ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุดไม่รับพิจารณาคำฟ้องคดีเกี่ยวกับท่อก๊าซปตท.

  • Date : 08/04/2016, 23:21.

ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสุงสุดไม่รับพิจารณาคำร้องคดี เกี่ยวกับทวงคืนท่อก๊าซ  เพราะเคยมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดในคดีที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว

นายสุพจน์ เหล่าสุอาภา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักกฎหมาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่8เม.ย.2559ปตท.ได้คัดสำเนาผลคำสั่งศาลฯ ต่อกรณีดังกล่าว โดยคำสั่งศาลฯ มีใจความสำคัญสรุปได้ว่า การที่ นางสาวรสนา โตสิตระกูล กับพวกยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2551 ที่รับรองว่า ปตท. ส่งคืนทรัพย์สินตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว และขอให้ศาลมีคำสั่งใหม่โดยให้พิจารณารายงานของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่ได้ตรวจสอบทรัพย์สินในคดีนี้อีกครั้งหนึ่งนั้น  ถือว่าเป็นการยื่นคำร้องที่ต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะเป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดในคดีที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ดังนั้น ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องนางสาวรสนา โตสิตระกูล กับพวก เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2558 ไว้พิจารณา

นายสุพจน์ กล่าวว่า คำวินิจฉัยล่าสุดจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด จึงเป็นการยืนยันโดยศาลปกครองสูงสุดอีกครั้งว่า ปตท. ได้ดำเนินการแบ่งแยกโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่รัฐตามคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว 

สำหรับเนื้อหาบางส่วนที่ปตท.มีการคัดสำเนาผลคำสั่งศาลปกครองสูงสุด นั้นระบุว่าโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด คดีที่ขอให้ศาลเพิกถอนพระราชกฤษฏีกากำหนดอำนาจ สิทธิ ประโยชน์ของบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน)พ.ศ.2544และพระราชกฤษฏีกากำหนดเงื่อนเวลายกเลิกกฏหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย พ.ศ.2544 ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษายกคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้ง5(มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคผู้ฟ้องคดีที่1,นางสาวรสนาโตสิตระกูล ที่2,นางสาวสายรุ้ง ทองปลอน ที่3 ,นางภินันทน์ โชติรสเศรณีที่4 นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ที่5)  เนื่องจากไม่ใช่คดีที่ฝ่ายผู้ชนะคดี (เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา)ที่จะมีสิทธิร้องขอให้มีการบังคับคดี ตามคำพิพากษาได้ ตามมาตรา72วรรค5 แห่งพระราชบัญญัติศาลปกครอง พ.ศ.2542 ประกอบมาตรา271 แห่งประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความทางแพ่ง

และโดยข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีที่1ที่2และที่5 ได้เคยยื่นคำร้องลงวันที่3มีนาคม2552 ขอให้ศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขแดงที่ ฟ.35/2550 ทำการไต่สวนเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่4(ปตท.) ต้องคืนกระทรวงการคลัง โดยศาลปกครองสูงสุดในคดีดังกล่าวพิจารณาแล้วเห็นว่า  ผู้ฟ้องคดีไม่ใช่เจ้าหน้าตามคำพิพากษา จึงไม่มีสิทธิบังคับคดี อีกทั้งผู้ถูกฟ้องคดีที่1ถึง4( คณะรัฐมนตรี ที่1,นายกรัฐมนตรี ที่2,รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่3 ,ปตท.ที่4 )และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามคำพิพากษาเรียบร้อยแล้ว  จึงให้ยกคำร้อง

จะเห็นว่า การที่ผู้ฟ้องคดีที่1ที่2และที่5 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่21พฤษภาคม2558 ขอให้ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของตุลาการเจ้าของสำนวนเดิม เมื่อวันที่26ธันวาคม2551 ที่สั่งคำร้องฉบับลงวันที่25 ธันวาคม2551 ของผู้ถูกฟ้องคดีที่4ว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่1ถึง4และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามคำพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขอให้ศาลมีคำสั่งคำร้องใหม่โดยพิจารณารายงานของสำนักงงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่ได้ตรวจสอบทรัพย์สินในคดีนี้อีกครั้งหนึ่ง เป็นการขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี หรือประเด็นใดแห่งคดีที่ศาปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยแล้ว  จึงเป็นกรณีต้องห้ามมิให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาในประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วนั้นอีก ตามข้อ96 แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครองพ.ศ.2543ด้วยเหตุนี้ศาลปกครองสูงสุดจึงไม่อาจพิจารณาคำร้อง

 

 

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด