ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เริ่มแผนลดก๊าซในอ่าว80ล้านลบ.ฟุตต่อวัน นำเข้าLNGทดแทน

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติเริ่มแผนลดการใช้ก๊าซในอ่าวไทย ตั้งเป้าปี2559 เฉลี่ย80ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน เพื่อนำเข้าLNGราคาต่ำทดแทนโดยไม่มีผลกระทบต่อค่าเอฟที

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้มีการหารือกับฝ่ายบริหารของปตท.ถึงแผนการลดการใช้ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย เพื่อยืดระยะเวลาปริมาณสำรองให้ใช้ได้นานขึ้น ด้วยการนำเข้าLNGเข้ามาทดแทนในช่วงที่ราคาตลาดโลกลดต่ำลงมากจนใกล้เคียงกับราคาก๊าซจากอ่าวไทย

ปัจจุบัน ปตท.มีการเรียกก๊าซธรรมชาติจากผู้รับสัมปทานในอ่าวไทย ประมาณ2,800ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน จากสัญญาซื้อขายที่ทำไว้ ประมาณ2,500ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน หรือเรียกก๊าซมากกว่าสัญญาอยู่ประมาณ300 ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน ดังนั้นจึงมีการตั้งเป้าหมายร่วมกันว่าภายใน5ปี นับจากนี้ ปตท.จะเรียกรับก๊าซเท่าปริมาณที่ทำสัญญากับผู้รับสัมปทาน

ในปี2559 นี้ คาดว่าปตท.จะเริ่มลดการเรียกรับก๊าซลงได้ประมาณ 80ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่ สามารถนำเข้าLNG เข้ามาทดแทนได้โดยไม่กระทบต่อค่าไฟฟ้าในส่วนของค่าเอฟที เนื่องจากราคาLNG ในSpot Market มีราคาใกล้เคียงกับก๊าซในอ่าวไทย ในขณะที่คุณภาพของLNGนำเข้าเมื่อผสมกับก๊าซจากอ่าวไทย ก็มีค่าความร้อนที่เหมาะกับโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซ ของกฟผ.

“การเรียกรับก๊าซจากแหล่งผลิตในอ่าวไทยลดลง จะเป็นการลดในส่วนของแหล่งผลิตที่มีต้นทุนสูง เช่นในแหล่งไพลิน หรือแหล่งบงกชใต้ ของปตท.สผ. ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการที่เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งในส่วนของการช่วยยืดอายุปริมาณสำรองก๊าซในอ่าวไทย ในใช้ได้นานขึ้น และช่วยบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และพยายามที่จะชะลอการเจาะหลุมผลิตปิโตรเลียมในแหล่งที่มีต้นทุนสูงออกไป ในขณะที่ประชาชน ก็ไม่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น เพราะราคาLNGนำเข้าปรับลดลงมาจนใกล้เคียงกับราคาก๊าซในอ่าวไทยแล้ว “ นายวีระศักดิ์ กล่าว

นายวีระศักดิ์ กล่าวด้วย กระทรวงพลังงานกำลังพิจารณาให้มีการสร้างคลังรับก๊าซLNG แห่งใหม่ที่จะรองรับการนำเข้าก๊าซ LNGเพิ่มขึ้นอีก7.5ล้านตันต่อปี จากปตท.ที่ปตท.มีการสร้างคลังรองรับเสร็จเรียบร้อยแล้ว5ล้านตันต่อปี ที่มาบตาพุด และกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอีก5ล้านตันต่อปี รวมศักยภาพที่จะรองรับการนำเข้าLNGทั้งหมด 17.5ล้านตันต่อปี ซึ่งจะสอดคล้องกับโครงการลงทุนโครงข่ายท่อส่งก๊าซเส้นที่5ของปตท. และก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ที่จะเริ่มลดปริมาณลงอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ปี2561 รวมทั้งรองรับโรงไฟฟ้าไอพีพีขนาด5,000เมกะวัตต์ ที่จะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงด้วย โดยคลังรับก๊าซLNGแห่งใหม่ควรจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี2565-2566

ในส่วนความคืบหน้าในการเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่ นั้น นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ร่างแก้ไขกฏหมายปิโตรเลียม 2514 และกฏหมายภาษีเงินได้ปิโตรเลียม2514 น่าจะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ในเดือน พฤษภาคมนี้ โดยจะมีการเพิ่มเติมทางเลือกระบบแบ่งปันผลผลิต และระบบจ้างผลิต เข้าไปนอกเหนือจากระบบสัมปทานเดิม รวมทั้งเสนอประเด็นให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาความเป็นไปได้ในการมี บริษัทน้ำมันแห่งชาติ ด้วย

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด