ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไฟเขียวงบกองทุนอนุรักษ์กว่า4พันล้านบาทเดินหน้า30โครงการ

คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ไฟเขียวงบกองทุนฯ ปี 2559 เพิ่มเติม 30 โครงการ จำนวน 4,275 ล้านบาท ขับเคลื่อนการประหยัดพลังงานตามแผนอนุรักษ์พลังงาน และส่งเสริมพลังงานทดแทน ส่งเสริมนวัตกรรมการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง 900 แห่งทั่วประเทศ

 

          นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) และในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการกองทุนฯ ที่มีพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี  เป็นประธานได้พิจารณางบประมาณรายจ่ายกองทุนฯ ปีงบประมาณ 2559 เพิ่มเติม และเห็นชอบจัดสรรเงินกองทุนฯ เพื่อดำเนินโครงการ 30 โครงการ เป็นเงิน 4,275 ล้านบาท

          โดยแบ่งเป็นโครงการในแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 17 โครงการ จำนวน 3,107 ล้านบาท และโครงการในแผนพลังงานทดแทน 13 โครงการ 1,168 ล้านบาท จะช่วยลดการใช้พลังงานได้ 77 กิโลตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ โดยการพิจารณางบดังกล่าวได้มุ่งเน้นให้สอดคล้องตามแผนบูรณาการพลังงาน ได้แก่ แผนอนุรักษ์พลังงานพ.ศ. 2558 – 2579 และแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 – 2579 

          สำหรับโครงการที่ได้รับการจัดสรร ได้แก่ โครงการในแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เช่น โครงการเครื่องมือทางการเงินสนับสนุนการลงทุนปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในโรงพยาบาลของรัฐ แบบ Matching Fund การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในรูปแบบมาตรการอุดหนุนผลการประหยัดพลังงาน (DSM Bidding) โครงการสนับสนุนหลอดประหยัดพลังงาน LEDในหน่วยงานราชการและสถานศึกษาของรัฐ 

         รวมถึงโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) โครงการสนับสนุนการออกแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) เพื่อเร่งให้การอนุรักษ์พลังงานเกิดผลเป็นรูปธรรมและเป็นต้นแบบการอนุรักษ์พลังงานให้กับประชาชน เอกชน ด้วยการกระตุ้นให้เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดการประหยัดการใช้พลังงานของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล คือ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน 

       สำหรับโครงการในแผนพลังงานทดแทน เช่น โครงการสนับสนุนงานวิจัยเทคโนโลยีระบบสะสมพลังงานรูปแบบต่างๆ ในวงเงิน 500 ล้านบาท  โครงการสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์สู้ภัยแล้ง งบประมาณ 520 ล้านบาท โดยจะทำการติดตั้งระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 900 ระบบ สำหรับเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ 12 เขตของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่ได้ดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาลไว้แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ภัยแล้งทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะช่วยเหลือราษฎรกว่า 18,000 ครัวเรือน และสูบน้ำในพื้นที่ภัยแล้งได้ถึง 18,000 ลบ.ม.ต่อวันครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 36,000 ไร่ มีกำลังผลิตจากการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ที่เพิ่มขึ้น 2,250 กิโลวัตต์ และผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น 2,925,000 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปีทดแทนระบบเดิมที่มักจะใช้น้ำมันและไฟฟ้าในระบบสูบน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งจะทำให้ประชาชนหรือเกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

       "การจัดสรรเงินกองทุนฯ เป็นไปตามขั้นตอนและกรอบหลักเกณฑ์ชัดเจน และหลังจากที่คณะกรรมการกองทุนฯ ได้อนุมัติจัดสรรเงินกองทุนฯ ให้หน่วยงานไปดำเนินโครงการต่างๆ จะมีคณะอนุกรรมการติดตามประเมินผลการดำเนินงาน และติดตามตรวจสอบการใช้เงินอย่างใกล้ชิด"นายทวารัฐ กล่าว 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด