ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท.สผ.เดินกลยุทธ์ใหม่รับมือราคาน้ำมันผันผวน

ปตท.สผ.เดิน 3 กลยุทธ์ภายใต้ RESET REFOCUS RENEW รับมือราคาน้ำมันผันผวน เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2559 กำไรสุทธิ 157 ล้านเหรียญสหรัฐ และเงินสดในมือ (Cash on hand)ยังมีเหลือกว่า 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

 นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์ภายใต้ยุทธศาสตร์สามด้านที่เรียกว่า RESET REFOCUS RENEW เพื่อรับมือกับราคาขายผลิตภัณฑ์น้ำมันของบริษัท รวมถึงราคาก๊าซธรรมชาติที่จะค่อย ๆ ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันในช่วงที่เหลือของปีนี้  โดยกลยุทธ์ภายใต้RESET จะเป็นการปรับฐานต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน โดยเน้นการสร้าง DNA ของพนักงานทุกคนให้มีจิตสำนึกในเรื่องการลดต้นทุนและการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อสร้างความเป็นเลิศ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

ส่วนREFOCUS จะเน้นการลงทุนในพื้นที่ที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น ประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับโครงการในประเทศโมซัมบิกเพื่อผลักดันให้สามารถดำเนินงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนการลงทุน

และRENEW จะเป็นการกำหนดกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจร่วมกับ ปตท. ในธุรกิจ LNG พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการศึกษาการลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ เช่น พลังงานทางเลือก เพื่อสร้างความพร้อมในการเติบโตขององค์กรในอนาคต

 “บริษัทมีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะเพิ่มความสามารถของ ปตท.สผ. ให้แข่งขันได้ในเวทีโลก ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันและสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว”นายสมพร กล่าว

สำหรับผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2559ของ ปตท.สผ.และบริษัทย่อยนั้น มีกำไรจากการดำเนินงานตามปกติ (Recurring Net Profit) 116  ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 103 ล้านเหรียญสหรัฐ จากไตรมาส 4 ปี 2558 เนื่องจากบริษัทสามารถปรับลดต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) ลงกว่า 10% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน นอกจากนี้ บริษัทได้รับรู้กำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (Non-Recurring) จำนวน 41 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการรับรู้ผลประโยชน์ทางภาษีเงินได้จากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับสกุลเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิก่อนสอบทาน 157 ล้านเหรียญสหรัฐ  ด้านฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 818 ล้านเหรียญสหรัฐ และเงินสดในมือ 3,700 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2559 บริษัทมีปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 329,858 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ใน 2559 ในขณะที่ราคาขายเฉลี่ยลดลงเหลือ 35.08 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบจาก 39.18 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในไตรมาส 4 ปี 2558 อย่างไรก็ดี ต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ลดลงเป็น 28.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบจาก 35.18 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในไตรมาสก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากการมุ่งเน้นลดค่าใช้จ่ายภายใต้โครงการ SAVE to be SAFE ประกอบกับโดยปกติแล้วบริษัทมีกิจกรรมสำรวจและพัฒนาตามแผนงานไม่มากนักในไตรมาส 1 จึงมีผลให้ค่าใช้จ่ายต่ำกว่าในช่วงเวลาอื่น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนต่อหน่วยในช่วงที่เหลือของปีจะปรับตัวสูงขึ้นตามค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นตามแผนงาน

ในส่วนข้อมูลความก้าวหน้าโครงการที่สำคัญของ ปตท.สผ. ในไตรมาส 1 ปี 2559 นั้นปัจจุบัน ปตท.สผ. มีโครงการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทยและต่างประเทศ รวม 38 โครงการ ใน 11 ประเทศ โดยความก้าวหน้าของโครงการหลัก ๆ สรุปได้ ดังนี้

โครงการในประเทศไทย  โครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ดำเนินการผลิตแล้ว และสามารถรักษาระดับการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง  เช่น  โครงการบงกช  โครงการอาทิตย์ โครงการเอส 1 และโครงการคอนแทร็ค 4 

โครงการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   ได้แก่ โครงการซอติก้า เสร็จสิ้นการติดตั้งแท่นหลุมผลิตเฟส 1B จำนวน 4 แท่น และอยู่ระหว่างการเตรียมหลุมผลิต โครงการเมียนมาร์ เอ็ม 3 อยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสม พร้อมทั้งประเมินศักยภาพเชิงพาณิชย์และศักยภาพปิโตรเลียมในพื้นที่ที่เหลืออยู่ โครงการเมียนมาร์ พีเอสซี จี และอีพี 2 รัฐบาลเมียนมาร์ได้อนุมัติการขยายเวลาสำรวจปิโตรเลียม เพื่อศึกษาโครงสร้างธรณีวิทยาและประเมินศักยภาพของแหล่งกักเก็บ โครงการเมียนมาร์ เอ็ม 11 เสร็จสิ้นการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนแบบ 3 มิติ และอยู่ระหว่างการดำเนินการประมวลผลข้อมูล โครงการเมียนมาร์เอ็มดี-7 และ เอ็มดี-8 รัฐบาลเมียนมาร์ได้อนุมัติการขยายเวลาการศึกษาปิโตรเลียมของแปลงเอ็มดี-7 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนแบบ 3 มิติ  โครงการเมียนมาร์ เอ็มโอจีอี 3 อยู่ระหว่างการเตรียมการดําเนินการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ

โครงการในออสตราเลเชีย  แหล่งมอนทารา มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 18,146 บาร์เรลต่อวัน สอดคล้องกับแผนการผลิตที่วางไว้   

โครงการในทวีปอเมริกา  โครงการมาเรียนา ออยล์ แซนด์ อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางเพื่อลดต้นทุนและลดความเสี่ยงของการพัฒนาโครงการ โครงการบารารินเนียส์ เอพี 1 อยู่ระหว่างการสำรวจคลื่นไหวสะเทือนแบบ 3 มิติ  โครงการบราซิล บีเอ็ม อีเอส 23 อยู่ระหว่างการขออนุมัติจากรัฐบาลบราซิล เพื่อขยายระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมการสำรวจ

โครงการในแอฟริกาและตะวันออกกลาง  โครงการแอลจีเรีย 433 เอ และ 416 บี  มีการจำหน่ายน้ำมันดิบครั้งแรกตั้งแต่ปลายปี 2558 สำหรับในไตรมาส 1 ปี 2559 มีปริมาณการผลิตเฉลี่ยประมาณ 15,165 บาร์เรลต่อวัน โครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ  เสร็จสิ้นการเจาะหลุมสำรวจและประเมินผลจำนวน 6 หลุมตามแผน และอยู่ระหว่างการเจาะหลุมประเมินผลเพิ่มเติมอีก 1 หลุม โครงการโมซัมบิก โรวูม่า ออฟชอร์ แอเรีย วัน  อยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาเงินกู้ในรูปแบบของ Project Finance กับสถาบันการเงิน รวมถึงการเตรียมความพร้อมในด้านอื่นๆ เช่น สัญญาซื้อขาย LNG ระยะยาว เป็นต้น

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด