ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลังงานประสานเสียงเร่งเปิดประมูลแหล่งเอราวัณ บงกช ให้เสร็จภายในรัฐบาลชุดนี้

กระทรวงพลังงานประสานเสียงเร่งเปิดประมูลเอราวัณ บงกช ควบเชิญชวนเอกชนยื่นสำรวจผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ เสร็จในปี2560หรือภายในรัฐบาลชุดนี้ ขณะที่ ปตท.สผ.เตรียมพร้อมเข้าร่วมประมูลในทุกรูปแบบที่รัฐออกประกาศ  

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะเร่งจัดทำเงื่อนไขการประมูล(TOR)สำหรับการประมูลหาผู้ดำเนินการในแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่ใกล้จะหมดอายุ ในปี2565-2566 ทั้งเอราวัณและบงกช  พร้อมเชิญชวนเอกชนยื่นสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่  ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้  เพื่อพร้อมเปิดประมูลให้ได้ภายในปี2560   ในขณะเดียวกันก็อยู่ในระหว่างพิจารณาหาหน่วยงานที่เป็นกลางเพื่อศึกษาแนวทางการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ตามที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติให้ดำเนินการเมื่อวันที่7 มิ.ย.2559 ที่ผ่านมา

ในขณะที่แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ส่งแผนงานและกรอบระยะเวลาสำหรับเตรียมการประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานพิจารณาไปเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 2559 โดยตามแผนจะเร่งรัดให้เกิดการประมูลโดยเร็วให้เสร็จก่อนจะมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่  ส่วนการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาตินั้น จากการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นในต่างประเทศพบว่า ไม่ได้ช่วยให้รัฐหรือประเทศได้ผลประโยชน์เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด แต่ในทางตรงกันข้ามยังเป็นการเพิ่มขั้นตอนการดำเนินงานการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้มีความยุ่งยากมากขึ้น ดังนั้นไทยไม่จำเป็นต้องมีบรรษัทพลังงานแห่งชาติก็สามารถที่จะดำเนินการประมูลเพื่อสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยเรื่องการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) และกรมฯ อยู่ระหว่างเจรจากับผู้รับสัมปทานในแหล่งเอราวัณ และบงกช ในการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมของทั้งสองแหล่งที่จะหมดอายุในปี 2565-2566 โดยเฉพาะกรณีการตกลงเกี่ยวกับค่ารื้อถอนที่ผู้รับสัมปทานต้องรับผิดชอบ และการพิจารณาว่าแท่นผลิตใดควรจะเก็บไว้ใช้งานต่อ และต้องโอนเป็นของรัฐ เบื้องต้นคาดว่าแท่นผลิตกลางของแหล่งเอราวัณ จะเป็นแท่นที่มีศักยภาพและจะใช้งานต่อไปได้

สำหรับการเตรียมรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ รวมถึงการรื้อถอนแท่นผลิตในแหล่งที่มีปิโตรเลียมที่เหลือปิโตรเลียมไม่ถึง  40% ของกำลังการผลิตที่มีอยู่นั้น เป็นการดำเนินงานไปพร้อมกับขั้นตอนการแก้ไขกฎกระทรวง 6 ฉบับ เพื่อรองรับการจัดทำ TOR การประมูลแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุ และการเปิดให้เอกชนยื่นสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ เพื่อให้ทันต่อการเปิดประมูลในปีหน้า    

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้เตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลผลิตปิโตรเลียมในแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุในทุกรูปแบบ ทั้งระบบสัมปทาน ระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) หรือระบบรับจ้างผลิต ซึ่งที่ผ่านมา ปตท.สผ.มีประสบการณ์การสำรวจปิโตรเลียมทั้งระบบสัมปทานและPSC มาแล้ว แต่ระบบรับจ้างผลิตนั้นยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่ปตท.ก็ต้องเตรียมความพร้อมไว้ทุกด้าน

“ปตท อยู่ในธุรกิจด้านพลังงานมานาน แม้รัฐบาลจะออกนโยบายแบบไหนออกมาเราก็ต้องพร้อมให้ความร่วมมือ รวมทั้งมีหน้าที่ต้องให้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง  ซึ่งอาจไม่น่าฟังหรือฟังแล้วไม่สบายใจบ้าง แต่เป็นหน้าที่ที่ ต้องทำ เพราะปตท.เป็นบริษัทพลังงานของคนไทย”นายเทวินทร์ กล่าว

นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ในช่วง 1-2 ปีนี้ กฟผ.ยังมั่นใจว่ารัฐบาลสามารถจัดหาก๊าซธรรมชาติสำหรับผลิตไฟฟ้าได้ทั้งจากแหล่งก๊าซฯในอ่าวไทย ก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ที่นำเข้าจากต่างประเทศ และก๊าซฯจากเมียนมา แต่ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้ารัฐบาลต้องมีความชัดเจนโดยเฉพาะการประมูลผลิตปิโตรเลียม เพื่อให้เกิดความมั่นคงไฟฟ้าของประเทศ

อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าถ่านหินยังเป็นโรงไฟฟ้าที่รองรับความเสี่ยงกรณีโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ได้รับผลกระทบจากการเปิดประมูลหาผู้ดำเนินการแหล่งสัมปทานที่หมดอายุ ล่าช้าออกไป  แต่หากการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินมีความล่าช้า ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงการผลิตไฟฟ้าของประเทศมากขึ้น

กลับสู่ข่าวทั้งหมด