ข่าวทั้งหมด

Date : 27 / 06 / 2016

  • Date : 27 / 06 / 2016
    เตรียมชงกบง.เลื่อนแผนเปิดเสรีนำเข้าLPG

    กรมธุรกิจพลังงานเตรียมเสนอเลื่อนเปิดเสรีนำเข้าLPG หลังปตท.แจ้งเดือน ก.ค.นี้ไม่ต้องมีการนำเข้าเป็นครั้งแรกในรอบ8ปี เพราะกำลังการผลิตภายในประเทศ เพียงพอรองรับความต้องการใช้

    นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า กรมธุรกิจพลังงานเตรียมรายงานสถานการณ์การนำเข้า LPG เดือน ก.ค. 2559 ต่อคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ว่า จะเป็นเดือนที่ไม่มีการนำเข้า LPG เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2551 หรือในรอบ8ปี  เนื่องจากปตท.รายงานให้ทราบว่า ยังคงมีปริมาณ LPG คงเหลืออยู่ในคลังจากเดือนก่อน ซึ่งเพียงพอรองรับความต้องการใช้ตลอดเดือน ก.ค.นี้  จากการที่ ภาคขนส่งหันไปใช้น้ำมัน แทน LPG เพราะมีต้นทุนและราคาถูกกว่า ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรม ก็หันไปใช้แนฟทา เป็นวัตถุดิบ แทนLPG เช่นเดียวกัน  โดยหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป กรมฯจะเสนอ กบง.เพื่อขอเลื่อนแผนการเปิดเสรีนำเข้า LPG ออกไปก่อน  จากเดิมที่จะกำหนดให้เริ่มมีผู้นำเข้า LPG รายที่ 2นอกเหนือจากปตท. ภายในปี 2560 นี้   อย่างไรก็ตามในส่วนของการออกหลักเกณฑ์เปิดนำเข้า LPG เสรี นั้นจะดำเนินการเตรียมพร้อมเอาไว้ให้เสร็จภายในปีนี้

     แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมา กบง.ได้ให้ความเห็นชอบแผนเปิดเสรีนำเข้าLPGใน 4 ขั้นตอน คือ 1. รัฐจะยกเลิกการชดเชยค่าขนส่งLPG ไปยังท่าเรือ และคลังในภูมิภาค เพื่อให้เกิดการแข่งขันทางธุรกิจเสรีขึ้น  2. เปิดให้มีผู้นำเข้า LPG มากกว่า 2 รายขึ้นไป จะปรับสูตรราคานำเข้าLPG ใหม่ จากเดิมกำหนดให้ราคานำเข้าLPG+85 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน โดยราคา LPGนำเข้าจะบวกเท่าใดนั้น จะมีการพิจารณาอีกครั้ง แต่ต้องเป็นอัตราที่ก่อให้เกิดการแข่งขันเสรีได้
    3 หลังจากมีการนำเข้า LPG มากกว่า 2 รายแล้ว กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาเกณฑ์การประมูลสิทธิ์การนำเข้า LPG สู่ราชอาณาจักร และ 4. จะเปิดการค้า LPG แบบเสรีเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจหมายถึงการแข่งขันข้ามกลุ่มระหว่างกลุ่ม LPG นำเข้า กับกลุ่ม LPG ที่ผลิตจากหน้าโรงกลั่น โรงแยกก๊าซฯได้ 

    ทั้งนี้การเลื่อนการเปิดเสรีนำเข้าLPG จะต้องดูข้อมูลคาดการณ์นำเข้า LPG ตลอดปี 2559 ว่า จะมีการงดเว้นการนำเข้าในเดือนใดบ้าง และจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาจำหน่าย LPG ในประเทศอย่างไร  โดยหากไม่ต้องนำเข้า LPG หลายเดือน   ก็จะต้องเลื่อนเปิดให้มีผู้นำเข้ารายใหม่ นอกเหนือจาก ปตท. ออกไปก่อน  เพราะความต้องการใช้ในประเทศไม่มากพอที่จะต้องนำเข้า   ซึ่งจะส่งผลดีต่อประเทศที่ไม่ต้องเสียเงินไปซื้อ LPG จากต่างประเทศ

    สำหรับทิศทางราคา LPG ตลาดโลก ในเดือน ก.ค.-ส.ค. 2559 คาดว่าจะทรงตัวระดับใกล้เคียงกับเดือนมิ.ย. ที่ 344 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ซึ่งเป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันโลก ส่วนเดือน ต.ค.-พ.ย.นี้อาจจะต้องจับตาดูราคาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นช่วงที่ราคา LPG ปรับตัวขึ้น เพราะหลายประเทศเตรียมซื้อเก็บสต๊อกไว้รองรับสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงปลายปี และให้ราคาเริ่มปรับสูงขึ้นได้   
     

Date : 25 / 06 / 2016

  • Date : 25 / 06 / 2016
    ผู้บริหารธปท.ชี้ราคาน้ำมันไทยค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับทั้งโลก

    ผู้บริหารธปท.ชี้ราคาขายปลีกน้ำมันของไทยไม่ได้แพงอย่างที่คนรู้สึก  โดยเมื่อจัดลำดับเปรียบเทียบกับทั้งโลกยังถูกกว่าอีกหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องนำเข้าพลังงาน เช่นเดียวกับไทยอาทิ กลุ่มประเทศในอียู  ญี่ปุ่น  เกาหลี  ลาว กัมพูชา เวียดนาม แนะรัฐใช้โอกาสช่วงราคาน้ำมันถูก  จัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปใช้ลงทุนระบบขนส่งมวลชน  ให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้พลังงานในระยะยาว

    ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ผู้อำนวยการ สำนักนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์ในโอกาสที่ได้รับเชิญมาการบรรยายให้ความรู้สื่อมวลชนสายเศรษฐกิจ  ภายใต้หลักสูตรธนาคารกลางเพื่อสื่อมวลชน ที่เป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ  เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2559  ว่า ราคาขายปลีกน้ำมันของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับทั้งโลก เราถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีราคาน้ำมันค่อนข้างถูก  ไม่ได้แพงอย่างที่คนรู้สึก  โดยกลุ่มประเทศที่มีราคาน้ำมันถูกกว่าไทยส่วนใหญ่ เป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ทั้งในโอเปก และนอกโอเปก  และประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ ที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบอย่างมาเลเซีย ที่มีราคาขายปลีกน้ำมันที่ถูกกว่าไทย  ก็เพราะเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน เช่นเดียวกัน   ส่วนประเทศที่มีราคาน้ำมันขายปลีกน้ำมันสูงกว่าไทย จะเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบ  อาทิ ประเทศในอียู  ที่ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซล อยู่ที่ลิตรละประมาณ50-60 บาท ในขณะที่ไทยอยู่ที่ลิตรละ24-25 บาท  นอกจากนี้ก็มีประเทศในเอเซีย อย่าง ญี่ปุ่น เกาหลีใต้  หรือประเทศในอาเซียนอย่าง สิงคโปร์  ลาว กัมพูชา เวียดนาม

    ดร.ยรรยง กล่าวว่า  ความแตกต่างของราคาขายปลีกน้ำมันนั้น ส่วนสำคัญไม่ได้มาจาก ราคาเนื้อน้ำมัน หรือโรงกลั่นน้ำมัน  แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างภาษีและการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน   โดยประเทศในกลุ่มอียู ที่ราคาขายปลีกน้ำมันมีราคาแพง เพราะรัฐบาลมีนโยบายจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูง เพื่อให้คนใช้น้ำมันอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ  ซึ่งในส่วนของประเทศไทยเห็นว่า รัฐยังสามารถที่จะจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นได้อีกในช่วงที่ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับต่ำ เช่นปัจจุบัน  โดยชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนผู้ใช้น้ำมันให้ชัดเจน ว่ารัฐจะนำเงินภาษีที่ปรับเพิ่มขึ้นส่วนนี้มาลงทุนในระบบขนส่งมวลชน  ให้เกิดการใช้น้ำมันอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว   

    “ การปรับราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น  โดยขึ้นภาษีเพื่อเป็นรายได้ให้กับรัฐในการนำไปลงทุนระบบขนส่งมวลชน  เป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่ารัฐให้ความสำคัญกับเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้  รวมทั้งการนำไปส่งเสริมพลังงานทดแทนหรือพลังงานรูปแบบใหม่ๆ เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว   เพราะปัจจุบันเราเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบกว่า90%  มีคนเคยกล่าวว่า   เราไม่ควรซ่อมหลังคาตอนฝนตก   ดังนั้นมองว่าการพิจารณาดำเนินการในช่วงนี้  ยังเป็นจังหวะที่เหมาะสม ที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับต่ำ   ซึ่งหากราคาน้ำมันมีความผันผวนปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่านี้  การจะไปปรับขึ้นภาษีอาจทำได้ลำบาก “ ดร.ยรรยง กล่าว

    ดร.ยรรยง  กล่าวถึง ราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ว่าโดยภาพรวมแล้วถือเป็นผลดีต่อไทย  ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าสุทธิน้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ใช้จังหวะดังกล่าวดำเนินการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน หลายประเภท  ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จนเป็นผลสำเร็จ   ทั้งเรื่องของการปรับโครงสร้างภีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลและเบนซิน ในมีอัตราที่ใกล้เคียงกัน  กลับมาอยุ่ในจุดที่สมดุล จากเดิมที่ราคาดีเซลถูกทำให้มีราคาถูกโดยโครงสร้างภาษี

     การปรับโครงสร้างราคาก๊าซแอลพีจี จากเดิมที่รัฐมีการอุดหนุนราคา   โดยการอุดหนุนราคาพลังงานในอดีต พบว่า คนที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มคนรวย  มากกว่าผู้ที่มีรายได้น้อย  เพราะเป็นผู้ที่ใช้พลังงานมากกว่า   ดังนั้นการดำเนินนโยบายราคาพลังงานจึงควรปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน  จะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจมากกว่า   ซึ่งหากรัฐต้องการที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ก็ควรจะมีมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มออกมา เช่นเดียวกับกรณีของก๊าซแอลพีจีในภาคครัวเรือน ที่มีโครงการสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและหาบเร่แผงลอยโดยเฉพาะ ที่ให้สิทธิ์ใช้ก๊าซแอลพีจีในราคาอุดหนุน

     

Date : 24 / 06 / 2016

  • Date : 24 / 06 / 2016
    อนันตพรฟันธงเปิดสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่ พร้อมประมูลแหล่งสัมปทานหมดอายุปีหน้า

    รมว.พลังงาน ยืนยัน ร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมและภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ได้เปิดกว้างรับฟังความเห็นประชาชนและสนช.แล้ว ฟันธงพร้อมเปิดประมูลแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุได้ปีหน้า ส่วนสำรวจผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ จะรอผลศึกษาการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติเสร็จก่อน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในปีหน้าเช่นกัน

    พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)มีมติรับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.... และร่างพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.... ว่า ร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว เป็นร่างกฎหมายที่กระทรวงพลังงานได้เปิดรับฟังความเห็นทั้งจากภาคประชาชนและ สนช.หลายครั้งแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่ากระทรวงพลังงานไม่ได้ละเลยความเห็นของฝ่ายใด อย่างไรก็ตามหลังจากนี้หากยังมีความเห็นแย้งอื่นๆ เข้ามาอีกก็สามารถเสนอในชั้นของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณาในรายละเอียดของ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ 

    อย่างไรก็ตามหลังจากนี้กรรมาธิการวิสามัญจะใช้เวลาพิจารณาร่างพ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับภายใน 60 วัน และนำกลับมาเสนอ สนช.อีกทั้ง รวมทั้งต้องทำการศึกษาการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ(National Oil Company หรือ NOC)ซึ่งตามมติ กพช.ที่ผ่านมาได้กำหนดให้ใช้เวลาศึกษาให้เสร็จใน 1 ปี ดังนั้นการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ได้นั้นจะต้องรอ พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับแล้วจะต้องรอผลการศึกษาNOC ให้แล้วเสร็จด้วย จึงคาดว่าการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่อย่างเร็วที่สุดจะเริ่มได้ในปีหน้า หรือ ปี 2560 

    ส่วนการเปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งสัมปทานที่กำลังจะหมดอายุ คือ แหล่งบงกช ของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่จะหมดอายุลงในปี 2565 และแหล่งเอราวัณ ของบริษัทเชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ที่จะหมดอายุลงในปี 2566 นั้น สามารถเปิดประมูลได้ทันทีหลังจากร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับออกเป็นกฎหมายแล้ว 

    พล.อ.อนันตรพร กล่าวว่า ในส่วนของนักลงทุนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมนั้น ที่ผ่านมาอาจเกิดความสับสนในกระบวนการเปิดสำรวจและผลิต โดยไม่แน่ใจว่านโยบายรัฐจะเป็นอย่างไรและนักลงทุนจะได้รับผลประโยชน์อย่างไร ซึ่งกระทรวงพลังงานยืนยันว่านโยบายที่ออกมานั้น จะมองเรื่องความมั่นคงพลังงาน การผลิตปิโตรเลียมที่ให้มีใช้อย่างต่อเนื่องเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ให้ความเป็นธรรมในด้านการลงทุนของเอกชนเช่นกัน และประชาชนได้ประโยชน์ด้วย  

    “จริงๆ แล้ว ปีนี้ก็สามารถเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ได้ แต่เพื่อความชัดเจนโปร่งใส ในปีนี้ก็ให้ศึกษาระบบแบ่งปันผลผลิต หรือ PSCไปก่อน ซึ่งคาดว่าปีหน้าจะเปิดเชิญชวนให้เข้ามาสำรวจและผลิตได้” พล.อ.อนันตพร กล่าว

    นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า การศึกษาจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ หรือ NOC นั้น ควรให้คนกลางเป็นผู้ศึกษา เพื่อความเป็นธรรม และกระทรวงการคลังควรเป็นผู้ว่าจ้างในการศึกษา เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเม็ดเงินลงทุน อย่างไรก็ตามยืนยันว่า แม้ไม่มีการจัดตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติขึ้นก็ไม่มีผลกระทบต่อการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ หรือการประมูลแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุแต่อย่างใด 

    สำหรับหลักเกณฑ์ต่าง เช่น การจัดทำเงื่อนไขการประมูล(TOR) แหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุ การกำหนดว่าแปลงสำรวจใดควรใช้ระบบการให้ผลประโยชน์แบบใดจากที่ ร่าง พ.ร.บ.เปิดกว้างไว้ 3 ระบบคือ ระบบสัมปทาน ระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) และระบบจ้างผลิต ซึ่งทั้งหมดนี้กระทรวงพลังงานจะต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จและเกิดความชัดเจนภายในปีนี้   

     

  • Date : 24 / 06 / 2016
    สนช.ผ่านวาระแรกร่างแก้ไขกฏหมายปิโตรเลียม2ฉบับ

    ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ผ่านฉลุยวาระแรกรับร่างแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียม.และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม.ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาแปรญัตติ 21 คน ในขณะที่คปพ.ยังล่ารายชื่อประชาชนกดดัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่าที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธานซึ่งประชุมเมื่อวันที่24 มิ.ย.2559 ได้พิจารณารับร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ฉบับที่..พ.ศ... และพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ฉบับที่..พ.ศ. ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น แม้ว่าภายนอก สภา จะมีกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย(คปพ.) มาชุมนุมกดดัน ไม่ให้สนช.รับพิจารณาร่างดังกล่าว

    โดยที่ประชุมลงมติเห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม จำนวน152คน ไม่เห็นด้วย5คน และงดออกเสียง16 คน จากผู้เข้าร่วมประชุม173คนซึ่งครบองค์ประชุม  ในขณะที่การลงมติร่างแก้ไขพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม มีผู้เห็นชอบ 154คน ไม่เห็นด้วย2คน งดออกเสียง 17 คน  จากผู้เข้าร่วมประชุม173 คน  พร้อมกันนี้ยังได้มีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฏหมายดังกล่าว จำนวน 21 คน โดยมาจากส่วนที่คณะรัฐมนตรีนำเสนอ4 คนได้แก่

    1.       นางบุญบันดาล ยุวนะศิริ  รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

    2.       นางสาววราลัย อ่อนนุ่ม  ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    3.       นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช  รองอธิบดีกรมสรรพากร

    4.       พลเอก สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์   ที่ปรึกษา รมว.พลังงาน

    และจากสมาชิก สนช. อีก17 คน ได้แก่

    1.     นายกรรณภว์ ธนภรรคภวิน 

    2.     พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์

    3.    พลเรือเอก ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร

    4.    คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี

    5.    พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์

    6.   พลอากาศโท ธรรมนิตย์ สิงห์คะสะ

    7.   พลเรือเอก นพดล โชคระดา

    8.   นายประภาศ คงเอียด   

     9.   นายวิทยา ฉายสุวรรณ

    10.   นายวิทวัส บุญญสถิตย์

    11.   พลเอก ศุภกร สงวนชาติศรไกร

    12.   พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์

    13.   พลโท สมโภชน์ วังแก้ว

    14.   พลเอก อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์

    15.   พลอากาศเอก อดิศักดิ์ กลั่นเสนาะ

    16.   พลโท อำพล ชูประทุม

    17.   พลเอก อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์

    คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดดังกล่าว จะใช้ระยะเวลาในการแปรญัตติ ร่างกฏหมายทั้ง2ฉบับดังกล่าวภายในระยะเวลา15 วันโดยจะเริ่มประชุมนัดแรก วันที่27มิ.ย.2559 นี้ เวลา13.30 น.

    ในขณะที่ ตัวแทนกลุ่มคปพ. ยังยืนยันที่จะรวบรวมรายชื่อประชาชนให้ได้ไม่น้อยกว่า10,000 รายชื่อ เพื่อสนับสนุนร่างแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับของคปพ. ให้ประธานสนช.พิจารณาควบคู่ไปกับร่างแก้ไขพ.ร.บ.ปิโตรเลียมของรัฐบาล 

Date : 23 / 06 / 2016

  • Date : 23 / 06 / 2016
    GPSCร่วมทุน24M Technologies พัฒนาแบตเตอรี่ในรถยนต์ไฟฟ้า
    GPSC ร่วมทุนสหรัฐพัฒนาผลิตแบตเตอรี่ประเภทลิเทียม-ไอออน รองรับอุปกรณ์อิเลคโทรนิคที่ขยายตัวรวดเร็ว ทั้งการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค และรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมวางแผนวางเพิ่ม Charging Station ทั้งในและนอกปั๊ม 
     
    นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว " Tevin at PTT " ว่า บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ได้เข้าร่วมลงทุนใน บริษัท 24M Technologies, Inc. ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทผู้วิจัยและพัฒนากระบวนการผลิตแบตเตอรี่ประเภทลิเทียม-ไอออน (Lithium-Ion) ที่สามารถลดการใช้วัตถุดิบ ลดระยะเวลาในการผลิต ส่งผลให้ต้นทุนลดลงอย่างมาก ในขณะที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงขึ้น 
     
    ทั้งนี้เนื่องจากการผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์มีความท้าทาย คือ ไม่สามารถควบคุมกำลังการผลิตได้สม่ำเสมอตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งหากจะใช้เป็นพลังงานหลัก จะต้องพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน เช่น แบตเตอรี่ ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเก็บประจุไฟได้มาก ปล่อยกระแสได้สม่ำเสมอ และอายุใช้งานนาน ซึ่งก็เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับอุปกรณ์อิเลคโทรนิคต่างๆที่กำลังขยายตัวเพิ่มชึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค และรถยนต์ไฟฟ้า
     
    "ผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมแล็บผลิตแบตเตอรี่ Prototype ของ 24M ที่เมือง Boston ซึ่งมีความร่วมมือกับงานวิจัยของ MIT และรับทราบแผนการลงทุนในขั้นแรกที่จะตั้งโรงงานผลิตในเชิงอุตสาหกรรมเพื่อรองรับโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น รู้สึกประทับใจกับศักยภาพของเทคโนโลยี ซึ่งนอกจากจะมีโอกาสเป็นธุรกิจ New S curve ของกลุ่ม ปตท.แล้ว ยังสามารถสนับสนุนการพัฒนาพลังงานทดแทนในประเทศไทยได้ด้วย"
     
    อย่างไรก็ตามตอนนี้กระแสรถไฟฟ้าหรือ eCar กำลังมาแรง โดยรถยนต์ Tesla ก็เข้ามาโชว์โฉมในเมืองไทยแล้ว ปตท. เห็นแนวโน้มการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานในอนาคต จึงได้เริ่มลงทุนในธุรกิจไฟฟ้า โดยมีGPSC ลงทุนผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงหลากหลายชนิด รวมถึงพลังน้ำและพลังแสงอาทิตย์ทั้งในและต่างประเทศ  ซึ่งในระหว่างนี้ ปตท.กำลังเตรียมการรองรับการใช้ eCar ในวงกว้าง โดยวางแผนเพิ่ม Charging Station ทั้งในและนอกปั๊ม 
  • Date : 23 / 06 / 2016
    สนพ.เผยไตรมาส4 NGV จ่อลดเหลือ 11.90 บาทต่อกก.

    สนพ. เผยไตรมาส 4 ราคา NGV จ่อลดลงเหลือ 11.90  บาท/กก.  หลังพบต้นทุนลดตามกลไกตลาดโลก 

    นายทวารัฐ  สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สนพ.ได้ประเมินราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ไตรมาส4 ปีนี้ พบว่าราคาจะลดต่ำสุดถึง 11.90 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้นราคา NGV ในระหว่าง 4 เดือนนี้ (ต.ค.-ธ.ค.)อาจมีปรับขึ้นหรือลงบ้างเล็กน้อย ระหว่าง 12.55 ถึง 11.90 บาทต่อกิโลกรัม ตามกลไกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของเนื้อก๊าซ

    ทั้งนี้จากนโยบายลอยตัวราคาพลังงานของรัฐบาล โดยมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2559 ได้เห็นชอบลอยตัวราคาก๊าซ NGVแบบมีเงื่อนไข โดยตั้งแต่ 21 ม.ค. 2559 ถึง 15 ก.ค. 2559โดยได้ขอความร่วมมือจาก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กำหนดเพดานราคาก๊าซ NGV อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 13.50 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมให้ปรับราคาขายปลีกก๊าซ NGV สำหรับรถยนต์ทั่วไปให้สะท้อนต้นทุน และตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค. 2559 เป็นต้นไป จะปล่อยลอยตัวราคาตามต้นทุนที่แท้จริง

    พร้อมกันนี้ยังมีมติให้ปรับค่าดำเนินการเฉลี่ยจากเดิมที่ 3.734 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงเหลือ 3.436 บาทต่อกิโลกรัม ตามผลการศึกษาของสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อให้มีการส่งเสริมให้การดำเนินงานสถานีบริการก๊าซ NGVมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งทำให้ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของผู้ประกอบการดั่งเช่น ปตท. ลดลง 0.307 บาทต่อกิโลกรัม

     สำหรับมาตรการให้ความช่วยเหลือกลุ่มรถสาธารณะ ยังคงกำหนดราคาขายปลีกก๊าซ NGV ที่ 10 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมได้มีการปรับวงเงินช่วยเหลือกลุ่มรถสาธารณะเดิมที่ได้รับวงเงิน 9,000 บาทต่อเดือน เป็น 10,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มรถสาธารณะเดิมที่ได้รับวงเงิน 35,000 บาทต่อเดือน เป็น 40,000 บาทต่อเดือน เพื่อคงช่วยเหลือภาคประชาชนผู้โดยสารรถสาธารณะอย่างต่อเนื่อง

    “นโยบายการปรับโครงสร้างราคาก๊าซ NGV ครั้งนี้ ทำให้ราคาขายก๊าซ NGV สะท้อนต้นทุนจริง รวมทั้งเป็นการจูงใจให้ภาคเอกชนรายอื่นสนใจเข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจก๊าซ NGV มากขึ้น ทำให้มีการแข่งขันของธุรกิจก๊าซ NGV อย่างเสรีและเป็นธรรม โดยราคาในระหว่าง 4เดือนนี้อาจมีปรับขึ้นหรือลงบ้างเล็กน้อย ระหว่าง 12.55 ถึง 11.90 บาทต่อกิโลกรัม ตามกลไกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของเนื้อก๊าซ” นายทวารัฐ กล่าวเพิ่มเติม