ข่าวทั้งหมด

Date : 18 / 03 / 2016

  • Date : 18 / 03 / 2016
    สนพ.เปิดประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านเว็บไซต์

    สนพ.เปิดประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านเว็บไซต์ ก่อนสรุปส่งครม.และสนช.ผ่านร่างบังคับใช้

         นายทวารัฐ  สูตะบุตร  ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สนพ. ได้ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ขึ้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในบทบาทหน้าที่และการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

          ทั้งนี้ การยกร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. รักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีพของประชาชน ในกรณีเกิดวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจ 

          2. สนับสนุนให้เชื้อเพลิงชีวภาพให้มีส่วนต่างราคาที่สามารถแข่งขันกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ 3. บรรเทาผลกระทบจากการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส 4. สนับสนุนการลงทุนการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ สำหรับป้องกันภาวการณ์ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อนำมาใช้กรณีวิกฤตน้ำมันเชื้อเพลิง และเพื่อประโยชน์ความมั่นคงทางด้านพลังงาน และ 5. สนับสนุนการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเชื้อเพลิงในกิจการของรัฐ สำหรับความมั่นคงทางด้านพลังงาน 

           ดังนั้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและนำความคิดเห็นที่ได้รับมาประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันฯ ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ก่อนนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สนพ. จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ได้ที่เว็บไซต์ www.eppo.go.th ตั้งแต่วันที่ 14 - 28 มี.ค. 2559 นี้

     

     
  • Date : 18 / 03 / 2016
    กฟผ.เตือน4ปีข้างหน้าสำรองภาคใต้วิกฤติ

    กฟผ.เผยอีก 4 ปีข้างหน้า สำรองไฟฟ้าภาคใต้เกือบหมด เหตุยอดผลิตและการใช้มีปริมาณเท่ากัน แนะสร้างโรงไฟฟ้าเองในพื้นที่เอง เผย 2 แนวทางกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นไม่ได้ ให้สร้างโรงไฟฟ้าLNG หรือ ขยายสายส่งภาคกลางส่งไฟฟ้าไปช่วยภาคใต้ แต่อาจทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าพุ่งสูง

     

    นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.เตรียมแผนรับมือกรณีไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา ได้จากปัญหาการต่อต้านโรงไฟฟ้าของคนบางกลุ่ม โดยเตรียมไว้ 2 แผน ได้แก่ 1. การเปลี่ยนไปสร้างโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)เป็นเชื้อเพลิง แต่จะทำให้ราคาค่าไฟฟ้าแพงขึ้น เนื่องจากต้นแทน LNG แพงกว่าก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย  และ 2.ขยายสายส่งไฟฟ้าจากภาคกลางไปยังภาคใต้

     

    อย่างไรก็ตามแนวทางที่ดีที่สุดคือ ภาคใต้ต้องมีโรงไฟฟ้าของตัวเอง เนื่องจากคาดว่าในปี 2562 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า ความต้องการใช้ไฟฟ้าจะพอดีกับการผลิตที่ 2,800 เมกะวัตต์ และไม่เหลือสำรองไฟฟ้าทำเกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคงไฟฟ้า อีกทั้งในแต่ละปีภาคใต้จะเกิดความต้องการไฟฟ้าจะเติบโตขึ้น 5%ต่อปี เพราะการท่องเที่ยวเติบโตสูงมาก ดังนั้นภาคใต้ต้องมีโรงไฟฟฟ้าและผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคต

     

    "ปัจจุบันโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาอยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ(อีเอชไอเอ) และทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)ท่าเทียบเรือ หากเกิดกรณีโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่สามารถเกิดขึ้นได้เพราะมีบางกลุ่มต่อต้าน ทาง กฟผ.จำเป็นต้องหารือกับทางกระทรวงพลังงาน ในฐานะผู้กำหนดนโยบายเพื่อหาทางออกต่อไป หากข้อสรุปออกมาจะต้องเป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติทดแทนถ่านหิน จำเป็นต้องหาพื้นที่ที่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติผ่านด้วย ส่วนพื้นที่โรงไฟฟ้าระยองเดิมของบมจ.ผลิตไฟฟ้า(เอ็กโก) แม้ว่าจะเป็นบริษัทลูกของ กฟผ. แต่ก็เป็นเอกชน จึงต้องเข้าระบบประมูลโรงไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่(ไอพีพี)"นายสหรัฐ กล่าว

     

    สำหรับการปิดซ่อมก๊าซธรรมชาติแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย(JDA) ในปีนี้อยู่ระหว่างการกำหนดวันปิดซ่อม อย่างไรก็ตามขณะนี้ กฟผ.อยู่ระหว่างเตรียมการปรับเปลี่ยนโรงไฟฟ้าจะนะ2 ให้สามารถใช้เชื้อเพลิงได้2 ชนิด จากปัจจุบันเป็นโรงไฟฟ้าที่ก๊าซฯเป็นเชื้อเพลิง ต่อไปจะให้สามารถใช้น้ำมันดีเซลเดินเครื่องได้ด้วย โดยคาดว่าจะปรับเปลี่ยนเสร็จในปลายปี 2559 นี้ พร้อมสร้างถังเก็บน้ำมันดีเซลไว้สำรองให้โรงไฟฟ้าจะนะ 1 และ 2 ไว้ใช้ 15 วัน ซึ่งสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1,500 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความมั่นคงไฟฟ้ากรณีปิดซ่อมแหล่งก๊าซ JDA หรือเกิดเหตุฉุกเฉินกับการเดินก๊าซฯ 

     

    นอกจากนี้ กฟผ.มีแผนลงทุนระยะ 5 ปี(2559-2563) มูลค่า 5 แสนล้านบาท โดย 30% ใช้ลงทุนโรงไฟฟ้า และอีก 70% ลงทุนสายส่งไฟฟ้าโดยเฉพาะภาคใต้และภาคอีสาน

  • Date : 18 / 03 / 2016
    พลังงานหนุนSETA2016พร้อมเป็นศูนย์กลางความรู้พลังงานในอาเซียน
     
    ไทยตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านพลังงานอาเซียน หนุนเอกชนจัดงาน SETA เป็นครั้งแรก 23-25 มี.ค.นี้ พร้อมโชว์นวัตกรรมพลังงานแห่งโลกอนาคตและทิศทางการลงทุนพลังงานทั้งในและต่างประเทศ   
     
         นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านพลังงานของอาเซียน จากปัจจุบันที่ไทยมีความก้าวหน้าด้านพลังงานทดแทนเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนอยู่ แต่จะต้องพัฒนาและเรียนรู้เทคโนโลยีด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 นี้ กระทรวงพลังงานได้ร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดการประชุมและนิทรรศการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย ประจำปี 2559  (SETA 2016) โดยให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งการประชุมดังกล่าวจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านพลังงานของเอเชีย ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาความรู้ใหม่ๆด้านพลังงานมากขึ้น โดยงานดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 มี.ค. 2559 นี้ และคาดว่าจะพยายามให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี
     
         “กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการพลังงาน โดยปี 2559-2560 ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานทดแทนและด้านการอนุรักษ์พลังงาน การเริ่มดำเนินตามแผนยานยนต์ไฟฟ้า(EV) เตรียมรองรับการประมาณการเติบโตด้านยานยนต์ไฟฟ้า ที่คาดว่าจะมีจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 1.2 ล้านคัน ในปี พ.ศ. 2579 การดำเนินการพัฒนาเมืองอัจฉริยะต้นแบบ(Smart City) รวมทั้งสนับสนุนงานวิจัยจัดระบบให้เหมาะสมตามศักยภาพของแต่ละภูมิภาคด้วย ซึ่งงาน SETA นี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมด้านพลังงานทดแทนของประเทศต่อไป” นายอารีพงศ์ กล่าว
     
         นายสมศักดิ์ ห่มม่วง ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปสู่การคมนาคมด้วยระบบราง จากปัจจุบันที่มีระบบถนนอยู่ 1 แสนกิโลเมตร ระบบรางอยู่กว่า 4 พันกิโลเมตรเท่านั้น ซึ่งต่อไปจะมุ่งที่ระบบรางให้มากขึ้น โดยเฉพาะระบบรถไฟฟ้าในเมือง ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการอยู่ 10 สาย ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้ครบ 12 สายภายในปี 2572 รองรับผู้โดยสารได้ 5 ล้านคน ทั้งนี้จะช่วยพัฒนาการคมนาคมของประเทศและประหยัดพลังงานลงได้มาก ซึ่งในงาน SETA  จะมีการแสดงนวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีด้านคมนาคมอื่นๆ อีกมากมาย
     
         นายอลงกรณ์ เหล่างาม ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า แนวโน้มของโลกจะหันไปสู่เทคโนโลยีที่ดูแลสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยในงาน SETA นี้จะมีการแสดงเทคโนโลยีที่สำคัญ อาทิ โรงงานต้นแบบการผลิตไบโอดีเซลชั้นสูงจากพืชที่ไม่ใช่อาหาร นวัตกรรมการผลิตน้ำมันจากสาหร่าย ซึ่งขณะนี้มีจำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้ว 1 หมื่นลิตร รถยนต์ไฟฟ้า กังหันลมผลิตไฟฟ้า เทคโนโลยีนิวเคลียร์ และระบบวัดมาตรฐานกำเนิดแสงอาทิตย์เทียม เป็นต้น
     
         นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กล่าวว่า ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศระยะยาว พ.ศ. 2558-2579 หรือ PDP 2015  ประเทศไทยมีแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนรวมประมาณ 2 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งจากเป้าหมายดังกล่าว กฟผ.มีแผนพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนรวมประมาณ 3,500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2579 และจากการประชุมรัฐภาคกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 21 หรือ COP21 ที่ประเทศฝรั่งเศสที่ผ่านมา ไทยได้ประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20-25% จากที่คาดว่าไทยจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2573 จำนวน 555 ล้านตัน ดังนั้นไทยจะต้องลดการปล่อยลงให้ได้ 111-139 ล้านตัน ภายในปี 2573
     
         โดยกฟผ.เดินหน้าสู่เป้าหมายดังกล่าวด้วยการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน สร้างโรงไฟฟ้าใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นทดแทนโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุ  ซึ่งในงาน SETA ครั้งนี้ นอกจาก กฟผ.จะเป็นผู้สนับสนุนโครงการดังกล่าวแล้ว ยังรวมแทนนวัตกรรมด้านไฟฟ้าต่างๆ เช่น การเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน เทคโนโลยีนิวเคลียร์และถ่านหินสะอาด และนวัตกรรมหลอดไฟฟ้า LED เป็นต้น
     
         นายธัชชัย สุมิตร ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2559 หรือ SETA 2016 กล่าวว่า งาน SETA จะจัดขึ้นระหว่าง 23-25 มี.ค. 2559 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ จะมีการประชุมทางวิชาการกว่า 100 หัวข้อใน 4 ประเด็น ได้แก่ ด้านนโยบายและแผนพลังงาน ด้านเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัย พลังงานทางเลือกเพื่อการคมนาคม และเทคโนโลยีพลังงานที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น นอกจากนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นมาให้ความรู้กรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ และแนวทางป้องกันในอนาคต โดยคาดว่าจะมีผู้บริหารจากนานาประเทศร่วมประชุมกว่า 300 คน จาก 15 ประเทศ ผู้ร่วมงานกว่า 2,5000 คน และตลอด 3 วันในการจัดงานจะได้เห็นถึงแหล่งเงินทุน จากสถาบันการเงินชั้นนำของโลกและการลงทุนพลังงานในประเทศไทย  ซึ่งคาดว่าจะมีการพบปะระหว่างคู่ค้าและการจับคู่ทางธุรกิจกว่า 300 รายการ
     
     
     
     

     

     

     

Date : 17 / 03 / 2016

  • Date : 17 / 03 / 2016
    ไฟฟ้าพีคอีกเป็นครั้งที่สาม

    ไฟฟ้าพีคอีกเป็นครั้งที่3  ชี้ไม่เป็นผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้า เร่งรณรงค์ประชาชนร่วมลดใช้ไฟฟ้าช่วงหน้าร้อน

    นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่17 มีค 59 เกิดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(Peak)ในเวลา 14.54 น. ซึ่งถือเป็นครั้งที่3ของปี2559แล้ว และมีแนวโน้มที่จะเกิดพีคไฟฟ้าขึ้นอีกจึงขอความร่วมมือให้ประชาชน ร่วมมือลดพีคไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อน ที่คาดว่าจะเกิดความต้องการใช้สูงสุดด้วยการปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้  1. ปิด คือปิดไฟที่ไม่จำเป็น 2. ปรับ คือปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาหรือปรับ Fan Mode 3. ปลด คือปลดปลั๊กอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ได้ใช้  และ4.เปลี่ยน คือเปลี่ยนอุปกรณ์มาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ประหยัดพลังงาน โดยกระทรวงพลังงานขอความร่วมมือประชาชนดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 ชั่วโมงของทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00 – 15.00 น. ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม –  30 พฤษภาคม 2559

    ทั้งนี้เมื่อวันที่11มี.ค.ที่ผ่านมาในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานได้รับทราบเกี่ยวกับการการประมาณการความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak) และแผนการรณรงค์การลดพีคไฟฟ้า โดยคาดว่าในปี 2559 การใช้ไฟฟ้าสูงสุด (peak) จะอยู่ที่ 29,018 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการประมาณการโดยค่า GDP ชุดใหม่ ร้อยละ 2.8 – 3.8 สูงกว่าปี 2558 ที่พีคอยู่ระดับ 27,346 เมกะวัตต์ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะเกิดการต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของระบบ กฟผ. จะอยู่ในช่วงปลายเดือนมีนาคม – กลางเดือนพฤษภาคม 2559

    สำหรับพีคครั้งแรกเกิดไปเมื่อวันที่8 มี.ค. 2559 ที่ 26,147 เมกะวัตต์ และครั้งที่2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2559 เมื่อเวลา 19.13 น. พีคอยู่ที่ 26,417.7 เมกะวัตต์

    แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การเกิดพีคไฟฟ้าจะไม่เป็นผลดีต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าในส่วนเอฟที เนื่องจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)จะต้องมีการสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูง ให้เพียงพอกับความต้องการใช้ ดังนั้นหากประชาชนให้ความร่วมมือช่วยกันลดพีคไฟฟ้าลงได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนสูง ซึ่งจะช่วยให้ค่าไฟฟ้าลดลงได้ 

Date : 16 / 03 / 2016

  • Date : 16 / 03 / 2016
    "โตโยต้า"โชว์รถยนต์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนในงานSETA2016

    โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ส่งสุดยอดยนตรกรรมแห่งอนาคต “MIRAI” รถยนต์ใช้เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน (Hydrogen Fuel Cell Vehicle) มาจัดแสดงในงานการประชุมและนิทรรศการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2559 หรือ SETA 2016 ที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคมนี้

              ในงานนี้ ผู้เข้าร่วมงานชาวไทยและชาวต่างชาติ จะได้มีโอกาสสัมผัสรถยนต์พลังงานใช้เชื้อเพลิงทดแทน ที่โตโยต้าได้พัฒนามาตลอดระยะกว่า 20 ปี และประสบผลสำเร็จจนสามารถผลิตออกจำหน่าย
    เชิงพาณิชย์ในญี่ปุ่นแล้ว

              “MIRAI”ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “อนาคต” สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดรถยนต์สำหรับคนรุ่นต่อไปที่ต้องเป็นยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปัญหาการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน โดย MIRAI ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าที่เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีของไฮโดรเจน และที่สำคัญ MIRAI ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ปล่อยน้ำออกมาเท่านั้น

              พลังงานไฮโดรเจน คือแหล่งพลังงานทางเลือกประเภทหนึ่ง ซึ่งมีอยู่อย่างมากมายในหลายรูปแบบ 
    แต่ที่พบมากคือ ในรูปของน้ำและเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์ ที่สำคัญ ถือเป็น “ตัวช่วย” สำหรับสังคมคาร์บอนต่ำ เพราะไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เหมือนเครื่องยนต์ระบบเผาไหม้ นอกจากนั้น ความหนาแน่นของพลังงานไฮโดรเจนจะสูงกว่าแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า และมีความสะดวกในการเก็บรักษาและการขนส่ง

              นอกจากจะมีรถ MIRAI ตัวจริงเสียงจริงมาอวดโฉมแล้ว ในงาน SETA 2016 นี้แล้ว นายโยชิคาซุ ทานากะ หัวหน้าวิศวกรในโครงการพัฒนายานยนต์เพื่ออนาคตของโตโยต้า จะมาบรรยายถึงยุทธศาสตร์การพัฒนายานยนต์ในรุ่นต่อไปของโตโยต้า และแน่นอนว่า ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับฟังความเป็นมาของแนวคิดการพัฒนารถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน MIRAI ด้วย

              “MIRAI ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด ผู้บุกเบิกไฮโดรเจนแห่งศตวรรษหน้า เพื่อให้เป็นยนตรกรรมผู้นำในสังคมพลังงานไฮโดรเจนในอีกร้อยปีข้างหน้า รถยนต์นี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อสร้างนิยามใหม่ให้คุณค่าแห่งยานพาหนะ” นายทานากะกล่าว

              สำหรับ MIRAI นอกจากจะมีเสถียรภาพแห่งการควบคุมขับขี่ปลอดภัยและสะดวกสบายแล้ว รถรุ่นนี้ยังสามารถขับได้ในระยะทางไกล และใช้เวลาในการเติมพลังงานเชื้อเพลิงไฮโดรเจนเพียงประมาณสามนาทีเท่านั้น นอกจากนั้น ยังมีระบบการทำงานที่สามารถสำรองที่พลังงานภายนอก นอกเหนือจากการขับเคลื่อนโดยพลังงานที่ได้จากเซลล์เชื้อเพลิง และระบบที่สามารถเก็บสำรองพลังงานไว้ได้ยาวนานหลายเท่ากว่ายานยนต์ไฟฟ้าทั่ว ๆ ไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ หรือเหตุฉุกเฉินอื่น ๆ

              “ความสำเร็จแห่งการพัฒนายานยนต์สายพันธ์ใหม่และการสร้างสรรค์สังคมพลังงานไฮโดรเจนนั้น เราต้องการให้มีบริษัทผู้ผลิตยานยนต์เข้าสู่ธุรกิจพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงให้มากขึ้น ดังนั้น โตโยต้าจึงออกมาตรการพิเศษ โดยประกาศให้สามารถใช้เทคโนโลยียานยนต์เซลล์เชื้อเพลิง 5680 ภายใต้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องของโตโยต้าได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ และด้วยต้นทุนระบบเซลล์เชื้อเพลิงที่ลดลงและประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น การพัฒนาเพื่อสร้างยานยนต์พลังงานเซลล์เชื้อเพลิงที่ดีกว่าเดิมย่อมเกิดขึ้นได้” นายทานากะกล่าว

     

Date : 15 / 03 / 2016

  • Date : 15 / 03 / 2016
    "เพลินพลังงาน" เงินสะพัด รายได้พุ่งกว่า 12 ล้านบาท
    "เพลินพลังงาน" เงินสะพัด รายได้พุ่งกว่า 12 ล้านบาท มีประชาชนร่วมเที่ยวงานกว่า 2 หมื่นคน Power Buy เตรียมยกทัพเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ราคาถูกร่วมจำหน่าย 21-27 มี.ค.นี้
     
    พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี เยี่ยมชมร้านจำหน่ายสินค้าในงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษม “เพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้” ซึ่งกระทรวงพลังงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นตั้งแต่  วันที่ 5-27 มี.ค. 2559 โดยมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูงสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติให้การต้อนรับ พร้อมนำเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ ภายในงาน  ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล
     
     พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ตลาดคลองผดุง      กรุงเกษม “เพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้” โดยกระทรวงพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติร่วมเป็นเจ้าภาพจัดขึ้น และเปิดให้ประชาชนมาเที่ยวงานตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ถือว่าได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี มีประชาชนสนใจมาเที่ยวงานตั้งแต่เปิดตลาด จนถึงขณะนี้จำนวน 28,164 คน ส่วนยอดรายได้รวมทั้งหมดอยู่ที่ 12,049,906 บาท 
     
    สำหรับสินค้าที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจเลือกซื้อมากที่สุด อาทิ ผลิตภัณฑ์จากร้านค้าพลังงานชุมชน  สินค้าประหยัดไฟเบอร์ 5 และสินค้าชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์จากร้านค้าชุมชนจากแหล่งผลิตปิโตรเลียม สินค้าจากกลุ่มพัฒนาพลังงานทดแทน ข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์    ข้าวตังหน้าต่างๆ ร้านบุญสมฟาร์ม (สาหร่ายแปรรูป) จังหวัดเชียงใหม่ ร้านรองเท้าศรีชัย (รองเท้าหนัง Hand Made) และกลุ่มทอผ้าบ้านอากาศ จังหวัดสกลนคร เป็นต้น
     
    นอกจากนี้ ในระหว่างวันที่ 21-27 มี.ค.นี้ ทางศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า Power Buy จะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ มาร่วมจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย ทั้งนี้ ตลาดเพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้ จะเปิดให้ประชาชนมาเที่ยว ชม ชิม ช้อป ไปจนถึงวันที่ 27 มี.ค. 2559 นี้เท่านั้น
     
     สำหรับประชาชนที่สนใจมาเที่ยวงาน ทางกระทรวงพลังงานได้อำนวยความสะดวกโดยจัดรถมินิบัสไฟฟ้าบริการรับ-ส่ง ฟรีทุกวัน จำนวน 2 จุด จากสนามม้านางเลิ้ง - ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม และ จากสถานีรถไฟฟ้า MRT หัวลำโพง – ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม นอกจากนี้ ยังมีบริการรถเมล์ฟรี ในวันจันทร์-วันศุกร์ จากศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ (บริเวณหน้าโกลเด้นเพลส – ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล)
     
              รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวด้วยว่า ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม “เพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้” เป็นการผสมผสานระหว่างกิจกรรมที่เป็นองค์ความรู้ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลังงาน เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ราคาถูกกว่าท้องตลาด สินค้าจากวิสาหกิจชุมชนที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงานทั่วประเทศ นวัตกรรมด้านพลังงานที่พร้อมจำหน่ายจากมหาวิทยาลัยต่างๆ และกิจกรรมสันทนาการ โดยมีบูธกิจกรรมทั้งหมดกว่า 100 บูธ แบ่งเป็นกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ดังนี้
     
    พลังงานพาชม พบกับ การแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพลังงาน พร้อมจำหน่ายจากฝีมือคนไทย อาทิ เครื่องกรองน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องจักรอุปกรณ์แปรรูปเชื้อเพลิงชีวมวล ผลิตภัณฑ์จากพลังงานทดแทน อาทิ ปุ๋ยชีวภาพ และถ่านอัดแท่ง เป็นต้น
     
    พลังงานพาช้อป พบกับ การจำหน่ายสินค้าด้านพลังงานราคาประหยัด อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ราคาถูกกว่าท้องตลาด น้ำมันเครื่อง และอุปกรณ์พลาสติกจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ของดีจากชุมชนรอบโรงไฟฟ้า อาทิ ผ้าบาติกจากจังหวัดกระบี่ และสินค้าขึ้นชื่อจากวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ
    พลังงานพาชิม  พบกับ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตจากเทคโนโลยีพลังงาน อาทิ อาหารและผลไม้อบแห้งจากพลังงานแสงอาทิตย์ อาหารและเครื่องดื่มจากหน่วยงานของกระทรวงพลังงาน 
     
    พลังงานพาเพลิน  พบกับ กิจกรรมลุ้นโชครับของรางวัลมากมาย และสินค้านาทีทองในทุกวันของการจัดงาน 
     
     

     

  • Date : 15 / 03 / 2016
    เชลล์อัดแคมเปญประกันอุบัติเหตุรับสงกรานต์
    เชลล์อัดแคมเปญรับสงกรานต์มอบประกันอุบัติเหตุทุกการเติมน้ำมัน500บาทขึ้นไป ด้านสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุตั้งเป้าลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลง50%กระตุ้นผู้นำชุมชนห้ามคนเมาขับรถ
     

    นายอัษฎา หะรินสุต ประธานกรรมการบริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า เชลล์ออกแคมเปญพิเศษต้อนรับการเดินทางในช่วงเดือนของเทศกาลสงกรานต์นี้ โดยการมอบประกันอุบัติเหตุระยะเวลา 10 วัน วงเงินเอาประกันสูงสุด 1 แสนบาท ให้กับลูกค้าที่เติมน้ำมันของเชลล์ในเดือน เม.ย. นี้ ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป โดยลูกค้าสามารถเลือกวันคุ้มครองได้เองตั้งแต่เดือนเม.ย.-พ.ค. 2559 

     
    "ในเดือนเม.ย.นี้ถ้าลูกค้ามาเติมน้ำมันในปั๊มเชลล์จะได้รับการคุ้มครองอุบัติเหตุ 10 วัน โดยลูกค้าเลือกวันที่จะคุ้มครองเองได้ เพียงเติมน้ำมันทุกๆ 500 บาทจะได้รับ 1 สิทธิ์ในการรับการคุ้มครองอุบัติเหตุ โดยทางปั๊มจะมอบรายละเอียดให้ลูกค้าโทรติดต่อประกันตามที่ระบุในเอกสารเพื่อรับการคุ้มครอง ทั้งนี้สิทธิ์ที่ได้สามารถเลือกให้ผู้ขับหรือบุคคลที่ร่วมเดินทางมาด้วยใช้สิทธิ์ก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นการใช้สิทธิ์ในชื่อเดิมซ้ำกัน"
     
    นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงลูกค้าที่ซื้อหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เชลล์ เฮลิกส์ หรือ เชลล์ แอ๊ดว้านซ์ รุ่นที่ร่วมรายการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิ์รับประกันอุบัติภัยฟรี 10 วันเช่นกัน วงเงินเอาประกัน 1 แสนบาท โดยสามารถเลือกวันคุ้มครองเองได้ ในช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค. 2559 
     
    ทั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่บริษัทน้ำมันมอบประกันอุบัติเหตุฟรีให้แก่ลูกค้าสำหรับการเดินทางตลอดของวันหยุดยาว 
     
    นายอัษฎา กล่าวว่า เชลล์เป็นหนึ่งในภาคีสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ ซึ่งต้องการช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในช่วงสงกรานต์นี้ จึงได้จับมือกับสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ(สคอ.) เปิดตัวแคมเปญ เดินทางปลอดภัย เชลล์ให้คุณอุ่นใจตลอดเส้นทาง ซึ่งเชลล์จะเปิดให้บริการตรวจเช็ครถยนต์ในจุดสำคัญฟรี 10 รายการ จากช่างมืออาชีพ ณ ศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เชลล์ เฮลิกส์ ออยล์ เชนจ์ พลัส และ เชลล์  โปรเซิร์ฟ ภายในปั๊มเชลล์ทั่วประเทศ 
     
    รวมทั้งยังจัดจุดพักรถสำคัญกว่า 20 แห่ง บริการพิเศษสำหรับผู้ขับขี่ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้โดยเฉพาะ ได้แก่ การตรวจความพร้อมของรถยนต์ บริการการแฟ ผ้าเย็น ขนมขบเคี้ยว รวมถึงผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรของเชลล์ เช่น ไอศกรีมวอลล์ เครื่องดื่มโคคา-โคล่า กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ และบ๊วยคืนชีพ เป็นต้น 
     
    "เชื่อว่าแคมเปญที่เชลล์จัดขึ้นรับเทศกาลสงกรานต์นี้ จะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้เตรียมพร้อมก่อนเดินทางทั้งด้านสุขภาพและเครื่องยนต์ ซึ่งการเตรียมความพร้อมเป็นการตระหนักถึงความปลอดภัยเบื้องต้นในการเดินทาง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลงได้ส่วนหนึ่ง"นายอัษฎา กล่าว 
     
    นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ(สศอ.) กล่าวว่า จากข้อมูลของสถาบันวิจัยด้านการคมนาคม มหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐฯ ร่วมกับองค์การอนามัยโลกระบุว่าในปี 2558 ไทยเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากลิเบีย แม้รัฐบาลจะใช้มาตรา 44 ยึดรถของผู้เมาแล้วขับก็ตามแต่ก็ยังไม่ได้ผล ยอดการตายในปี 2558 ในช่วงสงกรานต์ยังสูง 364 ราย หรือ ในวันปกติแต่ละวันก็มีผู้เสียชีวิตบนท้องถนน 33 รายต่อวัน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากราคาน้ำมันที่ถูกลงมาก ทำให้ประชาชนนำรถออมาขับมากขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงที่น้ำมันแพง 
     
    ดังนั้นเพื่อให้การสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุลดลง นอกจากจะใช้เครื่องมือทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดแล้ว ในปีนี้ภาครรัฐได้กระตุ้นให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล จัดหน่วยขึ้นมาดูแลลูกบ้านที่เมา โดยล็อคตัวไว้ไม่ให้ออกมาขับรถอย่างเด็ดขาดด้วย โดยปีนี้ตั้งเป้าจะลดอุบัติเหตุลงให้ได้ 50% จากปีที่แล้ว