ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กบง.ปรับแผนนำเข้าLNGเพิ่มหลังโรงไฟฟ้าถ่านหินล่าช้า

กบง.เห็นชอบขยายคลังเก็บ LNG เพิ่มเป็น 11.5 ล้านตัน หลังโรงไฟฟ้าถ่านหินล่าช้ากว่าแผนต้องพึ่งก๊าซแทนมากขึ้นกว่า 1,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน พร้อมเห็นชอบคลังเพิ่มอีกแห่ง 5 ล้านตันที่ จ.ระยอง นำเสนอ กพช.เดือน พ.ค.นี้ ส่วนราคา LPG งวดเดือน พ.ค. 2559 ให้คงราคาเดิม 
 
    นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)   เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่มีพล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้เห็นชอบปรับแผนการลงทุนสร้างคลังก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG) เพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดล่าช้ากว่าแผน ซึ่งกำหนดไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว 21 ปี หรือ PDP 2015 รวมทั้งก๊าซจากเมียนมาและแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย(JDA) จะมีประมาณลดลงในอนาคต ดังนั้นกระทรวงพลังงานปรับเพิ่มความต้องการก๊าซเพิ่มจาก 4,344 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน  เป็น 5,653 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
 
    โดย กบง.เห็นชอบ 1. ขยายคลังLNG เฟสแรก ส่วนขยายที่2 ที่อ.มาบบตาพุด จาก 10 ล้านตัน ที่จะเสร็จในปี 2560 เป็น 11.5 ล้านตัน จะเสร็จในปี 2562 ใช้เงินลงทุน 1,000 ล้านบาท โดยให้บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)เป็นผู้ดำเนินการ 
 
    และ 2.เห็นชอบสร้างคลัง LNG ใหม่ที่จ.ระยอง 5 ล้านตัน ในปี 2565  ใช้เงินลงทุน 36,800 ล้านบาท แต่จะต้องพิจารณาว่าแหล่งก๊าซเอราวัณ กับ บงกช ที่กำลังจะหมดอายุในปี 2565 และ 2566 ว่าจะกลับมาผลิตก๊าซได้เท่าเดิมรวม 2,100 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันหรือไม่  หากผลิตได้ต่ำกว่าเดิมต้องพิจารณาขยายคลังเก็บ LNG ดังกล่าว จาก 5 ล้านตันเป็น 7.5 ล้านตัน ใช้เงินลงทุน 38,500 ล้านบาท ทั้งนี้จะได้ข้อสรุปอีก 3 เดือนข้างหน้า โดยการขยายคลังทั้งสองส่วนดังกล่าวจะต้องเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ในเดือน พ.ค.นี้ต่อไป
 
     นอกจากนี้ กบง.ยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาเพิ่มเติมในโครงการ ดังต่อไปนี้ 1.โครงการคลัง LNG ลอยน้ำ หรือ Floating Storage and Regasification Unit (FSRU) พื้นที่อ่าวไทยตอนบน 
  
     2.โครงการ FSRU ในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศ (อ.จะนะ จ.สงขลา หรือ อ.มาบตาพุด จ.ระยอง)
     3. โครงการคลัง LNG แห่งใหม่(แห่งที่ 3) 
     4.  โครงการคลัง LNG แห่งใหม่(แห่งที่ 4) หรือ FSRU ที่ประเทศเมียนมา 
 
    และให้นำผลศึกษากลับมาเสนอ กบง.อีกครั้ง ก่อนเสนอ กพช.ต่อไป
 
     นอกจากนี้ กบง.ยังมีมติให้คงราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) ประจำเดือน พ.ค. 2559 ไว้เท่าเดิม 20.29 บาทต่อกิโลกรัม แม้ราคาต้นทุน LPG ในประเทศจะปรับลดลงประมาณ 11-12 สตางค์ต่อกิโลกรัม เนื่องจากเห็นว่า หากปรับลดน้อยมาก หากไปลดราคาขายปลีกจะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ จึงเก็บเงินไว้ที่กองทุน LPG ก่อนและรอให้ปริมาณมากพอจึงจะปรับลดราคาได้ 
 
    ทั้งนี้การคงราคา LPG ดังกล่าว ส่งผลให้ต้องปรับลดเงินชดเชย LPG ลง 0.1196 บาทต่อกิโลกรัม เหลือ 0.5899 บาทต่อกิโลกรัม และทำให้กองทุน LPG มีรายจ่ายลดลง43 ล้านบาทต่อเดือน เหลือรายจ่าย 213 ล้านบาทต่อเดือน 
 
    สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 พ.ค.2559 อยู่ที่ 44,815 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน 37,192 ล้านบาท และบัญชี LPG 7,623 ล้านบาท 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด