ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สำรวจปั๊มเวียดนามเปรียบเทียบไทย ดีเซลถูกกว่าแต่คุณภาพต่ำกว่า

สำรวจปั๊มเวียดนามเทียบราคาน้ำมันกับไทย แตกต่างกันเพราะนโยบายราคาและคุณภาพน้ำมัน  ระบุเวียดนามยังทำโครงสร้างราคาดีเซลและเบนซินต่างกัน 5 บาทต่อลิตร ในขณะที่ไทยหลังปรับโครงสร้างภาษี พบส่วนต่างเหลือเพียง 24 สตางค์ต่อลิตรเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28-30 ก.ค.2559 คณะสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (Confederation of  Thailand Journalists - CTJ) ซึ่งนำโดยนายเทพชัย หย่อง ประธาน CTJ ได้เดินทางจากกรุงฮานอย ไปยังจังหวัดกาวบั่ง (Geo Bang) โดยรถบัสขนาดเล็ก ระยะทาง 286 กิโลเมตร เพื่อปฏิบัติภารกิจของสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในการเชื่อมความสัมพันธ์เป็นครั้งแรกทางสมาคมผู้สื่อข่าวของจังหวัดกาวบั่ง โดยมีผู้แทนจากสมาพันธ์ผู้สื่อข่าวของเวียดนาม ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วย

ในช่วงของการเดินทางได้มีการแวะหยุดพักที่สถานีบริการน้ำมันเป็นระยะ ทั้งในส่วนของสถานีบริการ Petrolimex และของPetro Vietnam ซึ่งทางคณะได้ให้ความสนใจกับราคาน้ำมันขายปลีกสำเร็จรูปที่เวียดนาม ว่ามีราคาที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าราคาขายปลีกที่ประเทศไทยอย่างไร  โดยราคาน้ำมันขายปลีกน้ำมันในจังหวัดกาวบั่ง ที่ติดแจ้งให้ผู้บริโภคได้รับทราบ ตามที่มีการจำหน่ายมีเพียง 2 ชนิด คือ น้ำมันเบนซินออกเทน 92 มีราคา 15,400 ด่องต่อลิตร (ประมาณ 25.66 บาทต่อลิตร คิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 600 ด่องเท่ากับ 1 บาท) และดีเซลที่มีค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 0.05% ราคา 12,390 ด่องต่อลิตร (ประมาณ20.65 บาทต่อลิตร) ส่วนราคาขายปลีกของไทย ณ วันที่ 29 ก.ค. 2559 (วันเดียวกัน) เบนซิน 95 มีราคา 30.36 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 มีราคา 23.25 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลราคา 23.49 บาทต่อลิตร (โดยเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)    

                                       

                                              

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันขายปลีกสำเร็จรูปที่แตกต่างกันระหว่างเวียดนามและไทยนั้น มาจากหลายปัจจัย ทั้งนโยบายการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต และอัตราเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันที่แตกต่างกัน รวมทั้งคุณภาพของเนื้อน้ำมันด้วย โดยในส่วนของเบนซินของเวียดนาม ที่จำหน่ายที่จังหวัดกาวบั่งนั้น ไม่ได้มีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วน 10% เหมือนน้ำมันแก๊สโซฮอล 95 ของไทย และยังมีค่าออกเทนที่ต่ำกว่า  ส่วนน้ำมันดีเซล ก็เป็นเกรดที่มีค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์สูง จึงมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลของไทยที่เป็นเกรดมาตรฐานยูโร 4 อีกทั้งไม่ได้มีส่วนผสมของไบโอดีเซล (บี100) ในสัดส่วน 5-7% ซึ่งทั้งเอทานอล และไบโอดีเซลนั้น มีราคาต่อลิตรสูงกว่าราคาเนื้อน้ำมัน  นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน  และค่าการตลาดของผู้ค้าน้ำมัน ที่ทำให้ราคาแตกต่างกันด้วย

 

                                         

เป็นที่น่าสังเกตว่า น้ำมันเบนซินของเวียดนามมีราคาสูงกว่าดีเซลมาก โดยต่างกันประมาณ 5 บาทต่อลิตร เนื่องจากน้ำมันดีเซลนั้นใช้สำหรับรถบรรทุกขนส่งภาคอุตสาหกรรมเกษตร  ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับประเทศที่เน้นการเกษตรเป็นหลักแบบเวียดนาม  รัฐจึงทำให้โครงสร้างของราคาแตกต่างกัน  ในขณะที่ไทยนั้น ในอดีตก็มีนโยบายการกำหนดโครงสร้างภาษีเพื่อให้ดีเซลมีราคาที่ต่ำกว่าเบนซินมากเช่นเดียวกันกับเวียดนาม  โดยจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเบนซิน และมีอัตราเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันที่สูงกว่าดีเซล  

แต่ปัจจุบัน รัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้ภาษีสรรพสามิตและอัตราการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันของทั้งดีเซลและเบนซินมีอัตราที่ใกล้เคียงกัน  ทำให้ราคาดีเซลแตกต่างจากแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งเป็นน้ำมันในกลุ่มเบนซินที่มียอดจำหน่ายสูงสุดเพียง 24 สตางค์ต่อลิตรเท่านั้น  ทั้งนี้ ข้อดีของการปรับโครงสร้างราคาดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินไม่ต้องแบกภาระแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำมันดีเซล และไม่เป็นการบิดเบือนปริมาณการใช้ดีเซล  ที่เมื่อทำให้ราคาถูกมาก ผู้บริโภคก็ยิ่งหันไปใช้น้ำมันดีเซลมากขึ้น ทั้งๆที่ราคาเนื้อน้ำมันดีเซลและเบนซินนั้นไม่ได้แตกต่างกัน

 

                                   

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด