ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับตาพีคไฟฟ้าทะลุ28,500เมกะวัตต์หลังวันที่26เม.ย.นี้

สนพ.จับตาพีคไฟฟ้าทะลุ28,500-29,000 MW ตั้งแต่ 26 เม.ย นี้เป็นต้นไปพร้อมเชิญชวนประชาชนช่วยกันลดใช้ไฟฟ้าช่วงหน้าร้อนเพื่อปรับลดพีค

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่15เม.ย.2559 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ทางสนพ.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการปรับโหลดไฟฟ้าช่วงวันหยุดและประเมินโอกาสที่จะเกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(Peak) หรือพีคไฟฟ้าใหม่ โดยในช่วง  วันที่18-20 เม.ย.นี้ มีการพยากรณ์อากาศว่าอาจจะมีฝนตกในบางพื้นที่และอุณหภูมิจะไม่สูงมาก ทำให้คาดการณ์ว่าพีคไฟฟ้าของสัปดาห์น่าจะเกิดในวันที่21เม.ย.ที่ความต้องการไฟฟ้าอยู่ที่27,600 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตามในส่วนของพีคไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น น่าจะยังอยู่ที่ตัวเลขประมาณ 28,500-29,000 เมกะวัตต์ และมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ 26 เม.ย เป็นต้นไป

สำหรับพีคไฟฟ้าสูงสุดของปี2559 นั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่6เมษายน เวลา20.21 น. อยู่ที่27,639เมกะวัตต์  ที่อุณหภูมิ31.1 องศาเซ็นเซียส  ซึ่งทำลายสถิติพีคไฟฟ้าของปี2558 ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่11 มิถุนายน อยู่ที่ 27,354. เมกะวัตต์  หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 293.5เมกะวัตต์

ทั้งนี้การเกิดพีคไฟฟ้าจะไม่เป็นผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าที่จัดเก็บกับประชาชนเพราะในการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้า กฟผ.จะสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดก่อน ส่วนโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูงจะเก็บเป็นกำลังการผลิตสำรอง และจะสั่งเดินเครื่องเมื่อเกิดกรณีพีคไฟฟ้า เพื่อให้มีกำลังการผลิตเพียงพอกับความต้องการใช้  จึงทำให้้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นได้ 

พีคไฟฟ้าของปี2559 ที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่6เม.ย.2559 และทำลายสถิติของปี2558 นั้นถือเป็นพีคไฟฟ้าครั้งที่6แล้ว โดยพีคไฟฟ้าครั้งที่5 นั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่23 มี.ค.2559เวลา14.40น. อยู่ที่ 27,279เมกะวัตต์  ส่วนพีคครั้งที่4 ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.47 น.ของวันที่22มี.ค.2559 อยู่ที่ 27,222.5 เมกะวัตต์  

สนพ.ยังคงเชิญชวนประชาชนช่วยประหยัดไฟฟ้าเพื่อลดพีคในช่วงหน้าร้อน ด้วยการปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้คือ 1. ปิด คือปิดไฟที่ไม่จำเป็น 2. ปรับ คือปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาหรือปรับ Fan Mode 3. ปลด คือปลดปลั๊กอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้ และ4.เปลี่ยน คือเปลี่ยนอุปกรณ์มาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ประหยัดพลังงาน โดยจะขอความร่วมมือประชาชนดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 ชั่วโมงของทุกวัน 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด