ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มนูญแจงเหตุผลไม่บันทึกเทปรายการ เถียงให้รู้เรื่อง ซ้ำอีก

“มนูญ” แจงอีก 2 เหตุผลหลักที่ปฏิเสธบันทึกเทปรายการ ”เถียงให้รู้เรื่อง” ตอน ”สัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ ได้คุ้มเสียจริงหรือ?” ใหม่อีกครั้ง หลัง “รสนา” ท้วงรายการไม่เป็นกลาง และเรียกร้องให้มีการบันทึกเทปใหม่ ซัดไทยพีบีเอสสูญเสียสถานะสื่อสาธารณะที่จะจัดรายการดีเบตแบบนี้อีก หลังตัดความเห็นของนักวิชาการรับเชิญในรายการออกทั้งหมด  

ยังคงมีควันหลงต่อเนื่องจากประเด็นรายการ”เถียงให้รู้เรื่อง” ในตอน”สัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ ได้คุ้มเสียจริงหรือ?” ซึ่งออกอากาศทางสถานีไทยพีบีเอส เมื่อช่วงสี่ทุ่มครึ่ง วันที่ 7 มิ.ย. 2559  และได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่าต่อเนื่องต่อการทำหน้าที่สื่อสารมวลชนของทางสถานีที่ถูกอิทธิพลภายนอกเข้ามาแทรกแซง กรณีความเห็นของนักวิชาการ 2 ท่าน คือ ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ ดร.ฐิติศักดิ์ บุญปราโมทย์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ทางรายการเชิญมาบันทึกเทปในฐานะ  commentator ถูกตัดออกไปทั้งหมด เนื่องจากนางสาวรสนา โตสิตระกูล แกนนำเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ในฐานะคู่ดีเบตกับนายมนูญ ศิริวรรณ สมาชิกกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน (ERS) ร้องเรียนว่ารายการไม่เป็นกลางและเรียกร้องให้บันทึกเทปรายการใหม่ แต่ไม่สามารถทำได้ ทางรายการจึงเลือกตัดความคิดเห็นของนักวิชาการที่เผอิญมีความเห็นสนับสนุนนายมนูญมากกว่าออก โดยชี้แจงว่าเพื่อความเป็นกลาง

โดยนายมนูญ ได้โพสต์เฟซบุคส่วนตัวอีกครั้งในวันนี้ (10 มิ.ย. 2559) หลังก่อนหน้านี้ได้ออกมาตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่สื่อมวลชนของไทยพีบีเอสไปครั้งหนึ่งแล้ว โดยชี้แจงถึงสาเหตุที่ปฏิเสธข้อเรียกร้องของนางสาวรสนาที่ต้องการให้บันทึกเทปใหม่หลังบันทึกเทปเสร็จสิ้นไปแล้ว โดยนายมนูญชี้แจงว่า รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอสที่ได้โทรศัพท์มาหาตนเพื่อขอโทษและแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งตนรู้สึกชื่นชมในสปิริตของท่านเป็นอย่างยิ่ง และทำให้รู้สึกว่ายังมีเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจอีกเรื่องหนึ่งคือ การเรียกร้องขอบันทึกเทปรายการใหม่แทนเทปเดิมที่บันทึกไปแล้ว และการที่ท่านรองผอ.เสนอให้มีการดีเบตกันใหม่อีกครั้ง ซึ่งนายมนูญได้ปฏิเสธข้อเสนอนี้ไปทั้งสองข้อ

นายมนูญกล่าวว่าการปฏิเสธของตนอาจสร้างความเข้าใจผิด หรืออาจมีผู้นำไปขยายผลในทางลบได้ว่าตนกลัวที่จะดีเบตกับนางสาวรสนาหรือเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) โดยมีนักวิชาการทั้งสองฝ่ายในจำนวนเท่าๆกัน ดังนั้น จึงขอชี้แจงถึงเหตุการณ์และเหตุผลที่ปฏิเสธการบันทึกเทปใหม่และการดีเบตกันใหม่อีกครั้ง ดังนี้

1. นายมนูญได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ไทยพีบีเอสที่โทรมาบอกว่าจะขอบันทึกเทปใหม่โดยขอเปลี่ยนตัวนักวิชาการที่เป็น commentator หนึ่งท่าน เป็นนายธีรชัย ภูวนาทนรานุบาล โดยจะไม่นำเทปเดิมออกอากาศ ซึ่งนายมนูญบอกไปว่าตนไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ เพราะเทปที่บันทึกไปก่อนหน้ามีความสมบูรณ์ทุกประการ และไม่ยุติธรรมกับอาจารย์ฐิติศักดิ์ที่ไปเปลี่ยนตัวท่านโดยที่ท่านไม่มีความผิดใดๆ และได้เสนอให้นำเทปที่บันทึกไว้แล้วออกอากาศไปตามกำหนดเดิม และถ้าต้องการดีเบตใหม่โดยเปลี่ยนตัว commentator ก็ให้จัดใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตนยินดีร่วมมือด้วย แต่ทางสถานีกลับเลือกที่จะไปตัดในส่วนของนักวิชาการออกทั้งหมดอย่างที่ทราบกัน

2. ส่วนเหตุผลที่ตนปฏิเสธข้อเสนอการจัดดีเบตครั้งใหม่ของท่านรองผอ.ไทยพีบีเอส หลังจากรายการออกอากาศไปแล้ว เพราะไม่เห็นประโยชน์ใดๆที่จะไปดีเบตกันอีกครั้งภายใต้บรรยากาศการเอาแพ้ เอาชนะกันอย่างนี้ เพราะไม่มีทางที่ใครจะฟังเหตุผลของใคร นอกจากมุ่งจะเอาชนะกันอย่างเดียว แต่ที่สำคัญที่สุด ตนเห็นว่าไทยพีบีเอสได้สูญเสียสถานะความเป็นสื่อสาธารณะที่จะมาจัดรายการดีเบตแบบนี้ไปแล้ว ตราบใดที่ยังไม่นำเทปบันทีกรายการ "เถียงกันให้รู้เรื่อง" เจ้าปัญหา ที่ไม่ได้มีการตัดทอนใดๆออกมาเปิดให้ผู้ชมที่เขายังสงสัยในความโปร่งใสของผู้บริหารได้รับชมและตัดสินใจด้วยวิจารณญานของเขาเอง

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ในวันที่7มิ.ย. นายมนูญได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุคส่วนตัว หลังเสร็จสิ้นการบันทึกเทปรายการและได้รับแจ้งจากทางรายการว่าจะตัดความคิดเห็นของนักวิชาการรับเชิญออก โดยตั้งคำถามกับทางสถานีว่าความเป็นกลางคืออะไร ในเมื่อนักวิชาการทั้งสองคน ทางรายการเป็นคนเลือกเอง พร้อมระบุด้วยว่านักวิชาการที่มาร่วมรายการย่อมมีความคิดเป็นของตัวเอง และนำเสนอไปตามมุมมอง ทางสถานีจึงควรจะให้ผู้ชมเป็นคนตัดสิน ไม่ใช่ไปเซ็นเซอร์ความเห็นของนักวิชาการทั้งสองคนที่มาร่วมรายการ  พร้อมทิ้งท้ายด้วยคำถามต่อการทำหน้าที่ของทางสถานีไทยพีบีเอสว่า นี่หรือคือสื่อที่ใช้เงินภาษีประชาชนปีละ 2,000 ล้าน    

ด้าน ศ.ดร.พรายพล นักวิชาการที่รับเชิญไปออกรายการ ได้ทำหนังสือถึงประธานคณะกรรมการนโยบายของไทยพีบีเอส  แสดงความไม่เห็นด้วยและเรียกร้องไทยพีบีเอสนำเทปรายการที่มีความเห็นของนักวิชาการที่ครบถ้วนมาออกอากาศใหม่  พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ทางสถานียอมให้อิทธิพลภายนอกเข้าไปครอบงำและแทรกแซงการทำงานอย่างไม่เหมาะสม และขัดต่อข้อบังคับด้านจริยธรรมวิชาชีพ

กลับสู่ข่าวทั้งหมด