คลิปวีดีโอทั้งหมด

Date : 13 / 07 / 2017

Date : 06 / 04 / 2017

  • Date : 06 / 04 / 2017
    "พินัยกรรมพีค" รณรงค์ลดพีคไฟฟ้าช่วงหน้าร้อน

    กระทรวงพลังงาน รณรงค์ ขอความร่วมมือประชาชน ลดพีคไฟฟ้าช่วงหน้าร้อนตั้งแต่บัดนี้ จนถึง15 พ.ค. 2560  ด้วยมาตรการ 4 ป.คือ ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน  คือ ป. ปิด ไฟดวงที่ไม่จำเป็น ปรับ แอร์ เพิ่ม 1 องศาเซลเซียล ประหยัด 10% และปรับจาก Cool Mode เป็น Fan Mode  ปลด ปลั๊กเมื่อเลิกใช้ เปลี่ยนอุปกรณ์เบอร์ 5 และ เปลี่ยน เวลาใช้ไฟ 2 ช่วง คือหลีกเลี่ยงช่วงเวลา 13.00-15.00 น. และ 19.00-21.00 น.

    มาตรการ4ป.ซึ่งอาศัยความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคน จะมีส่วนสำคัญในการลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือพีค ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าร้อนคือเม.ย.-พ.ค. อยู่ที่ระดับ 32,059 เมกะวัตต์  เพิ่มสูงขึ้นจากพีคของปี2559 ประมาณ 1,086 เมกะวัตต์ หรือ 3.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ จากสถิติ ความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ของประเทศในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ย เพิ่มขึ้นปีละ 600 เมกะวัตต์  โดยความต้องการไฟฟ้าสูงสุดเฉลี่ยมักจะอยู่ในช่วงเวลา 14.00 – 15.00 เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่บรรเทาอากาศร้อนด้วยการเปิดเครื่องปรับอากาศโดยลดระดับอุณหภูมิทำให้ Compressor ของเครื่องปรับอากาศทำงานหนัก ซึ่งมีข้อมูลระบุว่าอุณหภูมิที่เพิ่มทุก 1 องศา จะมีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 350 เมกะวัตต์ 

    ดังนั้นเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวม และเพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าไฟฟ้าที่จะสูงขึ้นจากการใช้เชื้อเพลิงต้นทุนสูงมาผลิตไฟฟ้าในช่วงที่เกิดพีคไฟฟ้า กระทรวงพลังงานจึงต้องรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความตระหนักในการประหยัดพลังงานและขอความร่วมมือจากภาคประชาชน อุตสาหกรรม และเอกชน ช่วยกันลดใช้ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ซึ่งมาตรการ4ป.ปิด ปรับ ปลด เปลี่ยน  นี้ประชาชนสามารถทำได้ทันที   เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนปริมาณและลักษณะการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ เพื่อให้สมดุลกับการผลิตไฟฟ้า

    ในการนี้ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ได้จัดทำภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์รวมพลังคนไทยลดพีคไฟฟ้าหน้าร้อน แบบฉบับบ้านทรายทอง ตอนพิเศษ "พินัยกรรมพีค"เพื่อร่วมรณรงค์ในครั้งนี้ด้วย

Date : 12 / 03 / 2017

  • Date : 12 / 03 / 2017
    โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน ของ ปตท. : เครื่องตะบันน้ำ

    โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน โดย หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในโครงการที่นำองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมมาช่วยแก้ปัญหาน้ำของชุมชน ซึ่งมีทรัพยากรและข้อจำกัดแตกต่างกันไปในแต่ละสภาพพื้นที่ โดยการใช้ “เครื่องตะบันน้ำ” หรือ “ไฮดรอลิคแรมปั๊ม” ดึงพลังงานศักย์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาใช้ในระบบส่งน้ำให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ ทดแทนการใช้พลังงานจากไฟฟ้าหรือน้ำมันที่มีต้นทุนสูง โดยในปี 2557 ได้ส่งมอบโครงการต้นแบบแห่งแรกให้แก่ชุมชน ณ หมู่บ้านขนุนคลี่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และในปี 2558 ได้ส่งมอบโครงการฯ ให้แก่ หมู่บ้านภูเตย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และหน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ปตท. มีแผนที่จะขยายโครงการฯ ในอีกหลายพื้นที่ เพื่อช่วยพัฒนาชุมชนที่ขาดแคลนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป

Date : 22 / 02 / 2017

  • Date : 22 / 02 / 2017
    ตามไปดู animation จำลองโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดกระบี่

    คลิปวิดีโอ จำลองการดำเนินการ โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์ ของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด ตามคำจำกัดความของทบวงพลังงานสากล (International Energy Agency - IEA) ที่หมายถึงโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใช้เทคโนโลยีประสิทธิภาพสูง มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในระดับต่ำ รวมทั้งสามารถกำจัดมลสารต่าง ๆ อาทิ ฝุ่นละออง ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือดักจับไอปรอทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดกระบี่ จะใช้เทคโนโลยีแบบ Ultra Super Critical  หรือ (USC ) ซึ่งมีประสิทธิภาพการเผาไหม้สูง ประหยัดการใช้เชื้อเพลิง เป็นผลให้ลดการปล่อย CO2 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20  ประกอบกับมีระบบกำจัดก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (SCR) ระบบดักจับฝุ่นด้วยไฟฟ้าสถิตย์ (ESP) ระบบกำจัดก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (FGD) และระบบดักจับสารปรอท (ACI) จึงถือเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาดตามมาตรฐานสากล ตามนิยามของ IEA และหน่วยงานกำกับดูแลสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (USEPA) และนานาชาติ เช่น ยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี ให้การรับรองว่าเป็นระบบกำจัดมลสารที่เป็นมาตรฐานสากล มีการใช้งานแพร่หลายในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก อาทิ 35 ประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาของประเทศกลุ่มยุโรป (OECD) จีน เกาหลี ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย และแอฟริกาใต้

    นอกจากนั้น โรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด USC ยังเป็นที่ยอมรับของกลุ่มสถาบันการเงินที่เน้นสิ่งแวดล้อมอย่าง ธนาคารโลก (WB) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB)  ธนาคารเพื่อการพัฒนาอิสลาม (IDB) ธนาคาระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาแอฟริกาใต้ (AFDB) และสถาบันการเงินชั้นนำอื่น ๆ  ที่อนุมัติให้กู้เงินลงทุนได้ โดยเฉพาะเพื่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินระบบ USC ขนาดกำลังผลิตมากกว่า 500 เมกะวัตต์ขึ้นไป