ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท.สผ.หวังชนะประมูลแหล่งบงกช สร้างความต่อเนื่องในการผลิต

ปตท.สผ.หวังชนะประมูลแหล่งบงกช สร้างความต่อเนื่องในการผลิต ระบุหากได้รายใหม่เข้าดำเนินการแทนส่งผลกระทบปริมาณการผลิตก๊าซ2-3 ปีก่อนหมดอายุสัมปทาน
 
นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปตท.สผ.พร้อมเข้าร่วมประมูลเพื่อได้สิทธิ์ในการดำเนินการในแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุในปี2565และ2566โดยเฉพาะแหล่งผลิตก๊าซบงกชที่บริษัทเป็นผู้รับสัมปทานอยู่เดิม เนื่องจากมีความเข้าใจด้านธรณีวิทยาเป็นอย่างดี และสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้โดยหากบริษัทเป็นผู้ชนะการประมูลก็จะช่วยให้การผลิตก๊าซในแหล่งดังกล่าวมีความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามกระบวนการประมูลของรัฐควรจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในต้นปี2560เพื่อให้บริษัทสามารถที่จะวางแผนการผลิตล่วงหน้าได้
 
สำหรับกรณีที่บริษัทไม่ชนะการประมูลและมีผู้ดำเนินการรายใหม่เข้ามาแทน ก็จะมีผลให้การผลิตก๊าซในช่วง2-3 ปี ก่อนที่สัมปทานจะหมดอายุ เนื่องจากไม่มีความคุ้มค่าที่จะลงทุน แต่เชื่อว่าภาครัฐคงมีมาตรการที่จะป้องกันผลกระทบในส่วนนี้ โดยปัจจุบันแหล่งบงกชผลิตก๊าซอยู่ที่ 850 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนปริมาณการผลิต 20% ของ ปตท.สผ.
 
นายสมพร กล่าวว่า ในส่วนของการเข้าร่วมประมูลนั้น ปตท.สผ.ได้หารือกับผู้ร่วมทุนเดิมในแหล่งบงกชแล้ว โดยจะยังจับมือกันเข้าประมูลรอบใหม่ เพราะบริษัทให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซฯ ของประเทศต่อไป  ส่วนกรณีที่รัฐมีเงื่อนไขที่จะต้องได้รับผลประโยชน์ไม่น้อยกว่าเดิมนั้น คงต้องศึกษาในรายละเอียด เพราะหลุมผลิตที่จะต้องมีการลงทุนใหม่นั้นจะมีต้นทุนที่สูงกว่าหลุมเดิมเพราะอยู่ลึกกว่า และมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่า โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งรัฐคงจะต้องพิจารณาดูความเหมาะสมในเรื่องนี้ เพราะหากรัฐต้องการได้ผลตอบแทนสูงและผู้ประกอบการมีต้นทุนในการผลิตที่สูง ราคาก๊าซที่ขายก็จะต้องสูงตามไปด้วย
 
สำหรับกรณีที่มีผู้ประกอบการผลิตปิโตรเลียมเสนอขายหุ้นแหล่งผลิตปิโตรเลียมออกมานั้น โดยเฉพาะแหล่งอาทิตย์ในอ่าวไทย และในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซียเมียนมา นั้น ในหลักการแล้วปตท.มีความสนใจที่จะซื้อหากเห็นว่ามีผลตอบแทนการลงทุน เนื่องจากเป็นพื้นที่ ปตท.สผ.คุ้นเคย 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด