ข่าวที่เกี่ยวข้อง

PTTGCตั้งเป้าลดรายจ่ายพันล้านบาทปีนี้

PTTGC เผยราคาน้ำมัน 5 ปีทรงตัวระดับต่ำ 45-60 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เร่งปรับตัวตั้งเป้าลดรายจ่าย 1,000 ล้านบาทในปีนี้ เผยกำไรไตรมาสแรกลด 16% จากปีก่อน เหตุปิดซ่อมบำรุงโรงงานใหญ่ เตรียมเบนเข็มตลาดเม็ดพลาสติกจีนมายังประเทศอาเซียนมากขึ้นก่อนสหรัฐฯมาบุกตลาด
 
 นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่(CEO)บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า PTTGC คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันโลกจะทรงตัวระดับต่ำ 45-60 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า และในปี 2559 นี้คาดว่าจะอยู่ระดับ 45-50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ซึ่งโอกาสจะขึ้นถึงระดับ 80-100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็นไปได้ยาก
 
ดังนั้น PTTGC จึงต้องปรับตัวด้วยการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ โดยได้ให้ผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 คน มาตรวจสุขภาพธุรกิจของ PTTGC ตั้งแต่การผลิต การตลาด การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เต็มที่ การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ ให้คุ้มค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งตั้งเป้าให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายของ PTTGC ลงให้ได้ 1,000 ล้านบาทภายในปีนี้  โดยไตรมาสแรกสามารถลดลงไปได้แล้ว 400-500 ล้านบาท ขณะที่ปี 2558 ลดลงได้ 630 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 12 สัปดาห์เพื่อนำแนวทางมาจัดทำเป็นแผนลดค่าใช้จ่าย และอีก 18 สัปดาห์จะลงมือปฏิบัติต่อไป
 
นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ทรงตัวระดับต่ำนั้น ตามปกติไตรมาสแรกของปี 2559 นี้ ผลประกอบการจะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ไตรมาสแรกปีนี้ทั้งรายได้และกำไรปรับลดลง โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 80,764 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิ 4,707 ล้านบาท ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากปิดซ่อมใหญ่โรงงานผลิตเอทิลีน ที่มีกำลังการผลิต 1 ล้านตัน อย่างไรก็ตามครึ่งหลังของปี 2559 คาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นมาก เพราะโครงการขยายกำลังการผลิตหลายโครงการจะเริ่มเห็นผลและโรงงานเอทิลีน 1 ล้านตันก็กลับมาเดินเครื่องปกติ
 
ส่วนโครงการลงทุนในต่างประเทศนั้น มีทั้งการลงทุนโครงการปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์สหรัฐฯ ( US Petrochemical Complex) ปัจจุบันศึกษารายละเอียดโครงการ และดำเนินการเจรจากับพันธมิตรที่มีศักยภาพทางการตลาด ทั้งนี้จะสรุปผลการลงทุนในต้นปี 2560 โดยตามแผนจะเริ่มก่อสร้างในปี 2560 และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 2564 และโครงการขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชียและในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน( AEC)  กำลังศึกษาโอกาสขยายการลงทุนในตลาดอินโดนีเซีย และ กลุ่มประเทศ CLMV ได้แก่  กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และ เวียดนาม  
 
สำหรับทิศทางผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกปัจจุบันนั้น เริ่มมีความต้องการสูงขึ้น เพราะมีราคาถูกตามราคาน้ำมันที่ลดลง โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่มีความต้องการสูงกว่า 6 ล้านตัน หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 8-10% หรือเท่ากับ 7-8 แสนตันต่อปี อย่างไรก็ตามประเทศสหรัฐฯมีแผนจะผลิตเม็ดพลาสติก 4-5 ล้านตันเพื่อมาเจาะตลาดอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อ PTTGC เพราะผู้ซื้อจะชะลอการซื้อและระวังมากขึ้น ดังนั้น PTTGC จะปรับแผนจากเดิมที่ให้น้ำหนักสัดส่วนการขายเม็ดพลาสติกในจีน ก็จะหันมามุ่งในตลาดอาเซียนมากขึ้นแทน   
 
 
 
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด