ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คาดเปิดประมูลแหล่งเอราวัณและบงกชได้เร็วสุดต้นปีหน้า

กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติคาดพร้อมเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมแหล่งเอราวัณและบงกช ได้เร็วสุดต้นปีหน้า เตรียม เร่งออกกฎหมายลูกอีก 6 ฉบับ รองรับ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ฉบับแก้ไข

นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. ... ในวันที่7 มิ.ย.2559 ว่ากรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะเร่งจัดทำกฎกระทรวงเพื่อรองรับการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ รวมถึงการประมูลหาผู้ดำเนินการในแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุในปี 2565 และ 2566  ทั้งแหล่งเอราวัณและบงกช

เนื่องจากร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ดังกล่าวได้มีการบรรจุระบบสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เป็น 3 ระบบ ได้แก่ ระบบสัมปทาน ระบบแบ่งปันผลผลิต ( PSC) และระบบจ้างผลิต โดยกฎกระทรวงที่กรมฯเตรียมจัดทำจะมี 6 ฉบับ เพื่อให้สามารถกำหนดระบบสำรวจและผลิตปิโตรเลียมอย่างชัดเจนว่าแหล่งใดควรจะใช้ระบบใด พร้อมทั้งข้อดี ข้อเสีย ให้รัฐบาลพิจารณาเลือกอีกครั้ง

โดยการจัดทำกฎกระทรวงดังกล่าว ถือเป็นการทำคู่ขนานไปพร้อมกับการรอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ต่อจาก ครม. ซึ่งปกติ สนช.จะใช้เวลาพิจารณาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน ขณะที่การแก้ไขกฎกระทรวงจะใช้เวลาประมาณ 7-9 เดือน ดังนั้นระยะเวลาที่จะสามารถเปิดให้เอกชนยื่นขอสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ทั้งการเปิดสำรวจรอบใหม่ และการเปิดสำรวจผลิตแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุ คาดว่าอย่างเร็วสุดน่าจะเป็นต้นปี 2560

"ระหว่างที่รอ สนช.พิจารณาร่างพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ต่อจาก ครม.ที่เห็นชอบไปวันนี้แล้ว กรมฯก็จะเตรียมออกกฎหมายลูกเพื่อรองรับระบบสัมปทานทั้ง 3 ระบบ โดยกรมจะให้ความสำคัญกับการเปิดประมูลหาผู้ดำเนินการแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่ใกล้หมดอายุก่อนเป็นลำดับแรก เพราะเป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วน" นายวีระศักดิ์ กล่าว

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ที่กำหนดให้มีระบบ PSC และรับจ้างผลิตนั้น ในวิธีปฏิบัติ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกเป็นสัญญาระหว่างเอกชนผู้ผลิตและภาครัฐ เป็นรายกรณีไป เพราะ ครม.ยังไม่ได้อนุมัติให้จัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นมาดำเนินการ ตามข้อเสนอของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) โดยเพียงแต่สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทำการศึกษาผลดีผลเสียของการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติเอาไว้เท่านั้น

"ในกรณีที่หากมีการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นมาจริง จะเป็นการรวมหลายหน่วยงานเข้ามาอยู่ในกำกับดูแล เช่น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมธุรกิจพลังงาน บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) รวมถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น โดยบรรษัทพลังงานจะทำหน้าที่ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม หากเป็นเช่นนั้น ก็อาจจะต้องยุบกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติหรือกรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและให้มาอยู่ในบรรษัทพลังงานแห่งชาติ เพื่อให้ดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และเป็นไปได้ยาก" แหล่งข่าว กล่าว

กลับสู่ข่าวทั้งหมด