ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ร้อนสะสม ดันพีคไฟฟ้าพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ไทยอากาศร้อนสะสมหลายวัน ยอดใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 29,600.8 เมกะวัตต์ ทำลายสถิติพีคไฟฟ้าเป็นรอบที่7 ในปีนี้ กฟผ. ยืนยันมีไฟฟ้ารองรับได้ถึง 32,000 เมกะวัตต์ เตรียมแผนสำรองหากพีคยังสูงต่อเนื่อง

 

นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยเกิดการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค)เป็นประวัติการณ์อีกครั้งในวันนี้ (11 พ.ค. 2559) เมื่อเวลา 14.12 น. ยอดพีคไฟฟ้าอยู่ที่ 29,600.8 เมกะวัตต์ ทำลายตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปีนี้เป็นครั้งที่ 7 ที่อุณหภูมิ 36.4 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงขึ้นจากพีค ครั้งที่ 6 เมื่อุวันที่ 28 เม.ย.2559 ที่ 29,403.7 เมกะวัตต์ 

 

สาเหตุสำคัญมาจากการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม บริการ และบ้านอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นวันทำงานปกติ หลังจากช่วงวันหยุดยาวในเดือนพ.ค. ในวันฉัตรมงคลและวันพืชมงคล ประกอบกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวต่อเนื่อง ทำให้เกิดความร้อนสะสม โดยเฉพาะในช่วงบ่ายที่มีอากาศร้อนจัด

 

ในส่วนของกำลังผลิตรองรับพร้อมจ่ายนั้น มีความมั่นคงเพียงพอ เนื่องจากมีปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ประมาณ 10-15% หรือไม่ต่ำกว่า 32,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ กฟผ. ได้มีการเตรียมพร้อม โดยวางแผนงดบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าหลักในช่วงเดือนเม.ย. - พ.ค. นี้ รวมถึงจัดสรรการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว มากเป็นพิเศษในช่วงฤดูร้อน ตลอดจนสำรองน้ำมันเตาที่โรงไฟฟ้าราชบุรีและโรงไฟฟ้าบางปะกง และประสานกับ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ให้สำรองก๊าซธรรมชาติ เพื่อรองรับสถานการณ์

 

กฟผ. จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้าตามมาตรการ“ปิด - ปรับ - ปลด - เปลี่ยน” วันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 20 มี.ค. - 20 พ.ค. 2559 โดยปิดไฟดวงที่ ไม่ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอความร่วมมือในการปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มาก ร่วมกับการปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงสนับสนุนให้ กฟผ. สามารถทำหน้าที่ดูแลกำลังผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศได้เป็นอย่างดี

กลับสู่ข่าวทั้งหมด