ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไตรมาสแรกบางจากกำไรสุทธิลด96%

  • Date : 13/05/2016, 16:40.
บางจาก เผยไตรมาสแรกรายได้หด 96% จากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นประจำปี ขณะยอดขายน้ำมันโต 9% ตามราคาน้ำมันโลกที่ถูกลง  พร้อมรุกขยายธุรกิจเสริมในสถานีบริการ เดินหน้าพัฒนาพลังงานสะอาดทั้งในและต่างประเทศ
 
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ของปี 2559 ว่าบริษัท บางจากฯ และบริษัทย่อย มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม30,276 ล้านบาท ลดลง 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) รวม 1,193 ล้านบาท  เฉพาะในส่วนของบริษัทใหญ่มีกำไรสุทธิ 47 ล้านบาท หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.03 บาท ลดลง 96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่นประจำปี 
 
 
ทั้งนี้บางจากได้วางแผนการบริหารจัดการสำรองผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปไว้จำหน่ายในช่วงหยุดซ่อมบำรุง 45 วัน จึงทำให้สามารถจำหน่ายน้ำมันได้อย่างเพียงพอ ทั้งในส่วนของธุรกิจค้าปลีกและตลาดอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการใช้น้ำมันภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นในภาคธุรกิจการท่องเที่ยว เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง รวมทั้งการขยายตัวในตลาดอุตสาหกรรม ทำให้บางจากฯ ยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 2
 
 
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ในไตรมาสแรกของปี 2559 ธุรกิจโรงกลั่น มีอัตรากำลังการผลิตเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 64,000บาร์เรลต่อวัน จากการหยุดซ่อมบำรุงประจำปีตามแผน และกลับมากลั่นที่ระดับ 110,000 บาร์เรลต่อวัน มีค่าการกลั่นพื้นฐาน 5.35 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกในไตรมาสนี้ปรับลดลง 25% จากปี 2558 ที่ระดับ 40.68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 30.59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและการผลิตน้ำมันดิบล้นตลาด ทำให้ขาดทุนจากการสต๊อกน้ำมัน  1,324 ล้านบาท
 
 
ด้านธุรกิจการตลาด มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันอยู่ที่ 1,465 ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีการลงทุนขยายสถานีบริการขนาดใหญ่ที่ทันสมัยเพิ่มขึ้น และทยอยปรับปรุงภาพลักษณ์ของสถานีบริการน้ำมันที่มีอยู่เดิม ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันทั้งสิ้น รวม 1,074แห่ง มีค่าการตลาดรวมอยู่ที่ 0.93 บาทต่อลิตร มี EBITDA รวม 1,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 90% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
 
 
ส่วนธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ บริหารโดยบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบางจากฯ ได้เข้าซื้อธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมดของกลุ่ม SunEdison รวม 164 เมกะวัตต์ ทำให้ปัจจุบันธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการแล้วมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญารวม 129 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นในประเทศไทย 118 เมกะวัตต์ และโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วในประเทศญี่ปุ่น 11 เมกะวัตต์ ทำให้มีปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้ารวมเพิ่มขึ้น สามารถรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้มี EBITDA รวม 628 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประมาณไตรมาสที่ 3 ของปี 2559
 
 
ขณะที่ธุรกิจไบโอฟูเอล มี EBITDA รวม 146 ล้านบาท และธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม มีปริมาณการจำหน่ายรวม 202,128 บาร์เรล มี EBITDA รวม 22 ล้านบาท นอกจากนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ได้มีการจัดตั้ง บริษัท บางจากรีเทล จำกัด ในประเทศไทย เพื่อประกอบธุรกิจร้านขายอาหารและเครื่องดื่ม โดยบริษัท บางจากฯ ถือหุ้น100% มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท ซึ่งได้เรียกชำระแล้ว 75 ล้านบาท
กลับสู่ข่าวทั้งหมด