ข่าวทั้งหมด

Date : 24 / 08 / 2017

  • Date : 24 / 08 / 2017
    รัฐมนตรีพลังงานยืนยันปรับแผนพีดีพี2015ใหม่ให้ความสำคัญพลังงานทดแทนมากขึ้น
    รัฐมนตรีพลังงาน ยืนยันปรับแผน PDP2015 มีความชัดเจนภายในสิ้นปี 2560 ซึ่งจะให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนมากขึ้น  โดยคำนึงปัจจัยความมั่นคงพลังงาน  ราคาที่เป็นธรรมไม่เป็นภาระประชาชน และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน  
     
    พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานสัมมนาอนาคตธุรกิจพลังงานไทย ซึ่งจัดโดยหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ เมื่อวันที่24 ส.ค.2560 ว่า กระทรวงพลังงานยืนยันให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนมากขึ้น โดยขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว พ.ศ. 2558-2579 หรือ PDP 2015 ซึ่งคาดว่าจะชัดเจนภายในสิ้นปี 2560 นี้ 
     
    โดยเบื้องต้นกำลังศึกษาความเหมาะสมว่าจะขยายสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งหมด(พลังงานรวมกับความร้อน) จาก 30% เป็น 40% ของปริมาณพลังงานทดแทนทั้งหมดตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ระบุได้หรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณา 3 ด้านประกอบกัน ได้แก่ ด้านความมั่นคงพลังงาน  ด้านราคาที่เป็นธรรมไม่เป็นภาระประชาชน และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน  
     
    นอกจากนี้จะปรับเปลี่ยนการพิจารณาปริมาณสำรองไฟฟ้าประเทศใหม่ จากปัจจุบันที่เน้นดูปริมาณสำรองไฟฟ้าโดยรวมทั้งประเทศ ซึ่งขณะนี้มีสูงถึง 30% ของปริมาณไฟฟ้าทั้งหมด แต่การปรับแผน PDP ใหม่ครั้งนี้จะพิจารณาปริมาณสำรองเป็นรายภูมิภาคแทน รวมถึงศึกษาการใช้เชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าตามภูมิภาคด้วย เพื่อทำให้สำรองไฟฟ้าเกิดความเหมาะสม หากพื้นที่ใดสำรองไฟฟ้ามากก็สามารถแบ่งปันให้ภาคอื่นได้ เป็นต้น 
     
    พลเอกอนันตพร กล่าวด้วยว่า กระทรวงพลังงานกำลังเดินหน้าเรื่องการเปิดรับซื้อไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสานสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP Hybrid ) ซึ่ง 2-3 เดือนนี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบไฮบริดจะเข้ามาทดแทนพลังงานหลักได้ดีเพียงใด และจะทำให้ราคาต้นทุนค่าไฟฟ้าลดลงได้หรือไม่ โดยหากประสบผลสำเร็จกระทรวงพลังงานจะผลักดันพลังงานทดแทนให้ได้มากขึ้นต่อไป
     
    สำหรับความคืบหน้าการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแหล่งสัมปทานที่จะหมดอายุ(แหล่งบงกชและแหล่งเอราวัณ)นั้น หากร่างกฎหมายลูกเกี่ยวกับระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) และเงื่อนไขการประมูล(TOR) ผ่านกฤษฎีกาและเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ทันในสิ้นเดือนส.ค.2560 นี้ กระทรวงพลังงานก็จะสามารถประกาศ TOR ได้ภายในเดือน ก.ย.- ต.ค. 2560 และจะรู้ผลการประมูลต้นปี 2561 ได้ โดยหากดำเนินการตามกระบวนการดังกล่าวได้เร็วก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจลงทุนได้ชัดเจนขึ้นและจะช่วยให้กำลังผลิตก๊าซธรรมชาติของไทยเดินหน้าได้ต่อเนื่อง

Date : 23 / 08 / 2017

  • Date : 23 / 08 / 2017
    พีทีจี เอ็นเนอยี่ ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นร้านค้าปลีกรถยนต์ AUTOBACSจากญี่ปุ่น
    พีทีจี เอ็นเนอยี ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นร้านค้าปลีก รถยนต์ AUTOBACS 38.26% ซึ่งเป็นศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรอันดับ1 จากญี่ปุ่น โดยจะได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการขยายศูนย์บริการในประเทศไทย ตั้งเป้าเพิ่มจาก7สาขาเป็น 240 สาขาในอีก 5 ปี  พร้อมวางกลยุทธ์เพิ่ม 2-3 ธุรกิจใหม่ต่อปี ใช้เงินลงทุนปีละ 5 พันล้านบาท
     
    นายพิทักษ์ รัชกิจประการประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาร่วมทุนกับบริษัท ออโต้แบคส์ เซเว่น จำกัด และ บริษัท สยาม ออโต้แบคส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบการศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรคุณภาพอันดับ1 จากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ AUTOBACS ด้วยการเข้าซื้อหุ้นของบริษัทสยาม ออโต้แบคส์ จำกัด ในสัดส่วน 38.26% คิดเป็นมูลค่า 65 ล้านบาท 
     
    โดยภายหลังการเข้าซื้อหุ้นของสยาม ออโต้แบคส์แล้วนั้น จะส่งผลให้ศูนย์บริการรถยนต์ AUTOBACS จะเป็นผู้ได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการขยายศูนย์บริการในประเทศไทย ปัจจุบันเปิดให้บริการในไทยแล้ว 7 สาขา  และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 240 สาขาในอีก 5 ปี เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นอันดับ 1 ของธุรกิจบริการศูนย์รถยนต์ครบวงจรในไทย
     
    "ในปี 2560 นี้ PTG ตั้งเป้าขยายศูนย์บริการรถยนต์ AUTOBACS ในปั๊มน้ำมัน PT จำนวน 5 สาขา และขยายนอกปั๊มน้ำมันอีก 10 สาขา ซึ่งการขยายสาขาดังกล่าวจะส่งผลให้ PTG สามารถขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการ AUTOBACS และผู้ที่เข้ามาใช้บริการในปั๊มน้ำมัน PT ให้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากในปัจจุบัน PTG ยังไม่มีศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรในปั๊มน้ำมัน "นายพิทักษ์ กล่าว 
     
     นายพิทักษ์ กล่าวด้วยว่า บริษัทฯวางแผนขยายธุรกิจ non-oil เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าให้ปี 2565 มีกำไรจากธุรกิจ non-oil คิดเป็นสัดส่วน 60% และกำไรจากธุรกิจน้ำมัน 40% จากปัจจุบันมีกำไรจาก non-oil เพียง 9% นอกนั้นเป็นกำไรจากธุรกิจน้ำมันเป็นหลัก โดยแนวทางที่จะมุ่งไปสู่ non-oil ดังกล่าวทางบริษัทฯ จะต้องเพิ่มธุรกิจnon-oil ใหม่ๆ 2-3 ธุรกิจต่อปี และใช้เงินลงทุน 5,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้เชื่อว่าแนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มสมาชิกบัตร PT Max Card เพิ่มขึ้นจาก7.6ล้านรายเป็น 17 ล้านราย ในปี 2565 
  • Date : 23 / 08 / 2017
    ปตท.ยืนยันยังร่วมธุรกิจกับเซเว่น อีเลฟเว่น ในปั๊มปตท.
    ปตท. ยืนยันยังคงร่วมธุรกิจกับ เซเว่น อีเลฟเว่น หลังเป็นพันธมิตรที่ดีกันมายาวนาน เผยมีแผนงานที่จะร่วมกันขยายให้มีจำนวนรวมกว่า 1,700 แห่ง ในอีก 4-5 ปีนี้
     
    นายสุชาติ ระมาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดขายปลีก บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. ยืนยันเดินหน้าธุรกิจค้าปลีกในประเทศด้วยการจับมือกับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดให้บริการในสถานีบริการ ปตท. ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์อันดีกันมายาวนาน โดยปัจจุบันมีร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เปิดให้บริการในสถานีบริการ ปตท. แล้วกว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ และยังคงมีแผนงานที่จะร่วมกันขยายให้มีจำนวนรวมกว่า 1,700 แห่ง ในอีก 4-5 ปีนี้

Date : 22 / 08 / 2017

  • Date : 22 / 08 / 2017
    ปตท.คาดPTTORเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯได้เร็วสุดภายในปี2561

    ปตท.คาด PTTOR เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เร็วสุดภายในปี 2561 เร่งทำเอกสารโอนเช่าช่วงทรัพย์สินส่งกระทรวงพลังงานให้เสร็จปลายปีนี้  ส่วนการเปิดเสรี LPG ยืนยันไม่กระทบขายปลีกในประเทศ ขณะภาพรวมธุรกิจน้ำมันครึ่งแรกของปี 2560 ยังขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.3%  จากความเชื่อมั่นในคุณภาพน้ำมัน และจำนวนปั๊มที่มีมากขึ้น

     นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดตั้งบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR)ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเอกสารส่งให้กระทรวงพลังงาน เกี่ยวกับการโอนทรัพย์สินหรือเช่าช่วงพื้นที่หน่วยงานราชการในนามของ ปตท. ไปเป็นของ PTTOR จากนั้นจะเสนอเข้าสู่คณะกรรมการ(บอร์ด) ปตท.  ทั้งนี้หากโอนทรัพย์สินเสร็จในเดือน ธ.ค. 2560 นี้จะสามาถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ได้ในปี 2561 แต่ถ้าไม่ทันธ.ค.นี้ อาจต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯในปี 2562 แทน ส่วนมูลค่าทรัพย์สินจะต้องประเมินใหม่เพื่อให้เป็นมูลค่าปัจจุบันมากที่สุด จากเดิมที่คาดว่ามีมูลค่ารวม 1.2  แสนล้านบาท  

    ในขณะที่ การเปิดเสรีธุรกิจก๊าซหุงต้ม(LPG) ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐนั้น ไม่ได้ทำให้ยอดจำหน่ายปลีกของ ปตท. ตกลงแต่อย่างใด เพราะสามารถแข่งขันได้ทั้งด้านบริการ ความปลอดภัย มาตรฐานถัง และจำนวนร้านค้าปลีกที่มี ส่วนการเปิดเสรีนำเข้า LPG ถือเป็นเรื่องดีช่วยให้มีผู้นำเข้าหลายราย ซึ่ง ปตท.จะปรับตัว โดยอยู่ระหว่างหารือกับภาครัฐเพื่อปรับแนวทางเป็นการนำเข้าเพื่อส่งออกมากขึ้น ทั้งประเทศที่อยู่ใกล้และไกลจากไทย เนื่องจากคลัง LPG ของปตท.มีกำลังรองรับได้ถึง 2.5 แสนตันต่อเดือน ขณะที่การใช้มีไม่ถึง 50% ของพื้นที่คลัง อย่างไรก็ตามการมีปริมาณ LPG ในคลังมากถือเป็นเรื่องดี เพราะสามารถช่วยสำรองกรณีก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยทยอยลดลงและลดความเสี่ยง LPG ได้ส่วนหนึ่ง     

    สำหรับภาพรวมส่วนแบ่งตลาดธุรกิจน้ำมันของ ปตท. ช่วงครึ่งแรกของปี 2560(ม.ค.-มิ.ย.) มีสัดส่วน 40.8% ของทั้งประเทศ หรือ ขยายตัวเพิ่ม 1% โดยเติบโตจากการจำหน่ายน้ำมันโดยรวมเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 หรือคิดเป็นปริมาณ 9,840 ล้านลิตร แบ่งเป็นยอดจำหน่ายน้ำมันเบนซิน เพิ่มขึ้น 7.5% ปริมาณ 1,990 ล้านลิตร, ดีเซลเพิ่มขึ้น 5.8% เป็นปริมาณ 3,956 ล้านลิตร,น้ำมันเครื่องบิน เพิ่มขึ้น 5.3% เป็นปริมาณ 1,612 ล้านลิตร ส่วนการใช้ก๊าซหุงต้ม(LPG)ลดลงเล็กน้อย 0.6% อยู่ที่ 793 ล้านกิโลกรัม

    ทั้งนี้ยอดการจำหน่ายน้ำมันโดยรวมที่เพิ่มขึ้น 4.3% ของปตท.ดังกล่าว ถือว่าสูงกว่ายอดจำหน่ายน้ำมันโดยรวมของประเทศที่เติบโตเพียง 1.5% คิดเป็นปริมาณ 25,690 ล้านลิตร โดยสาเหตุมาจากความเชื่อมั่นในคุณภาพน้ำมัน และปั๊มที่มีจำนวนมากเป็นหลัก อย่างไรก็ตามคาดว่าครึ่งหลังของปี 2560 ปริมาณการจำหน่ายน่าจะทรงตัวในระดับดังกล่าว เนื่องจากไม่มีปัจจัยเด่นมากระตุ้นการบริโภค และประเมินว่าราคาน้ำมันทั้งปี 2560 จะอยู่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล  

Date : 21 / 08 / 2017

  • Date : 21 / 08 / 2017
    เสนอโครงการซื้อไฟฟ้าพลังน้ำสตึงมนัม จากกัมพูชา ให้ครม.รับทราบ 22ส.ค.นี้
    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เผย สนพ.จะเสนอโครงการซื้อไฟฟ้าพลังน้ำสตึงมนัม จากกัมพูชา ให้คณะรัฐมนตรี รับทราบความคืบหน้า ในการประชุม22 ส.ค.2560นี้ ในขณะที่รองปลัดกระทรวงพลังงาน แจงประโยชน์โครงการได้น้ำจากเขื่อน300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
     
    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสตึงมนัม ของประเทศกัมพูชา เพื่อรายงานต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบและพิจารณารายละเอียดของโครงการ ในวันพรุ่งนี้(22 ส.ค. 2560)  
     
    นายธรรมยศ ศรีช่วย รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวชี้แจงว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสตึงมนัม ที่กัมพูชา เป็นเพียงโครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 24 เมกะวัตต์ ซึ่งนอกจากจะได้ไฟฟ้าแล้ว ยังได้ประมาณน้ำจากเขื่อน 300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี มาสนับสนุนความต้องการใช้น้ำจืดในภาคตะวันออก ซึ่งไทยกำลังพัฒนาเป็นพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อรองรับการลงทุนตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่จะทำให้เกิดความต้องการใช้น้ำในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ EEC ถือเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของประเทศเกิดการขยายตัวได้ดีขึ้นในอนาคต
     
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เกี่ยวกับโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสตึงมนัม ที่กัมพูชา นั้น มติ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) เมื่อวันที่ 15  พ.ค. 2560 ได้รับทราบความคืบหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสตึงมนัม ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานไฟฟ้าระหว่างไทยและกัมพูชา ตั้งแต่ 3 ก.พ. 2543 ต่อมา18-19 ธ.ค. 2558 นายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชา ได้หารือความร่วมมือโครงการเพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านพลังงานและการบริหารจัดการน้ำร่วมกันแบบบูรณาการ และเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2560 คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ได้รับทราบความคืบหน้าในการดำเนินการโดยมอบหมายให้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมทรัพยากรน้ำและกรมชลประทาน รับไปเตรียมการวางแผนการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในเขต EEC 
     
    เบื้องต้นกระทรวงพลังงานได้เลือกรูปแบบดำเนินโครงการโดยตั้งโรงไฟฟ้าฝั่งกัมพูชาขนาด 24 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้ 105.6 ล้านหน่วยต่อปี ราคาค่าไฟฟ้า 10.75 บาทต่อหน่วย มูลค่าไฟฟ้า 2.60 บาทต่อหน่วย และมูลค่าน้ำ 2.87 บาทต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งโครงการนี้ทางกัมพูชาจะไม่คิดค่าน้ำ รวมทั้งมอบหมายให้บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สามารถร่วมพัฒนาโครงการจากบริษัท Steung Meteuk Hydropower จำกัด (SMH) 
     
  • Date : 21 / 08 / 2017
    "อนันตพร"ลงพื้นที่โคราช ชมระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์แก้ปัญหาภัยแล้ง
    รัฐมนตรีพลังงาน ลงพื้นที่ โคราช เยี่ยมชมระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์  และศูนย์กำจัดขยะแบบครบวงจร ก่อนการร่วมประชุมครม.สัญจร  โดยนับเป็นต้นแบบการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนช่วยชุมชน บริหารจัดการน้ำในการเกษตร สร้างรายได้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น กระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้า ตอบโจทย์โครงการประชารัฐ  ส่วนอีกโครงการเป็นแก้ไขปัญหาขยะชุมชนเพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 
     
    เมื่อวันที่21ส.ค.2560 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางลงพื้นที่ ไปยังจังหวัดนครราชสีมา เยี่ยมชมโครงการระบบสูบน้ำแสงอาทิตย์ เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งของชุมชน บ้านหนองพฤกษ์ ซึ่งถือเป็นต้นแบบโครงการประชารัฐด้านพลังงาน   รวมทั้งรับทราบความคืบหน้าโครงการศูนย์กำจัดขยะแบบครบวงจร ที่เทศบาลเมืองสีคิ้ว ซึ่งโครงการทั้งหมด ล้วนได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน  ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่(ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 21 -22 สิงหาคม 2560 
     
    โดยพลเอก อนันตพร กล่าวว่า การเยี่ยมชมโครงการที่จังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการต่อยอดโครงการประชารัฐด้านพลังงาน โดยกระทรวงพลังงาน ได้สนับสนุนโครงการนำร่องที่สำคัญๆ ในพื้นที่ ซึ่งในการเยี่ยมชมและติดตามความคืบหน้าของโครงการใช้ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งของชุมชน กรณีศึกษาบ้านหนองพฤกษ์ อำเภอจักราช ที่เป็นความร่วมมือรูปแบบประชารัฐ ระหว่าง สำนักงานพลังงานจังหวัดนครราชสีมา สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน สาขานครราชสีมา และชาวบ้านชุมชนบ้านหนองพฤกษ์
     
    ระบบสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ดังกล่าว เป็นการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาจากใต้ดินเพื่อใช้ในระบบประปาของหมู่บ้าน  ซึ่งได้ปริมาณน้ำ 28.64 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ทดแทนการใช้กระแสไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นทุนราคาสูงให้ลดลง ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่า โครงการฯ ได้เริ่มติดตั้งระบบตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา ช่วยให้ชุมชนประหยัดค่าไฟรวมทั้งสิ้น 351,261 บาท ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 87,815 หน่วย ชาวบ้านหนองพฤกษ์ สามารถประหยัดค่าน้ำได้ 491,412 บาท ซึ่งเป็นผลมาจากการลดค่าน้ำประปาจากหน่วยละ 5 บาท เหลือเพียงหน่วยละ 2 บาท จากการกำหนดของโครงการฯ   ช่วยให้ชาวบ้านหนองพฤกษ์สามารถแก้ปัญหาภัยแล้งได้อย่างยั่งยืน  มีปริมาณน้ำเพียงพออุปโภคบริโภค  อีกทั้งยังลดต้นทุนด้านพลังงาน ได้ใช้น้ำราคาถูกลง
     
     
     
    ในส่วนของโครงการนำร่องการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนแบบครบวงจร (แบบกระจายศูนย์) โดยมีการก่อสร้างโรงงานจัดการขยะ เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิง (Refuse Derived Fuel : RDF) และปุ๋ยอินทรีย์ จำนวน 4 แห่ง ตั้งอยู่ที่ สีคิ้ว ด่านขุนทด เมืองปัก และเทศบาลแชะ  นั้น ปัจจุบันทั้ง 4 แห่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และเริ่มทดลองใช้งานแล้ว โดยมีขยะเข้าสู่โรงงานทั้ง 4 แห่ง รวม 140 ตันต่อวัน ผลิตเชื้อเพลิง RDF ได้วันละ 50 ตัน
     
    ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดการผลิตเชื้อเพลิง RDF ดังกล่าว จึงได้มีการก่อสร้างศูนย์สาธิตการผลิตพลังงานจากของเสียและขยะชุมชน ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และจะมีโรงไฟฟ้าขนาด 1 เมกะวัตต์ ภายในศูนย์สาธิตฯ โดยอยู่ระหว่างก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างทดสอบระบบ ซึ่งจะได้ใช้เชื้อเพลิง RDF จากโรงงานจัดการขยะทั้ง 4 แห่งดังกล่าว สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายให้แก่มหาวิทยาลัย ฯ โดยปัจจุบันเชื้อเพลิง RDF ที่ผลิตได้ 50 ตันต่อวัน ยังสามารถจำหน่ายให้เป็นเชื้อเพลิงในโรงงานปูนซิเมนต์ ทีพีไอ และสยามซีเมนต์ ในราคาตันละ 1,000 บาท
     
     
  • Date : 21 / 08 / 2017
    ไทยคว้า19รางวัล ASEAN Energy Awards 2017
    กระทรวงพลังงาน เผย โครงการ Thailand Energy Awards 2017 มีผู้ผ่านการคัดเลือกได้รับรางวัล 66 ราย จากผู้ส่งผลงานเข้าประกวด 262 ราย และสามารถคว้ารางวัลบนเวที ASEAN Energy Awards 19 รางวัล รักษาแชมป์รางวัลสูงสุดในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง 
     
    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานมอบรางวัลผู้ชนะประกวด Thailand Energy Awards2017 ว่า รัฐบาลได้ขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0 ซึ่งเป็นโมเดลทางธุรกิจที่เปลี่ยนเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ทางกระทรวงพลังงานก็มีนโยบายในการเตรียมความพร้อมขับเคลื่อนนโยบายพลังงาน 4.0 ด้วยการใช้ การวิจัย พัฒนา เทคโนโลยี และนวัตกรรม 
     
    โดยกิจกรรมการประกวด Thailand Energy Awards นับเป็นโครงการที่สอดรับกับนโยบายพลังงาน 4.0 ด้วยการกระตุ้นภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนให้ตระหนักถึงความสำคัญจากการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพ มีการพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก สร้างสรรค์นวัตกรรมที่นำมาใช้กับอุตสาหกรรมธุรกิจของตัวเอง ทำให้ลดต้นทุนดำเนินกิจการ ส่งผลถึงการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานและการพัฒนาไปสู่สังคมสีเขียวด้วยพลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
     
    ด้าน นายประพนธ์ วงษ์​ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) กล่าวว่า Thailand Energy Awards เป็นรางวัลการประกวดด้านพลังงานของประเทศไทยที่กระทรวงพลังงานได้จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 18 แล้ว โดยแบ่งการประกวดออกเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านพลังงานทดแทน ด้านอนุรักษ์พลังงาน ด้านบุคลากร ด้านพลังงานสร้างสรรค์ และด้านผู้ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน 
     
    สำหรับปี 2560 นี้ มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวด 262 ราย และผ่านการพิจารณาคัดเลือกผลงานดีเด่นได้รับรางวัล 66 รางวัล คิดเป็นมูลค่าผลประหยัดรวมได้กว่า 420 ล้านบาทต่อปี สามารถลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 2.9 แสนตันต่อปี 
     
    นอกจากนี้ยังได้คัดเลือกผู้แทนที่มีผลงานโดดเด่นร่วมประกวดในระดับอาเซียนจำนวน 24 ผลงานและสามารถคว้ารางวัลมาครองได้ถึง 19 รางวัล ซึ่งมากที่สุดในเวที ASEAN Energy Awards ทำให้ไทยครองความเป็นที่หนึ่งมาอย่างต่อเนื่อง และสามารถนำไปขยายผลให้ประเทศเกิดการพัฒนาด้านพลังงานอย่างยั่งยืนต่อไป 
     
    โดย19ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัล ASEAN Energy Awards 2017 ได้แก่
     
    1โรงพยาบาลควนขนุน (กระทรวงสาธารณสุข ) ได้รับรางวัล.ชนะเลิศ ด้านการบริหารจัดการพลังงานดีเด่นในอาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก
     
    2. โรงพยาบาลพญาไท 3(บริษัท โรงพยาบาลพญาไท 3 จำกัด) ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ด้านการบริหารจัดการพลังงานดีเด่นในอาคารขนาดใหญ่
     
    3. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี( บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด)ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 ด้านการบริหารจัดการพลังงานดีเด่นในอาคารขนาดใหญ่
     
    4.บริษัท ภัทยาอุตสาหกิจ จำกัด  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ด้านการบริหารจัดการพลังงานดีเด่นในโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็ก
     
    5.บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ( โรงงานบ้านโพธิ์ )ได้รับรางวัล ชนะเลิศ ด้านการบริหารจัดการพลังงานดีเด่นในโรงงานขนาดใหญ่
     
    6.บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด ( โรงสีข้าวสุพรรณบุรี )ได้รับรางวัล ชนะเลิศ ด้านอนุรักษ์พลังงานประเภท Special Submission โรงงานขนาดใหญ่
     
    7.อาคารสยามพิวรรธน์ทาวเวอร์( บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด )ได้รับรางวัล ชนะเลิศอาคารสร้างสรรค์ เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (อาคารปรับปรุง)
     
    8.อาคารศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ( ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ )ได้รับรางวัล ชนะเลิศอาคารสร้างสรรค์ เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (อาคารปรับปรุง)
     
    9. โรงแรมเดอะชิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา(บริษัท เดอะชิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด )ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ1อาคารสร้างสรรค์ เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (อาคารออกแบบสำหรับภูมิอากาศร้อนชื้น)
     
    10 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( สำนักงานใหญ่ ) ( ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย )ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ2 ASEAN Best Practices Compettition for Green Building 
     
    11บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)โครงการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ (RDF) 60 MW.ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1ด้านพลังงานทดแทนประเภทโครงการที่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า(On-Grid)
     
    12 .วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โครงการระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ร่วมกังหันลมแบบไม่เชื่อมต่อสายส่งสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูงในหุบเขาภาคเหนือ  ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1ด้านพลังงานทดแทนประเภทโครงการที่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า(On-Grid)
     
    13 .เครือข่ายรวมใจตามรอยพ่อ โครงการผลิตไฟฟ้าและก๊าซชีวภาพเพื่อใช้ในครัวเรือน ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านพลังงานทดแทนประเภทโครงการที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า(Off-Grid)
     
    14.บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด โครงการผลิตก๊าซชีวภาพเพื่อใช้ทดแทนเชื้อเพลิง LPGได้รับรางวัลชนะเลิศด้านพลังงานทดแทนประเภทโครงการที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า(Off-Grid)
     
    15.บริษัท นทีชัย จำกัด โครงการนำก๊าซชีวภาพจากการบำบัดน้ำกากส่ามาทดแทนน้ำมันเตา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ด้านพลังงานทดแทนประเภทโครงการที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า(Off-Grid)
     
    16.บริษัท บุรีรัมย์พลังงาน จำกัด โครงการ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบริษัท บุรีรัมย์พลังงาน จำกัดได้รับรางวัลชนะเลิศด้านพลังงานทดแทนประเภทโครงการพลังงานความร้อนร่วมจากพลังงานหมุนเวียน(Cogeneration)
     
    17.บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)โครงการ ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้วได้รับรางวัลชนะเลิศด้านพลังงานทดแทนประเภทโครงการเชื้อเพลิงชีวภาพ(Biofuel)
     
    18.บริษัท มิตรผลไบโอฟูเอล จำกัด( สาขาชัยภูมิ )โครงการ โรงเอทานอลมิตรผล ภูเขียวได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ด้านพลังงานทดแทนประเภทโครงการเชื้อเพลิงชีวภาพ(Biofuel)
     
    19.มูลนิธิเบ๊บซี เอ็นเซฟไลฟ โครงการ ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้วได้รับรางวัลชนะเลิศด้านพลังงานทดแทนประเภทโครงการประยุกต์ใช้พลังงานทดแทน (Special Submission)