ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชงกพช.เจรจารายเดิมบริหารแหล่งสัมปทานหมดอายุ

กระทรวงพลังงานเตรียมชง กพช.พิจารณา 2 แนวทางสำหรับสัมปทานปิโตรเลียมเดิมที่จะหมดอายุ ชี้เจรจารายเดิมเรียกผลประโยชน์ให้รัฐเพิ่มเป็นขั้นแรก หากไม่เป็นผลจะเปิดประมูลแทน 
  
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอ  2 แนวทางสำหรับสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุในปี2565 และ2566 ต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 30 พ.ค. 2559
 
โดยแนวทางแรกนั้น กระทรวงพลังงานจะใช้วิธีเจรจากับผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมรายเดิมที่จะหมดอายุ ได้แก่ บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ซึ่งมีแหล่งก๊าซฯเอราวัณจะหมดอายุในเดือน เม.ย. 2565 และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) ซึ่งมีแหล่งก๊าซฯบงกช จะหมดอายุในเดือน มี.ค. 2566 โดยทั้งมีกำลังผลิตก๊าซฯรวมวันละ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต 
 
อย่างไรก็ตามการเจรจาจะอยู่บนพื้นฐานที่รัฐจะต้องได้ผลประโยชน์ที่มากกว่าระบบสัมปทานไทยแลนด์ 3 โดยระดับที่ภาครัฐพอใจคาดว่ารัฐจะต้องได้สัดส่วนผลประโยชน์ 80% และผู้รับสัปทานได้ 20% ซึ่งมากกว่าระบบไทยแลนด์ 3 เดิมที่รัฐได้ผลประโยชน์ 70% ผู้รับสัมปทานได้ 30% 
 
ส่วนแนวทางที่ 2 คือการเปิดประมูลใหม่ แต่หากผู้ชนะประมูลไม่ใช่รายเดิมที่ดำเนินการอยู่แล้ว จะต้องไปเจรจากับรายเก่า เพื่อทำให้ปริมาณผลิตก๊าซฯอยู่ในระดับเท่าเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่หากไม่สามารถผลิตได้ต่อเนื่อง อาจต้องแก้ไขโดยการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)จากต่างประเทศมาทดแทน 
 
พล.อ.อนันตพร กล่าวด้วยว่า หาก กพช. เห็นชอบแล้ว กระทรวงพลังงานจะเริ่มเข้าไปเจรจา และนำผลที่ได้ไปเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการปิโตรเลียมอีกครั้งเพื่อเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป  
 
"กระทรวงพลังงานได้พิจารณาแล้ว สำหรับสัมปทานปิโตรเลียมเดิมที่จะหมดอายุในปี 2565 และ 2566 โดยแนวทางที่ไม่ทำแน่นอน คือการที่ภาครัฐจะเข้าไปดำเนินการเอง เพราะรัฐไม่มีงบประมาณมากขนาดนั้น คงต้องเปิดให้เอกชนดำเนินการ แต่กำหนดไว้เหลือเพียง 2 แนวทาง คือ เจรจากับรายเดิม เพื่อให้เสนอผลประโยชน์ให้รัฐมากขึ้น โดยใช้ระบบสัมปทานไทยแลนด์3 เป็นพื้นฐาน และหากเจรจาไม่เป็นผลก็จะเปิดประมูลแทน"พล.อ.อนันตพร กล่าว
 
ส่วนการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของคณะกฤษฎีกา และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดให้เอกชนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ภายในปลายปี
กลับสู่ข่าวทั้งหมด