ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ห่วงพีคปีหน้าทะลุเกิน3หมื่นเมกะวัตต์เร่งโครงการสายส่งช่วยภาคใต้

  • Date : 29/04/2016, 15:58.
กฟผ.ห่วงพีคไฟฟ้าปีหน้าทะลุ 30,300 เมกะวัตต์ ระบุหากยอดใช้ไฟฟ้ายังพีคเพิ่มปีละ 2,000 เมกะวัตต์ อีก 2-3 ปีไฟฟ้าไม่เพียงพอ แนะเร่งสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ให้เพียงพอและลดใช้ไฟฟ้าลง ขณะภาคใต้พีคเมื่อวานรอบที่ 12 หวั่นหากโตต่อเนื่อง 2-3 ปี ไฟฟ้าใต้จะมีปัญหา เร่งสายส่งขึ้นให้ทันปี 2563 
 

 

       นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า การผลิตไฟฟ้าของไทยยังคงรอบรับพีคไฟฟ้า หรือยอดการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศได้เกิน 30,000 เมกะวัตต์​ เพราะมีปริมาณผลิตพร้อมจ่าย 37,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตามจากพีคไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในปีนี้ พบว่าพุ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมา 7.52% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 2,000 เมกะวัตต์ และหากยังคงเติบโตในอัตราดังกล่าวอีก 2-3 ปีประเทศไทยจะประสบปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ 

 

      โดยพีคล่าสุดเมื่อวานนี้(28 เม.ย. 2559) เกิดพีคไฟฟ้าที่ 29,403.7 เมกะวัตต์ ทำให้เหลือสำรองไฟฟ้าใช้ได้อีกเกือบ 8,000 เมกะวัตต์ แต่ในปีหน้า 2560 กฟผ.คาดว่าพีคไฟฟ้าจะขึ้นถึง 30,300 เมกะวัตต์ ซึ่งขึ้นกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุณหภูมิ 

 

        นอกจากนี้ยังพบว่า ภาคใต้เกิดพีคไฟฟ้าขึ้นเมื่อวานที่ 2,697 เมกะวัตต์ เมื่อเวลา 19.31 น. นับเป็นพีคครั้งที่ 12 ของภาคใต้ในปีนี้แล้ว ขณะที่ภาคใต้มีกำลังผลิตไฟฟ้าและซื้อจากภาคกลางรวม 2,900 เมกะวัตต์ โดยหากพีคยังเติบโต 200-300 เมกะวัตต์ต่อปี คาดว่าใน 2-3 ปีไฟฟ้าภาคใต้จะมีปัญหาแน่นอน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะต้องพัฒนาสายส่งไฟฟ้าให้รองรับไฟฟ้าที่เชื่อมโยงไฟฟ้าจากภาคกลางและภาคตะวันตกให้มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเสร็จประมาณปี 2563 ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาไฟฟ้าภาคใต้ได้ส่วนหนึ่ง และในปี 2566 กฟผ.ตั้งเป้าสร้างสายส่งไฟฟ้าให้เชื่อมโยงทั้งประเทศและรองรับการใช้ไฟฟ้าระยะยาว 21 ปี ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว หรือ PDP2015 ได้ 

 

      นายสุนชัย กล่าวว่า แนวทางแก้ไขปัญหาที่สำคัญคือ การสร้างโรงไฟฟ้าให้เพียงพอ และต้องกระจายเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าไทยด้วย รวมถึงต้องนำมาตรการประหยัดไฟฟ้ามาใช้ด้วย โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาดสามารถดำเนินการได้จริง และไม่ทำให้ต้นทุนนค่าไฟฟ้าแพงเกินไปด้วย ซึ่ง กฟผ.พร้อมที่จะให้ข้อมูลขัอเท็จจริงกับชาวบ้าน และจะต้องสร้างคววามเข้าใจร่วมกันต่อไป 

 

        สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการไตรภาคี ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาขณะนี้ได้นำส่งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วและอยู่ระหว่างการพิจารณาจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ

 

 

       ส่วนในอนาคตช่วง ปีข้างหน้า (2559-2561) กฟผมีงบลงทุน301,101 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการลงทุนในระบบผลิต ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้า สายส่งเชื่อมโรงไฟฟ้ากับระบบและงบลงทุนที่จัดทำเป็นแผนระยะยาวสำหรับโรงไฟฟ้า จำนวน 186,544ล้านบาท หรือ  62%  และการลงทุนในระบบส่ง ประกอบด้วยเงินลงทุนขยายระบบส่งไฟฟ้าและงบลงทุนที่จัดทำเป็นแผนระยะยาวสำหรับระบบส่ง จำนวน 114,557ล้านบาท หรือ 38%ของงบลงทุน 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด