ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ครม.ผ่านร่างแก้ไขกม.ปิโตรเลียม 2 ฉบับแล้ว

ครม.ผ่านร่างแก้ไขกม.ปิโตรเลียม 2 ฉบับแล้ว เพิ่มทางเลือกระบบแบ่งปันผลผลิต และระบบจ้างผลิต นอกเหนือจากระบบสัมปทาน แต่ให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติกำกับดูแล โดยไม่มีการตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติตามข้อเสนอ คปพ.

พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ร่างกฎหมายปิโตรเลียมทั้ง 2 ฉบับ ได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ภายหลังจากคณะกรรมการกฤษฎีกาได้นำไปปรับปรุงเพิ่มเติมตามมติคณะรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ โดยมีการเพิ่มระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต และระบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิต เป็นทางเลือกในการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิรูปพลังงานของประเทศ

ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียม และเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558 ได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม (ฉบับที่ ...) พ.ศ. ... และร่างพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (ฉบับที่... ) พ.ศ...  โดยเพิ่มทางเลือกให้รัฐบาลสามารถนำระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract : PSC)  มาใช้นอกเหนือจากระบบสัมปทาน ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2558 และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาก่อนเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม2558 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียมทั้ง 2 ฉบับที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และได้มีมติเพิ่มเติมในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8ธันวาคม 2558 ให้คณะกรรมการกฤษฎีการับร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2ฉบับ ไปพิจารณาปรับเพิ่มระบบการบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม คือระบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิต (Service Contract : SC) และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง

คณะกรรมการกฤษฎีกาจึงได้ปรับปรุงแก้ไขตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐสามารถนำระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) และระบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิต (SC) มาใช้ โดยระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต ได้นำหลักการของระบบ PSC ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย - มาเลเซีย    (Malaysia-Thailand Joint Development Area : MTJDA) มาปรับใช้ ซึ่งจะทำให้ระบบบริหารจัดการทรัพยากรปิโตรเลียม มี 3 ระบบ คือ (1) ระบบสัมปทานปิโตรเลียม (2)ระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิต และ      (3) ระบบสัญญาจ้างสำรวจและผลิต สำหรับในส่วนของพระราชบัญญัติภาษีเงินได้ปิโตรเลียมนั้น เป็นการปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับระบบบริหารจัดการที่เพิ่มเติมขึ้นมา

นอกจากนั้น คณะรัฐมนตรี ยังเห็นควรให้การกำกับดูแลยังคงอยู่ภายใต้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และคณะกรรมการปิโตรเลียม เช่นเดิม

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายทั้งสองฉบับดังกล่าวจะเสนอต่อสภานิติ บัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.) เสนอให้ตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นมาดูแลกรรมสิทธิ์แหล่งปิโตรเลียมภายใต้ระบบแบ่งปันผลผลิตและจ้างผลิต  แต่จากมติ ครม. ที่ออกมาครั้งลาสุดนี้ ได้ให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เป็นผู้กำกับดูแล โดยไม่ได้ตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาแต่อย่างใด

กลับสู่ข่าวทั้งหมด