ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งโดดร่วมวงประมูลรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สีชมพู

ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง แตกไลน์ธุรกิจใหม่ในอนาคต ทั้งร่วมประมูลสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สีชมพู ธุรกิจแบตเตอรี่ รถยนต์ไฟฟ้า และลงทุนด้านน้ำประปาในสปป.ลาว   ในขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตเป็น 10,000 เมกะวัตต์ในปี 2566

นายรัมย์ เหราบัตย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า  บริษัทฯ เตรียมลงทุนในธุรกิจใหม่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยโครงการแรกที่จะเริ่มดำเนินการคือการเข้าร่วมประมูลสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสายสีชมพู ซึ่งเป็นการประมูลครบวงจรทั้งการก่อสร้าง การเดินรถ และการบำรุงรักษา ทั้งนี้จะต้องตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาดูแล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่ร่วมลงทุน และเตรียมเสนอราคาประมูล แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ 

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยื่นประมูลในวันที่ 7 พ.ย. 2559 และคาดว่าจะทราบผลประมูลต้นปี 2560 ส่วนเงินลงทุนนั้นตามปกติรถไฟฟ้าแต่ละสายจะใช้เงินลงทุนประมาณ 6 หมื่นล้านบาท สำหรับรถไฟฟ้าสายสีชมพู จะเริ่มจากบริเวณแคราย ไป มีนบุรี ส่วนสายสีเหลืองจะเริ่มจากจุดจอดแล้วจรที่แยกลาดพร้าว ผ่านบางกะปิ ไปถึงสำโรง 

สำหรับธุรกิจใหม่อื่นๆที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาคือ การลงทุนในธุรกิจแบตเตอรี่ ธุรกิจน้ำประปาใน สปป.ลาว และธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า(EV) เป็นต้น โดยบริษัทฯกำลังจัดทำโมเดลธุรกิจในอนาคตว่าห่วงโซ่ธุรกิจจะไปสู่ทิศทางไหนและเข้าไปอย่างไรจึงได้จะได้เปรียบ 

"การปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจดังกล่าวด้วยการเพิ่มธุรกิจใหม่มากขึ้นนั้น เนื่องจากมองว่าในอนาคตธุรกิจไฟฟ้าจะเป็นอิสระมากขึ้น ไม่จำเพาะอยู่เพียงการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่เท่านั้น  แต่จะเกิดธุรกิจต่อเนื่องกับการผลิตไฟฟ้ามากขึ้นด้วย โดยมองว่าการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหลักอย่างก๊าซธรรมชาติ และถ่านหินจะน้อยลง  ซึ่งเทรนด์ของโลกหันไปสู่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมากขึ้น ดังนั้นเพื่อกระจายความเสี่ยงธุรกิจ   บริษัทฯ จึงต้องปรับไปลงทุนธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความถนัดและเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ทำอยู่ด้วย   นอกเหนือจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าที่สร้างความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าของไทย"นายรัมย์ กล่าว

สำหรับธุรกิจผลิตไฟฟ้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทนั้น ยังกำหนดเป้าหมายที่จะขยายกำลังการผลิตเป็น 10,000 เมกะวัตต์ โดยบริษัทฯจะให้ความสนใจกับพลังงานทดแทนมากขึ้น  จากสัดส่วนการผลิตจจุบันอยู่ที่ 12.85% จะเพิ่มเป็น 20% ในปี 2566   อย่างไรก็ตามแผนธุรกิจระยะยาวนั้นตั้งเป้าให้มีสัดส่วนการลงทุนผลิตไฟฟ้าในประเทศไม่ต่ำกว่า 60% และที่เหลือเป็นการลงทุนในต่างประเทศ 40% 

ส่วนผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2559 (ม.ค.-มิ.ย.) บริษัทฯมีกำไร 2,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2558 และมีรายได้ 27,399 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าราชบุรีและไตรเอนเนอจี้จำนวน 24,323 ล้านบาท ส่วนต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมมีทั้งสิ้น 23,879 ล้านบาท ลดลง 12% ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทฯ  ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2559 มีสินทรัพย์รวม 95,352 ล้านบาท  หนี้สิน 34,280 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 61,072 ล้านบาท และกำไรสะสมจำนวน 46,615 ล้านบาท 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด