ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ห่วงค่าไฟพุ่งหลังกพช.เลือกวิธีเปิดประมูลสัมปทานหมดอายุ

  • Date : 30/05/2016, 14:37.

 กพช. เปิดประมูลหาผู้ดำเนินการในแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ ปี2565-2566 ให้แล้วเสร็จใน 1 ปี ชี้ผลเสียหากรายเดิมไม่เข้าประมูลหรือรายใหม่ได้สิทธิ์แทนรายเดิม  จะเกิดช่องว่างช่วงรอยต่อทำให้การผลิตไม่ต่อเนื่อง ก๊าซจะหายไปจากระบบ  กว่า3ล้านล้านลูกบาศก์ฟุตในช่วง8ปี (2561-2568)ต้องนำเข้า LNG ราคาแพงกว่า ทดแทน  ส่งผลประชาชนรับภาระค่าไฟแพงขึ้น


พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุม กพช.มีมติเลือกใช้วิธีเปิดประมูลหาผู้ดำเนินการสำหรับแหล่งก๊าซธรรมชาติที่จะหมดอายุในปี 2565และ 2566 โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1ปีนับจากนี้ 

โดยในวาระการประชุมเรื่องดังกล่าว กระทรวงพลังงานได้นำเสนอถึงผลดีและเสียของการเปิดประมูลต่อ กพช. ว่าผลดีคือการเปิดประมูลจะก่อให้เกิดความโปร่งใสต่อสังคม แต่จะมีผลเสียคือ  ผู้รับสัมปทานรายเดิมจะทยอยลดกำลังการผลิตก๊าซฯลง จากกรณีไม่เข้าร่วมประมูลหรือไม่ชนะการประมูล ขณะที่รายใหม่ที่เข้ามาจะไม่สามารถผลิตก๊าซฯได้ต่อเนื่องในช่วงแรกที่เข้ามาดำเนินการ ซึ่งจะทำให้ก๊าซฯทยอยหายไปจากระบบของประเทศไทย ประมาณ 3 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ย 8 ปีในช่วงรอยต่อการผลิตใหม่ (พ.ศ. 2561-2568)  จากปัจจุบันที่แหล่งก๊าซเอราวัณและบงกช ผลิตได้ประมาณ 2,200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งเป็นแหล่งที่จะหมดอายุสัมปทานในปี 2565 และ  2566 

"ผลสรุปที่ กพช.เลือกใช้วิธีประมูลนั้น จะมีผลให้ผู้รับสัมปทานรายเดิมทยอยลดกำลังการผลิตลงจาก 2,200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งบางช่วงก๊าซฯอาจจะเหลือแค่ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือถ้าโชคร้ายก๊าซฯอาจหายไปทั้งหมดได้ ทั้งนี้เป็นไปตามกลไกตลาดปกติที่ผู้รับสัมปทานรายเดิมอาจทยอยลดกำลังการผลิตลง เมื่อไม่คุ้มค่าการผลิต ทั้งนี้ภาครัฐต้องนำก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG ) มาทดแทน แต่ก็จะมีผลต่อราคาค่าไฟฟ้าของประชาชน"

ทั้งนี้ปัญหาก๊าซฯที่คาดว่าจะขาดหายไปดังกล่าว ทาง กพช.เห็นชอบให้แก้ปัญหาด้วยการนำLNG  มาทดแทน โดย กพช.ได้อนุมัติให้ขยายคลังLNG  เฟส 2 จาก 10 ล้านตันต่อปี เพิ่มอีก 1.5 ล้านตันต่อปี เป็น 11.5 ล้านตันต่อปี  พร้อมอนุมัติให้ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ออกแบบคลัง LNG แห่งที่ 2 ขนาด 7.5 ล้านตันต่อปี ส่วนจะนำเข้า 5 ล้านตันต่อปี หรือ  7.5 ล้านตันต่อปี ต้องรอผลการประมูลการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุนี้ก่อน เพราะหากรายเดิมเข้าร่วมประมูลและเป็นผู้ชนะ ก็มีโอกาสที่จะรักษากำลังการผลิตก๊าซฯจะคงอัตราเท่าเดิมได้ และไม่ต้องนำLNG  มาทดแทน แต่หากเป็นรายใหม่จะต้องสำรอง LNG  ไว้  ซึ่งจะมีผลต่อค่าไฟฟ้าโดยรวมให้เพิ่มขึ้นได้

สำหรับการเปิดประมูลนั้น จำเป็นต้องรอให้ การแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียมและพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม แก้ไขให้เสร็จก่อน เพราะพ.ร.บ.ที่แก้ไขนี้จะเพิ่มเติมทางเลือกระบบ ระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) และระบบจ้างผลิต  เข้าไปด้วยนอกเหนือจากระบบสัมปทาน ส่วนจะนำระบบใดมาใช้คงต้องรอการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยขณะนี้ การแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคาดว่าจะเสร็จใน 3-4 เดือนนี้ 

"กระทรวงพลังงานพร้อมปฏิบัติตาม มติ กพช. ที่ให้เปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งที่จะหมดอายุ แต่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน กรณีที่หากก๊าซฯหายไปบางช่วงและต้องใช้ LNG  มาทดแทนในการผลิตไฟฟ้า  และจะทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น  ซึ่งทุกคนก็ต้องยอมรับ  ผมรับฟังทุกฝ่ายในเมื่อคนที่บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการเปิดเจรจาผู้รับสัมปทานรายเดิม ผมก็ยอมรับ แต่ถ้ามีอีกกลุ่มไม่เห็นด้วยกับการประมูล เพราะจะทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น ก็ส่งเสียงออกมา ผมก็พร้อมรับฟัง"พล.อ.อนันตพร กล่าว

กลับสู่ข่าวทั้งหมด