครัฐเคยระบุว่าหากสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา ไม่ได้ อาจต้องหันไปสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซฯแทนนั้น ก็เป็นจังหวะดีที่เอ็กโกจะนำเข้า LNG มาขายได้เช่นกัน
 
         สำหรับแผนธุรกิจของเอ็กโกในปี 2559 นั้นมีแผนลงทุน 22,000 ล้านบาท ใน 8 โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการทั้งในและต่างประเทศ โดยมี 5 โครงการจะใช้เงินลงทุน 15,000 ล้านบาท เช่น โครงการโรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช , โครงการชัยภูมิ วินด์ฟาร์ม จ.ชัยภูมิ และโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) 3โครงการ รวมปริมาณไฟฟ้าตามสัญญา 1,338 เมกะวัตต์ 
 
         ขณะที่โครงการในต่างประเทศที่อยู่ระหว่างดำเนินการมี 3 โครงการ ใช้เงินลงทุน 7,000 ล้านบาท เช่น โครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ใน สปป.ลาว, โครงการโรงไฟฟ้า ซานบัวนาเวนทูรา ในฟิลิปปินส์ และโครงการ มาซินลอค หน่วยที่ 3 ในฟิลิปปินส์
 
        ทั้งนี้เอ็กโกคาดว่าในปี 2559 จะมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่ำ 5% จากปี 2558 ที่มีกำไร 7,900 ล้านบาท โดยยังคงเป้าหมายกำไรเติบโตไว้ที่ 10% จากปี 2559 เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 4 และชัยภูมิ วินด์ฟาร์ม ที่จะเข้าระบบไฟฟ้าในปี 2559 นี้ รวมถึงการซื้อหุ้นเพิ่มในบริษัท เคซอน เพาเวอร์ (ฟิลิปปินส์) หรือ QPL ที่ทำให้เอ็กโกมีหุ้นรวม 100% แล้ว ดังนั้นในปี 2559 เอ็กโกจะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน
 
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด