ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พีคไฟฟ้าเกิดต่อเนื่องครั้งที่4ในประวัติการณ์นับเป็นครั้งที่9ของปี

  • Date : 26/04/2016, 17:35.

อากาศร้อนจัด หลังพระอาทิตย์ตั้งฉากกับกรุงเทพฯ คนไทยใช้ไฟฟ้าพุ่ง กฟผ.เผยเกิดพีคไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศครั้งที่ 4 ถึง 29,004.6 เมกะวัตต์ และเป็นพีคครั้งที่ 9 ของปี 2559 ระบุสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ พร้อมปรับพยากรณ์พีคไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 29,200 เมกะวัต์ 

    นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ในวันนี้ ( 26 เม.ย.) ประเทศไทยเกิดการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงสุด(พีค)เป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ซึ่งเกิดเป็นครั้งที่ 4 ของปีนี้ โดยเมื่อเวลา 14.13 น. ปริมาณการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงสุดอยู่ที่ 29,004.6 เมกะวัตต์ ท่ามกลางอุณหภูมิ  38.1 องศาเซลเซียส

โดยพีคไฟฟ้าดังกล่าวสูงกว่าที่สูงกว่าคาดการณ์ไว้ 29,000 เมกะวัตต์ และสูงขึ้นจากพีค ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2559 ที่ 28,475.3 เมกะวัตต์ สาเหตุสำคัญมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง และเป็นช่วงวันทำงานปกติ ประกอบกับเป็นช่วงเวลาปิดภาคเรียน จึงมีการใช้ไฟฟ้าทั้งภาคอุตสาหกรรม บริการ และบ้านอยู่อาศัยเพิ่มขึ้น

สำหรับสถานการณ์การใช้ไฟฟ้า คาดว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ที่ไม่เกิน 29,200 เมกะวัตต์ โดยมีโอกาสเกิดพีคอีกครั้งภายในช่วงสัปดาห์นี้ เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า ไทยจะมีอากาศร้อนจัดขึ้นอีก จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงวันหยุด วันแรงงานแห่งชาติ วันฉัตรมงคล และวันพืชมงคล ในเดือนพ.ค. ซึ่งจะมีผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลง และตั้งแต่กลางเดือนพ.ค.เป็นต้นไปจะเริ่มมีฝนตกและอากาศเย็นลง ทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย

นายสุนชัย กล่าวว่า ในส่วนของกำลังผลิตรองรับพร้อมจ่ายนั้น มีความมั่นคงเพียงพอ เนื่องจากมีปริมาณไฟฟ้าสำรองที่ประมาณ10-15%หรือไม่ต่ำกว่า 32,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ดี หากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ กฟผ. ได้มีการเตรียมพร้อม โดยสำรองน้ำมันเตาที่โรงไฟฟ้าราชบุรีและโรงไฟฟ้าบางปะกง รวมถึงให้ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)  สำรองก๊าซธรรมชาติ เพื่อรองรับสถานการณ์

กฟผ.จึงขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้าตามมาตรการ “ปิด - ปรับ - ปลด - เปลี่ยน” วันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่ 20 มี.ค. - 20 พ.ค. 2559 โดยปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอความร่วมมือในการปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส ซึ่งจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้มาก ร่วมกับการปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้า ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม กฟผ. จะทำหน้าที่ดูแลกำลังผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงให้เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศ

อย่างไรก็ตามการเกิดพีคไฟฟ้าดังกล่าว นอกจากจะทำลายสถิติการใช้ไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศไทยแล้ว ยังนับเป็นการเกิดพีคไฟฟ้าสูงสุดประจำปี 2559 ซึ่งเกิดเป็นครั้งที่9 ด้วยโดยครั้งที่ 8 เกิดเมื่อเวลา 14.53 น.ของวันที่ 25 เม.ย. 2559 ที่ 28,475.3 เมกะวัตต์ อุณหภูมิ 36.6 องศาเซลเซียส ครั้งที่ 7 เกิดเมื่อเวลา 14.17น.ของวันที่ 19 เม.ย. 2559 ที่ 28,351.7 เมกะวัตต์ ณ อุณหภูมิ 36.6องศาเซนเซียส ครั้งที่6 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2559 เวลา20.21 น. อยู่ที่27,639เมกะวัตต์  ที่อุณหภูมิ31.1 องศาเซ็นเซียส  และพีคไฟฟ้าครั้งที่5 นั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่23 มี.ค.2559เวลา14.40น. อยู่ที่ 27,279เมกะวัตต์  

ทั้งนี้สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ในวันที่ 26 เม.ย. 2559 เวลาประมาณ 12.16 น. ดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในแนวตั้งฉากกับเขตกรุงเทพมหานคร ผ่านเหนือศรีษะพอดี ซึ่งการที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลกนี้ ทำให้ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลให้สภาพอากาศในกรุงเทพมหานครร้อนขึ้น

 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด