ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พีคไฟฟ้าปี59ทำลายสถิติพีคปี58แล้ว

พีคไฟฟ้าครั้งที่6ของปี2559ทำลายสถิติปี2558แล้วแถมเกิดช่วงตอนหัวค่ำ โฆษกกระทรวงพลังงาน ขอความร่วมมือประชาชนช่วยลดใช้ไฟฟ้าด้วยมาตรการ ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยนตลอดช่วงหน้าร้อน หวั่นหากอากาศร้อนสะสมเกิดพีคไฟฟ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลกระทบค่าไฟฟ้าแน่

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ว่าเมื่อวันที่6เมษายน เวลา20.21 น.ผ่านมา ได้เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูดสุดหรือ(พีค)อยู่ที่27,639เมกะวัตต์  ณ อุณหภูมิ31.1 องศาเซ็นเซียส  ซึ่งทำลายสถิติพีคไฟฟ้าของปีที่แล้ว เมื่อวันที่11 มิถุนายน 2558ที่อยู่ที่ 27,354. เมกะวัตต์  หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 293.5เมกะวัตต์

สัญญาณที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้น ไม่ส่งผลดีต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน เพราะพีคไฟฟ้าที่ทำลายสถิติครั้งนี้นั้น เกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำ แถมยังเป็นวันหยุดราชการ ที่ส่วนใหญ่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด มักจะไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้   ทำให้มีความกังวลว่าหากอากาศร้อนสะสมนานๆ หลายวันติดต่อกัน  อาจจะเกิดพีคไฟฟ้าที่ทำลายสถิติไปเรื่อยๆ จนความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งขึ้นสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ก็เป็นได้

ทั้งนี้การเกิดพีคไฟฟ้าจะไม่เป็นผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าที่จัดเก็บกับประชาชนเพราะกฟผ.นั่นสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดก่อน ส่วนโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูงจะเก็บเป็นกำลังการผลิตสำรอง ดังนั้นเมื่อเกิดพีคขึ้น กฟผ.ก็จะสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูง เพื่อให้มีกำลังการผลิตเพียงพอกับความต้องการใช้  จึงทำให้้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นได้ 

สำหรับพีคไฟฟ้าที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อวันที่6เม.ย.2559 และทำลายสถิติของปี2558  ถือเป็นพีคไฟฟ้าครั้งที่6แล้ว โดยพีคไฟฟ้าครั้งที่5 นั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่23 มี.ค.2559เวลา14.40น. อยู่ที่ 22,279เมกะวัตต์  ส่วนพีคครั้งที่4 ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.47 น.ของวันที่22มี.ค.2559 อยู่ที่ 27,222.5 เมกะวัตต์  โดยพีคที่เกิดขึ้น ครั้งนี้ถือว่าใกล้เคียง กับพีคของปี2558ที่อยู่ระดับ 27,346 เมกะวัตต์  

นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำหรับสาเหตุที่การใช้ไฟฟ้าสูงสุดในครั้งนี้ซึ่งเกิดในวันหยุด ช่วงกลางคืน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว และเป็นลักษณะการใช้ไฟฟ้าของวันหยุด ที่มาจากความต้องการไฟฟ้าของภาคบ้านอยู่อาศัยและบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ซึ่งหลายปีที่ผ่านมาก็มีการทำลายตัวเลขพีคในช่วงในวันหยุดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม คาดว่าปีนี้จะมีการทำลายตัวเลขพีคอีกหลายครั้ง ซึ่งในที่สุดแล้ว พีคสูงสุดของปีมักจะเกิดในช่วงบ่ายของวันทำงานปกติ จากการใช้ไฟฟ้าทั้งภาคอุตสาหกรรม บริการและบ้านอยู่อาศัย

ทั้งนี้ กฟผ.เตรียมแผนที่จะรับมือกับพีคไฟฟ้าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี2559 ระหว่างวันที่25-29 เม.ย.2559 ที่ระดับ28,500 เมกะวัตต์ ใน4ส่วนสำคัญคือ1.ส่วนระบบผลิตไฟฟ้า โดยกฟผ.จะงดการหยุดซ่อมบำรุง(Overhual)โรงไฟฟ้าในช่วงระหว่างเวลาที่คาดว่าจะเกิดพีคไฟฟ้าออกไป และเพิ่มปริมาณรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาเสริมระบบ   2.ส่วนของระบบส่ง  จะเข้าไปตรวจสอบระบบสายส่งและอุปกรณ์สำคัญ และงดการหยุดซ่อมสายส่ง เพื่อเตรียมพร้อมที่จะรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น 3. ส่วนของเชื้อเพลิง  มีการประสานความร่วมมือกับทางปตท. ให้จัดส่งก๊าซให้เพียงพอกับความต้องการของโรงไฟฟ้าและสำรองน้ำมันเตาและดีเซลเอาไว้ให้พร้อม  

และ4.ส่วนของผู้ใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะเน้นการรณรงค์ขอความร่วมมือ ให้ประชาชน ช่วยประหยัดไฟฟ้าเพื่อลดพีคในช่วงหน้าร้อน ด้วยการปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้คือ 1. ปิด คือปิดไฟที่ไม่จำเป็น 2. ปรับ คือปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาหรือปรับ Fan Mode 3. ปลด คือปลดปลั๊กอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้ และ4.เปลี่ยน คือเปลี่ยนอุปกรณ์มาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ประหยัดพลังงาน โดยจะขอความร่วมมือประชาชนดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 ชั่วโมงของทุกวัน 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด