ข่าวทั้งหมด

Date : 20 / 10 / 2017

  • Date : 20 / 10 / 2017
    กบง.เคาะแล้วซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรี ระยะแรกไม่เกิน300 เมกะวัตต์
    คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เคาะแล้ว ให้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรี ช่วงแรกไม่เกิน 300เมกะวัตต์ โดยเตรียมเสนอให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาให้ความเห็นชอบ ในการประชุมวันที่25ต.ค.2560 ก่อนออกประกาศหลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการต่อไป 
     
    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน( Energy News Center -ENC) รายงานว่า  ในวันที่ 20 ต.ค. 2560 ทาง พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ได้เรียกประชุม กบง.นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาวาระการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา แบบเสรี หรือ(โซลาร์รูฟท็อปเสรี) เป็นการเฉพาะ  โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ไม่ได้มีการเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการต่อสื่อมวลชน เหมือนการประชุมที่ผ่านมา เนื่องจาก กระทรวงพลังงาน จะต้องนำเรื่องการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรี จากมติของ กบง.  เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาให้ความเห็นชอบ วันที่25ต.ค.2560 นี้เสียก่อน  
     
     อย่างไรก็ตามในหลักการสำคัญที่ กบง.ได้ให้ความเห็นชอบ ในการประชุมครั้งนี้ แล้วนั้น คือจะให้มีการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรี ในช่วงแรกไม่เกิน 300เมกะวัตต์ โดยจะเน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองเสียก่อน  จึงจะพิจารณารับซื้อไฟฟ้าที่เหลือส่วนเกิน ในอัตราที่ไม่แพงไปกว่าราคาขายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) 
     
    ก่อนหน้านี้ ในวาระการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรี  เคยมีการนำเข้าสู่การพิจารณา ของ กบง.แล้ว  ตั้งแต่วันที่ 4ต.ค.2560ที่ผ่านมา แต่ที่ประชุมยังไม่อนุมัติ โดยให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ไปจัดทำในรายละเอียดปลีกย่อย ที่ยังเป็นประเด็นปัญหาให้เกิดความชัดเจนเสียก่อน เพื่อนำกลับมาพิจารณาในการประชุม กบง. นัดพิเศษ ในครั้งนี้ 
     
    ผู้สื่อข่าว รายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับประเด็นที่ พพ. ได้กลับไปพิจารณารายละเอียด เพื่อให้เกิดความชัดเจน  อาทิ เกณฑ์การเข้าร่วมโครงการ  ,ระยะเวลาเปิด-ปิดโครงการ  และวิธีการรับสมัครเข้าร่วมโครงการที่ต้องเป็นธรรมและครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยจะมีการกำหนดปริมาณเปิดรับซื้อเป็นรายภาค ซึ่งจะพิจารณาตามสายส่งไฟฟ้าที่สามารถรองรับได้  เป็นต้น 
     
    ทั้งนี้ พพ. ได้มีการว่าจ้าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการศึกษาเรื่องการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์รูฟท็อปเสรี และได้มีการสรุปผลการศึกษาส่งให้กับทาง พพ.แล้ว  โดยมีข้อเสนอไว้ 3 รูปแบบ ได้แก่  1. เปิดรับซื้อปีละ 300เมกะวัตต์ จนครบเป้าหมายที่ 6,000 เมกะวัตต์ ในปี 2579 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว หรือ PDP2015  ส่วนทางเลือกที่ 2.คือ เปิดรับซื้อปีละ 600 เมกะวัตต์ จนครบเป้าหมาย 12,000เมกะวัตต์ ในปี 2579 และทางเลือกที่ 3. เปิดรับซื้อปีละ 1,000 เมกะวัตต์ ภายใน 3 ปี หรือครบเป้าหมายที่ 3,000 เมกะวัตต์ในปี 2563 
  • Date : 20 / 10 / 2017
    กฟผ. เตรียมพร้อมระบบไฟฟ้าสนับสนุนช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

    กฟผ. ประสาน กฟภ. กฟน. เตรียมความพร้อมระบบไฟฟ้าทั่วประเทศในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อสนับสนุนให้การพระราชพิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

    นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจและเตรียมความพร้อมในการดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าทั่วประเทศ รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยในสถานที่ตั้งของโรงไฟฟ้าและสถานีไฟฟ้าแรงสูงต่าง ๆ  ในช่วงการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง  และสถานที่จัดงานของทุกจังหวัด ซึ่งได้มีการประสานความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 23-29 ตุลาคม 2560

    สำหรับพื้นที่บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งจะเป็นสถานที่จัดการพระราชพิธี กฟผ. ได้เตรียมโรงไฟฟ้าหลัก 4 แห่ง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพระนครใต้จ.สมุทรปราการ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ จ.นนทบุรี โรงไฟฟ้าวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โรงไฟฟ้าบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมเตรียมระบบส่งและจุดจ่ายไฟฟ้าที่สถานีไฟฟ้าแรงสูงบางกอกน้อย สถานีไฟฟ้าแรงสูงธนบุรีใต้  สถานีไฟฟ้าแรงสูงพระนครเหนือ และสถานีไฟฟ้าแรงสูงลาดพร้าว เพื่อดูแลความความเรียบร้อยในการจ่ายไฟฟ้า โดยจัดเจ้าหน้าที่ตรวจบำรุงรักษาประจำการทุกจุดตลอด 24 ชั่วโมง  รวมถึง กฟน. ได้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเครื่องยนต์ดีเซล จำนวน 32 ชุด กรณีฉุกเฉิน กระจายรอบบริเวณจัดการพระราชพิธี   ทั้งนี้คาดการณ์ว่า ช่วงเวลาดังกล่าวจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 25,600 เมกะวัตต์ โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ใช้จัดการพระราชพิธีจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 9,000 เมกะวัตต์  ซึ่งได้วางแผนและเตรียมการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ ไว้พร้อมแล้ว

    “กฟผ. จะดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าอย่างเต็มที่ ตลอดช่วงการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ เพื่อสนับสนุนการจัดการพระราชพิธีและอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน ตลอดจนผู้ร่วมถวายความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพร้อมกันทั่วประเทศ” ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าว

Date : 19 / 10 / 2017

  • Date : 19 / 10 / 2017
    รู้จัก 4 รองอธิบดี ป้ายแดง กระทรวงพลังงาน
    รู้จักรองอธิบดี ป้ายแดงกระทรวงพลังงาน 4คน จาก 3 หน่วยงาน "สมบูรณ์" "ยงยุทธ์ " "วันชัย " และ"เพทาย"  โดยยังจะมีการตั้งเพิ่มอีก2ตำแหน่ง ในส่วนของรองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน และรองผู้อำนวยการสนพ.(เทียบเท่ารองอธิบดี) เพื่อมาแทนตำแหน่งรองอธิบดีที่ได้ขยับขึ้นไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง
     
    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน( Energy News center-ENC ) รายงานว่า กระทรวงพลังงานได้ทยอยแต่งตั้ง  ตำแหน่ง รองอธิบดีที่ว่างอยู่ ทั้ง3 กรมจำนวน6  ตำแหน่ง  ประกอบด้วย กรมธุรกิจพลังงาน 2ตำแหน่ง กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. 2ตำแหน่ง และสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน หรือ สนพ.) จำนวน 2 ตำแหน่ง โดยในส่วนตำแหน่งรองอธิบดี เพื่อทดแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ ได้มีการแต่งตั้งแล้ว ยังเหลือ การแต่งตั้ง ในส่วนของ รองอธิบดี ที่จะไปทดแทนตำแหน่งที่มีผู้ขยับขึ้นไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง  
    สมบูรณ์ หน่อแก้ว รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน คนใหม่ 
     
    สำหรับตำแหน่งรองอธิบดีใหม่ ที่มีการแต่งตั้งและเริ่มทำหน้าที่ ตั้งแต่วันที่1 ต.ค.2560 ที่ผ่านมา ได้แก่กรมธุรกิจพลังงาน แต่งตั้ง นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว ผู้อำนวยการสำนักความปลอดภัยธุรกิจพลังงาน มาเป็นรองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แทนนายขจรชัย ผดุงศุภไลยวิศักดิ์​ รองอธิบดีคนเก่าที่เกษียณอายุราชการ โดย ยังเหลือการแต่งตั้ง รองอธิบดี อีกหนึ่งตำแหน่ง ที่จะมาแทนนาน วิศักดิ์ วัฒนศัพท์ ที่ขยับขึ้นไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา  ทั้งนี้ นายสมบูรณ์  ถือเป็นข้าราชการประจำกรมธุรกิจพลังงานตั้งแต่กรมธุรกิจพลังงานก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2545 หรือ 15 ปีที่ผ่านมา 
     
     
    ยงยุทธ์ สวัสดิสวนีย์ รองอธีบดีพพ.คนใหม่
     
     
    วันชัย บรรลือสินธุ์ รองอธิบดีพพ.คนใหม่
     
    ส่วนกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. ได้แต่งตั้งตำแหน่งรองอธิบดีถึง 2 ตำแหน่ง ได้แก่  นายยงยุทธ์ สวัสดิสวนีย์ ผู้อำนวยการสำนักเชื้อเพลิงชีวภาพ​ ขึ้นเป็นรองอธิบดี พพ. แทนนายดนัย เอกกมล ที่เกษียณราชการ และตั้ง นายวันชัย บรรลือสินธุ์ ผู้อำนวยการกองแผนงาน ขึ้นเป็นรองอธิบดี พพ. แทนนายยศพงศ์​  คุปตะบุตร ที่เกษียณราชการ ทำให้ พพ. มีรองอธิบดีครบ 3 คนแล้ว โดยอีกคน ที่เป็นรองอธิบดี พพ.อยู่เดิม คือ นายหร่อหยา จันทรัตนา  
     
    ขณะที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้แต่งตั้ง นายเพทาย หมุดธรรม ผู้อำนวยการสำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี เป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน  แทนนางเอมอร ชีพสุมล ที่เกษียณราชการ  โดยยังเหลือ การแต่งตั้งรองผู้อำนวยการ สนพ.อีก 1 ตำแหน่งที่จะมาแทน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ซึ่งขยับขึ้นไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน 
     
     
    เพทาย หมุดธรรม รองผอ.สนพ.คนใหม่

Date : 18 / 10 / 2017

  • Date : 18 / 10 / 2017
    ดึงพลังงานจังหวัดทุกจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมผลักดัน5แผนหลักพลังงาน

    "ธรรมยศ ศรีช่วย" ปลัดพลังงานคนใหม่ เรียกประชุมหารือผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง นัดแรก ย้ำ ภารกิจเร่งด่วนในปีงบประมาณ2561 ปรับ5แผนหลักด้านพลังงาน ให้พลังงานจังหวัดทุกจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งการผลักดันการบริหารแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ 2 แหล่ง ทั้งเอราวัณและบงกช  และขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงาน เพื่อช่วยให้GDPของประเทศขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ตามแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้เรียกผู้บริหารระดับสูงของทุกกรมในกระทรวงพลังงานมาประชุมหารือและได้มอบนโยบายสำคัญเพื่อเร่งดำเนินการภายในปีงบประมาณ 2561  โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการปรับ 5 แผนหลักด้านพลังงานให้เสร็จภายในปี 2560 นี้ ตามกรอบเวลาที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการไว้ ซึ่งได้แก่ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า(PDP) แผนอนุรักษ์พลังงาน(EEP) แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก(AEDP) แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ(GAS) และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง(Oil) และให้พลังงานจังหวัดทุกจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุน 5 แผนหลักดังกล่าวให้เกิดผลในทางปฏิบัติด้วย

    ในขณะที่อีกเรื่องเร่งด่วนที่สำคัญ คือ การบริหารแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ 2 แหล่ง (แหล่งเอราวัณ หมดอายุในปี 2565 และแหล่งบงกช หมดอายุปี 2566) ก็ต้องเร่งดำเนินการทั้งด้านกฎหมายให้ลุล่วงเพื่อให้สามารถออกประกาศเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมประมูลแหล่งสัมปทานทั้ง 2 แหล่งให้ได้ภายในปี 2560 นี้ 

    นอกจากนี้ยังได้มอบให้แต่ละกรม ร่วมผลักดันให้งานนโยบายด้านพลังงานเข้าไปมีส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP)ขยายตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในปี 2561 นี้ จะมีการผลักดันนโยบายEnergy 4.0 (การเพิ่มมูลค่าพลังงานด้วยนวัตกรรม)อย่างเข้มข้นมากขึ้น นอกเหนือจากการผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้า(EV) ,สถานีชาร์จรถยนต์ EV, สายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ(Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงาน(Energy Storage) ที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน โดยมอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)ไปดำเนินการหาแนวทางใหม่ๆ เพิ่มเติม อาทิ โครงการเมืองอัจฉริยะ(Smart City)และโครงข่ายไฟฟ้าระดับชุมชน( Local Grid)  เป็นต้น  

    "นโยบายที่ผมมอบให้ผู้บริหารกระทรวงพลังงานในครั้งนี้ ก็เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผมรับมาถ่ายทอดให้อธิบดีทุกกรมรับทราบและนำไปปฏิบัติ ซึ่งคาดหวังว่าในปี 2561 แต่ละเรื่องจะมีการผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องการเปิดประกาศเชิญชวนประมูลสัมปทานปิโตรเลียม 2 แหล่งที่จะหมดอายุ ก็อยากให้เปิดประมูลได้ในปีนี้ เพราะที่ผ่านมาเสียเวลามานาน" นายธรรมยศ กล่าว

    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center -ENC) รายงานว่า การเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน ดังกล่าว นับเป็นการมอบนโยบายครั้งแรกภายหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ โดยมีรักษาราชการรองปลัดกระทรวง(ซึ่งอยู่ระหว่างการรอโปรดเกล้าฯเป็นรองปลัดกระทรวง) ทั้งนายยงยุทธ จันทรโรทัย นางสาว  นันธิกา ทังสุพานิช  และอธิบดีทุกกรม ทั้ง นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) นายประพนธ์ วงษ์ท่าเรือ อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) และนายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์​ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน  เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยหลังจากนี้ นายธรรมยศ จะมีการประชุมผู้บริหารกระทรวงพลังงานเป็นประจำทุกเดือน เพื่อติดตามความคืบหน้างานตามนโยบายพลังงานที่ได้มอบหมายไว้ต่อไป 

  • Date : 18 / 10 / 2017
    ปั๊มน้ำมันปตท.แจกน้ำดื่มให้ผู้เดินทางถวายความอาลัย ทั่วประเทศ 26ต.ค.นี้
    สถานีบริการน้ำมัน ปตท. พร้อมมอบน้ำดื่มแก่ผู้เดินทางถวายความอาลัย ทั่วประเทศ ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้
     
    นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. พร้อมให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชนด้วยการบริการน้ำดื่ม ณ สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ทั่วประเทศ ช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ทั้งนี้ พนักงานจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ถวายความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ในสถานที่ที่รัฐบาลได้จัดไว้ในแต่ละพื้นที่
     
    สำหรับร้านคาเฟ่อเมซอน ร้านค้าสะดวกซื้อจิฟฟี่ ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ร้านเท็กซัส ชิคเก้น และร้านฮั่ว เซ่ง ฮง ติ่มซำ รวมถึงศูนย์บริการยานยนต์ฟิตออโต้ ในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ทุกสาขาทั่วประเทศ จะหยุดบริการชั่วคราว ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 14.30 น. ยกเว้นร้านค้าที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า กำหนดเวลาให้บริการจะเป็นไปตามเวลาเปิด-ปิดของห้างฯ ส่วนร้านค้าที่อยู่ในท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีจะเปิดให้บริการตามปกติ
     
    อนึ่งร้านค้าที่หยุดบริการ จะกลับมาให้บริการตามปกติในวันที่ 27 ตุลาคม เป็นต้นไป หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ PTT Contact Center โทร. 1365 ได้ตลอด 24 ชม.

Date : 17 / 10 / 2017

  • Date : 17 / 10 / 2017
    สรุปยอดยื่นข้อเสนอขายไฟในโครงการSPP Hybrid Firmวันแรกทะลุเกิน500เมกะวัตต์
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สำนักงาน กกพ.) สรุปยอดของการเปิดรับยื่นข้อเสนอขอขายไฟฟ้าในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแบบ SPP Hybrid Firm ปี 2560 จากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP Hybrid Firm 2560) ในวันแรก (16 ต.ค. 60) มีผู้ยื่นข้อเสนอขอขายไฟฟ้าถึง 25 โครงการ หรือคิดเป็นปริมาณไฟฟ้าเสนอขาย 541.26 เมกะวัตต์ เกินเป้าหมายการรับซื้อที่ตั้งไว้ที่ 300 เมกะวัตต์ 
     
    นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะรองโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) เปิดเผยว่า สรุปยอดของการเปิดรับยื่นข้อเสนอขอขายไฟฟ้าในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในแบบ SPP Hybrid Firm ปี 2560 จากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP Hybrid Firm 2560) ในวันแรก (16 ต.ค. 60) มีผู้ยื่นข้อเสนอขอขายไฟฟ้าถึง 25 โครงการ หรือคิดเป็นปริมาณไฟฟ้าเสนอขาย 541.26 เมกะวัตต์ เกินเป้าหมายการรับซื้อที่ตั้งไว้ที่ 300 เมกะวัตต์แล้ว
     
    อย่างไรก็ตามสำนักงาน กกพ. มีกำหนดเปิดรับยื่นข้อเสนอโครงการ SPP Hybrid Firm 2560 ในอัตรารับซื้อแบบ FiT ที่ 3.66 บาทต่อหน่วย  ตั้งแต่วันที่ 16 - 20 ตุลาคม 2560 ระหว่างเวลา 09.00 - 16.00 น. ณ สำนักงาน กกพ. ชั้น 19 อาคารจัตุรัสจามจุรี กรุงเทพฯ 
     
    สำหรับขั้นตอนต่อไป เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นธรรม คณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ และประเมินข้อเสนอขอขายไฟฟ้าด้านเทคนิค จะทำการตรวจสอบคุณสมบัติและความพร้อมในการดำเนินโครงการฯ 4 ด้าน ได้แก่ 1.ความพร้อมด้านเชื้อเพลิง 2.ความพร้อมด้านที่ดิน 3.ความพร้อมด้านเทคโนโลยี และ 4.ความพร้อมด้านแหล่งเงินลงทุน เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้ ก่อนที่จะประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติด้านเทคนิคในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th
  • Date : 17 / 10 / 2017
    รัฐมนตรีพลังงานของไทยบินถกความร่วมมือLNG ที่ญี่ปุ่น17-19ต.ค.นี้
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทยบินร่วมประชุมกับกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น( Ministry of Economy, Trade and Industry - METI )ที่กรุงโตเกียว เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือเรื่องก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ในเวที LNG Producer-Consumer Conference 2017 ระหว่างวันที่  17-19 ต.ค. นี้  ในขณะที่ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ขานรับแนวคิด ตั้งไทยเป็นฮับ LNG อาเซียน เตรียมศึกษาความเป็นไปได้ทั้งด้านสัญญาซื้อขาย การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของคลังเก็บและท่อก๊าซ LNG คาดเริ่มได้ในปี2561 
     
    ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน( Energy news Center-ENC) รายงานว่า ในช่วงระหว่างวันที่  17-19 ต.ค. 2560นี้ พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมคณะผู้บริหารของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  จะเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น เพื่อเข้าร่วมการประชุม LNG Producer-Consumer Conference 2017  ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงโตเกียว และจะร่วมหารือกับผู้แทนของ กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น( Ministry of Economy, Trade and Industry - METI ) ด้วย  โดยการประชุมดังกล่าวถือเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ผู้ซื้อและผู้ขาย LNG จะได้พบปะและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ช่วยให้เห็นถึงทิศทางตลาด LNG ในปัจจุบันและในอนาคตโลกที่สำคัญ 
     
     ในขณะที่การร่วมหารือกับทางผู้แทนMETI ในประเด็นความร่วมมือเรื่อง LNGจะช่วยในเรื่องของการสร้างอำนาจต่อรองในการซื้อขายLNG กับประเทศผู้ค้าในอนาคตได้ โดยญี่ปุ่นถือเป็นประเทศผู้นำเข้าLNG รายใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย ในขณะที่ประเทศไทย ตามแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ(Gas Plan2015) จะต้องนำเข้า LNG เพิ่มขึ้นจาก5ล้านตันต่อปี ในปัจจุบันเป็น34 ล้านตันต่อปี ในปี2579  
     
    สำหรับแนวคิดของ พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการจะยกระดับให้ไทยเป็นตลาดกลาง(ฮับ)ซื้อขายก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ในภูมิภาคอาเซียน นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ อยู่ในระหว่างการ  เตรียมศึกษาความเป็นไปได้ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มศึกษาได้ประมาณปี 2561  โดยไทยมีโอกาสเป็นฮับ LNG ของอาเซียนได้ เนื่องจากมีความต้องการใช้ LNG มากขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็อยู่ระหว่างการขยายคลังรองรับ LNG  ซึ่งในอนาคตหากการนำเข้า LNG สูงเกินกว่าความต้องการใช้ในประเทศ ก็มีโอกาสที่จะนำLNG ส่วนเกินส่งออกไปขายในประเทศที่สามได้ 
     
    อย่างไรก็ตามในเบื้องต้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะ ต้องทำการศึกษาถึงสัญญาการรับและส่งก๊าซ LNG ก่อน เนื่องจากสัญญาซื้อขาย LNG ที่ผ่านมาจะมีการจองเรือขนส่ง LNG ระยะยาว เช่น 20-30 ปี และจะกำหนดจุดรับและส่ง LNG ไว้ชัดเจน ดังนั้นจึงต้องศึกษาว่า หากไทยต้องการเปลี่ยนเส้นทางเรือเพื่อนำ LNG ที่สั่งซื้อไว้ไปขายให้ประเทศที่สาม จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ พร้อมกันนี้ยังต้องศึกษาการลงทุนสร้างคลังรับ LNG และสร้างท่อก๊าซฯด้วย เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการเป็นฮับ LNG ในอนาคต
      
    ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากการประชุม LNG ระดับนานานาชาติที่สำคัญ ที่ญี่ปุ่นแล้ว ไทยยังมีโอกาสเป็นเจ้าภาพในการจัด  "ประชุมโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรีพลังงานเอเชีย(AMER) ครั้งที่ 7" ระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย. 2560 ณ โรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพฯด้วย โดยเวทีดังกล่าวจะเปิดให้ประเทศสมาชิก 36 ประเทศเข้าร่วมพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลและแสดงทิศทาง LNG ในอนาคตของโลก นำไปสู่การพัฒนาตลาดซื้อขายLNG ในลักษณะเดียวกับตลาดซื้อขายน้ำมัน 
     
    ปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่ระหว่างการขยายคลังรับ LNG รวมทั้งกำลังศึกษาคลัง LNG ลอยน้ำ (Floating Storage and Regasification Unit :FSRU) รวมทั้งสิ้นขนาดประมาณ 27 ล้านตัน แบ่งเป็น 1. การขยายคลังรับ LNG ที่จ.ระยอง แห่งที่ 1 จาก 10 ล้านตัน เป็น 11.5 ล้านตัน 
    2.การสร้างคลังรับ LNG แห่งที่2 ที่หนองแฟบ จังหวัดระยอง ขนาด7.5ล้านตัน
    3.โครงการ FSRU ในประเทศเมียนมา ขนาด 3 ล้านตันต่อปี รัฐบาลมอบหมายให้ ปตท. ไปดำเนินการศึกษาในรายละเอียด 
    และ4.โครงการFSRU ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ขนาด 5 ล้านตันต่อปี รัฐบาลมอบหมายให้ กฟผ.ศึกษาและดำเนินการ