ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลังงานขอความชัดเจนคำสั่งคดีคืนท่อก๊าซ

  • Date : 12/05/2016, 17:54.
กระทรวงพลังงานขอความชัดเจนกรณีท่อก๊าซฯ วอนสรุปว่าหน่วยงานใดคือคำสั่งสุดท้าย ยืนยันพร้อมปฏิบัติตาม นอกจากนี้ เร่ง กฟผ.ปฏิรูปแผนงาน เพิ่มความมั่นคงไฟฟ้าไทย
 

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) มีมติให้บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)ดำเนินการแบ่งแยกทรัพย์สินและคืนท่อก๊าซธรรมชาติให้ครบตามคำสั่งศาลปกครองรวมทั้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการเอาผิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เรื่องการทวงคืนท่อก๊าซฯ เป็นเรื่องที่วนเวียนมาหลายครั้ง ซึ่งกระทรวงพลังงานพร้อมดำเนินการตามกฎหมายที่ถูกต้อง แต่ขอให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) หรือ ป.ป.ช. หรือ ศาลปกครอง ช่วยสรุปว่าจะให้ดำเนินการตามคำสั่งสุดท้ายของหน่วยงานใดกันแน่ ซึ่งกระทรวงพลังงานพร้อมจะดำเนินการตาม

 
"ตอนนี้อยากให้ สตง. หรือ  ป.ป.ช. หรือแม้กระทั่งศาลปกครอง ช่วยสรุปทีว่าจะให้กระทรวงพลังงานดำเนินตามคำสั่งของใคร ซึ่งเราก็พร้อมปฏิบัติตาม แต่ช่วยสรุปให้ทีว่าอำนาจสุดท้ายอยู่ที่ใคร ไม่งั้นท้ายที่สุดเรื่องทวงคืนท่อฯก็วนกลับมาที่เดิมทุกที"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าว
 
พล.อ.อนันตพร กล่าวด้วยว่า  นอกจากนี้ได้มอบนโยบายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เร่งแผนปฏิบัติรูปการดำเนินงานของ กฟผ.ให้ชัดเจน ปรับโครงสร้างการบริหารของบริษัทลูกให้เกิดความคล่องตัว รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ.ให้กลับมาอยู่ระดับ 50% จากปัจจุบันอยู่ต่ำกว่า 50% เพื่อให้เกิดความมั่นคงไฟฟ้าของประเทศ พร้อมกันนี้ให้พิจารณาแผนการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) โดยเฉพาะพีคไฟฟ้าที่เกิดช่วงกลางคืนด้วย ทั้งนี้ให้ กฟผ.ไปปรับปรุงแผนให้เสร็จภายใน 6 เดือน และกลับมาตรวจเยี่ยมอีกครั้ง
 
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กล่าวว่า  กฟผ.มีแผนเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าพลังน้ำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับพีคช่วงกลางคืนได้ด้วย โดยจะปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำให้เป็นโรงไฟฟ้าแบบสูบกลับ ที่สามารถผลิตไฟฟ้ารองรับพีคช่วงกลางวันและสูบน้ำกลับคืนเพื่อนำมาผลิตไฟฟ้าช่วงกลางคืนได้อีกครั้ง
 
 ซึ่งปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าลำตะคองแบบสูบกลับ 500 เมกะวัตต์ และมีแผนจะสร้างอีก 500 เมกะวัตต์ พร้อมกันนี้เตรียมสร้างที่เขื่อนจุฬาภรณ์ 800 เมกะวัตต์ และเขื่อนศรีนครินทร์ 400 เมกะวัตต์ 
 
"พีคไฟฟ้าเมื่อวานเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน เพราะอากาศร้อนสะสม ซึ่ง กฟผ.จะต้องเตรียมรองรับพีคช่วงกลางคืนด้วย ซึ่งพีคกลางวันยังมีพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วย ดังนั้นกลางคืนจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพลังงานทดแทนโดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังน้ำมาช่วย ซึ่งอยู่ในแผนของ กฟผ.อยู่แล้ว ทั้งนี้ กฟผ.ยังมีกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมดที่พึ่งพาได้ 37,000 เมกะวัตต์ ยืนยันว่ารองรับพีคในปีนี้ได้อย่างแน่นอน"นายสุนชัย กล่าว
กลับสู่ข่าวทั้งหมด