บทความที่เกี่ยวข้อง

ส่องภารกิจ สนย.กระทรวงพลังงาน ลง11พื้นที่ขับเคลื่อน"ประชารัฐ"ในมิติพลังงาน

  • Date : 01/08/2017, 10:25.
กางปฎิทิน ส่อง ภารกิจ สนย.กระทรวงพลังงาน ลง11 พื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการด้านพลังงานกับชุมชน  สร้างความเข้าใจที่มากขึ้น ตอบโจทย์นโยบายประชารัฐ ของรัฐบาล ในมิติพลังงาน 
 
ภาพของกระทรวงพลังงานที่เข้าไปมีบทบาทในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้น สอดคล้องกับกรอบนโยบายประชารัฐ ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ที่เด่นชัดมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ (สนย.)ของกระทรวงพลังงาน ส่งทีมตัวแทน ซึ่งนำโดย นายไพรัช  เพชรล้ำ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้าฝ่ายวางแผนสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร กระทรวงพลังงานลงพื้นที่ ไปติดตามดูความคืบหน้าของโครงการด้านพลังงานที่ให้การสนับสนุนกับวิสาหกิจชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่องตลอดช่วง เดือน ก.พ.-ก.ค.2560 ที่ผ่านมา
 
เมื่อถอดรหัส ดูกลไกหลักๆของกระทรวงพลังงานที่ทำงานร่วมกับชุมชน ผ่านโครงการต่างๆนั้น ก็จะเห็นว่ามีส่วนของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นเหมือนฝ่ายเสบียง  มีสำนักงานพลังงานจังหวัดนั้นๆ เป็นพี่เลี้ยงคอย ช่วยประสานงานและอำนวยความสะดวก  มีวิสาหกิจชุมชน เป็นหน่วยลงแรงขับเคลื่อน  และมีอาสาสมัครพลังงาน(อสพน.) เป็นจิตอาสาคอยช่วยเสริมแรงในสิ่งที่ยังขาดตกบกพร่อง  และก็มี สนย.ซึ่งเป็นตัวแทนจากส่วนกลาง นี่แหละที่ช่วยลงพื้นที่ไปติดตามงาน ตลอดจนการสื่อสารสร้างความเข้าใจระหว่างกระทรวงพลังงานและชุมชน รวมไปถึงการนำผลงานออกมาเผยแพร่ให้สาธารณะได้รับรู้  และทำให้นโยบายประชารัฐของรัฐบาล เป็นโครงการที่จับต้องได้  ช่วยให้ช่องว่างระหว่างกระทรวงพลังงานกับชุมชนขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น  จนชุมชนที่ได้รับการช่วยเหลือมองเห็นความสำคัญของพลังงานว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว และช่วยเติมเต็มวิถีชีวิตของคนในชุมชนให้มีความสุขเพิ่มขึ้นได้ 
 
และเมื่อย้อนกลับไปดูปฎิทินการลงพื้นที่10 ครั้งล่าสุด ก็จะเข้าใจมากขึ้นว่า บทบาทของกระทรวงพลังงาน เข้าไปช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนให้ดีขึ้นอย่างไร 
 
17ก.พ.2560  สนย.พื้นที่ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดราชบุรี เข้าไปช่วยส่งเสริมนวัตกรรมระบบอบแห้งด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับกลุ่มเกษตรกรแปรรูปกล้วยตากของ วิสาหกิจชุมชนบ้านกุ่มพัฒนาตำบลบางแพ อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี   เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร จนเกิดการพัฒนาเป็นกล้วยตากแบรนด์ “กุ่มทอง” ที่ได้รับการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้มาตรฐานรับรองจนต่อยอดส่งผลิตภัณฑ์สู่ครัวการบินไทย และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคในตลาดทั่วประเทศอย่างแพร่หลาย 
30 มี.ค.2560 สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดนครศรีธรรมราช  ติดตามดูความก้าวหน้าโครงการผลิตไฟฟ้าจากกังหันน้ำชุมชนคีรีวง ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 โดยมีมูลค่าโครงการรวม 3.8ล้านบาท กระทรวงพลังงานสนับสนุนงบลงทุนจำนวน 2.1ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 60และ ส่วนชุมชนร่วมลงทุนจำนวน 1.7ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 40 มีจำนวนครัวเรือนที่เข้าร่วม รวมทั้งหมด 83 ครัวเรือน ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าจากกังหันน้ำดังกล่าวเกิดผลประโยชน์ในด้านการประหยัดไฟฟ้าเทียบเท่าอยู่ที่1.5แสนหน่วยต่อปี หรือคิดเป็นเงินประมาณ5.25แสนบาทต่อปี
 
29 เม.ย. 2560  สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดระยอง  ติดตามการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีพลังงานทดแทนให้กับวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งก็คือ กลุ่มท่องเที่ยวประแสโฮมสเตย์ ตำบลปากน้ำประแส อำเภอแกลง ที่มีการจัดทำผลิตภัณฑ์สมุนไพรชาใบขลู่ ซึ่งเป็นสินค้ามีชื่อของท้องถิ่นไว้จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักที่โฮมสเตย์ เพื่อเป็นรายได้เสริมจากการการท่องเที่ยว ซึ่งแต่เดิมชุมชนต้องเสียทั้งเวลาและค่าพลังงานในกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก ทั้งในส่วนของค่า แก๊ส LPG และค่าไฟฟ้าปีละ 16,200 บาท/ปี และเสียเวลาในการตากใบชา 1 วัน อีกทั้งผลิตภัณฑ์ที่ได้กระบวนการผลิตรูปแบบเดิมไม่ค่อยมีคุณภาพมากนัก แต่ภายหลังจากที่ทางกระทรวงพลังงาน ได้เข้ามาให้การสนับสนุนเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตให้กับชุมชน ได้แก่ ชุดครอบเตาแก๊สประหยัดพลังงาน และอุปกรณ์ในการสร้างโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานลง 5,400 บาท/ปี คิดเป็น 33 % หรือเสียค่าพลังงานเพียง 10,800 บาท/ปี นอกจากนี้ ยังสามารถประหยัดเวลาในขั้นตอนการตากใบชาจากการใช้โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ลงมาเหลือเพียง 6 ชั่วโมง ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ที่ได้ก็มีคุณภาพมากขึ้น เป็นที่นิยมของตลาดนักท่องเที่ยว สามารถสร้างความมั่งคั่ง และยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจชุมชนได้เป็นอย่างดี
 
3 พ.ค. 2560  สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับทางสำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทอง  ติดตามความก้าวหน้าโครงการสนับสนุนโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับชุมชนในพื้นที่ตำบลอบทม ที่ได้มีการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพัฒนาอาชีพผลไม้ส่งออก โดยได้มีการสนับสนุนในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชน ภายใต้งบประมาณ 600,300 บาท โดยกระทรวงพลังงานสนับสนุนงบประมาณ 420,210 บาท หรือคิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการ ส่วนชุมชนสมทบเงินลงทุน 180,090 บาทหรือคิดเป็น 30% ของมูลค่าโครงการ เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าพลังงาน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของชุมชน
 
17 พ.ค. 2560  สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับ ทางสำนักงานพลังงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ติดตามการสนับสนุนโรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ ในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชน  ในการแก้ปัญหาดังกล่าวให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกยางพารา  ภายใต้งบประมาณ 450,000 บาท โดยกระทรวงพลังงานสนับสนุนงบประมาณ 300,000 บาท หรือคิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการ ส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลท่ากระดานสนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาทหรือคิดเป็น 30% ของมูลค่าโครงการ เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการจำหน่ายผลผลิตในรูปแบบเดิมที่ราคาถูกและไม่คุ้มทุน ให้เปลี่ยนมาแปรรูปผลิตภัณฑ์เป็นยางแผ่นรมควันแสงอาทิตย์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อยกระดับราคาจำหน่ายให้สูงขึ้น
 
24 พ.ค. 2560 สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับทางสำนักงานพลังงานจังหวัด ยโสธร  ในโครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบอาชีพ ภายใต้โครงการ Community ESCO Fund ด้วยการเปลี่ยนของเสียจากกระบวนการผลิตเป็นแหล่งพลังงานในโรงงานแปรรูปเมล็ดมะม่วงหิมพานต์และชาสมุนไพร สหกรณ์กรีนเนท ตำบลแคนน้อย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร โดยดำเนินการในรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชน ด้วยงบประมาณ 880,807 บาท โดยกระทรวงพลังงานสนับสนุนงบประมาณ 264,242 บาท หรือคิดเป็น 30% ของมูลค่าโครงการ ส่วนสหกรณ์กรีนเนทลงทุนเอง จำนวน 616,565 บาทหรือคิดเป็น 70% ของมูลค่าโครงการ เพื่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบผลผลิตให้มีศักยภาพมากขึ้น ทั้งด้านการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม
 
19มิ.ย.2560  สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับทางสำนักงานพลังงานจังหวัดชัยนาท  ติดตามความก้าวหน้าโครงการสนับสนุนระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 25 กิโลวัตต์ ในพื้นที่ต.หนองแซง อ.หันคา จ.ชัยนาท เป็นหนึ่งในโครงการพลังงานชุมชนเพื่อชุมชนจัดการตนเองทางด้านพลังงานของกระทรวงพลังงาน ภายใต้งบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 1.9 ล้านบาท โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น ค่าแรงงานในการก่อสร้าง ติดตั้ง และสมทบพื้นที่ในการติดตั้งระบบ รวมถึงการบริหารจัดการ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดต้นทุนค่าพลังงานด้านการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรมและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อการเกษตรให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่จำนวนกว่า 20 ครัวเรือน บนพื้นที่กว่า 120 ไร่ ปัจจุบันสามารถช่วยลด การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางการเกษตรได้ 6,000 ลิตรต่อปี คิดเป็นเงิน จำนวน 1.5 แสนบาทต่อปี และลดภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปีละ 13.14 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ ยังเป็นต้นแบบการใช้พลังงานทดแทนเพื่อการเกษตรที่สามารถกระตุ้นให้ชุมชนในจังหวัดชัยนาทและจังหวัดอื่นๆ ตื่นตัวในการใช้พลังงานทดแทนกันมากขึ้น
 
23มิ.ย.2560 สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับทางสำนักงานพลังงานจังหวัดสุโขทัย   เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการนำร่องในการบริหารจัดการของเสียที่เกิดขึ้นในฟาร์ม เพื่อเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซหุงต้มด้วยเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ ของ อัจฉราฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มสุกรของนางอัจฉรา สุขแท้ ตั้งอยู่พื้นที่หมู่ที่ 9 ชุมชนบ้านเสาหิน ตำบล ป่าแฝก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย โดยมีเป้าหมายหลักคือ ช่วยลดรายจ่ายค่าก๊าซหุงต้ม (LPG) และสนับสนุนให้ชุมชนตระหนักถึงการพึ่งพาแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพในชุมชนแทนการการพึ่งพาพลังงานจากแหล่งภายนอก อีกทั้งยังช่วยลดกลิ่นรบกวนที่เกิดจากมูลสัตว์ และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ในชุมชน
 
26 มิ.ย. 2560  สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับทางสำนักงานพลังงานจังหวัดอุตรดิตถ์ ติดตามความก้าวหน้าโครงการบ่อหมักก๊าซชีวภาพ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนรักษ์พลังงาน ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือของอาสาสมัครในชุมชนที่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนด้านขยะในชุมชน เนื่องจากที่ตั้งของตำบลป่าเซ่า เป็นชุมชนที่อยู่ติดกับสถานศึกษา สนามกีฬา และหน่วยงานราชการหลายแห่ง และอีกส่วนหนึ่งที่อยู่รอบเมืองโดยส่วนมากจะทำปศุสัตว์และทำการเกษตร เช่น เลี้ยงสุกร เลี้ยงโค-กระบือ เลี้ยงเป็ด-ไก่ ทำไร่ ทำนา ทำสวน ฯลฯ จึงเกิดความสนใจที่จะร่วมกันหาวิธีแก้ปัญหาขยะในชุมชน 
 
3 ก.ค. 2560 สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับทางสำนักงานพลังงานจังหวัด สมุทรสงคราม ติดตามดูความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมพลังงานทดแทนในชุมชนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแป้งร่ำ ตำบลบางนางลี่ อำเภออัมพวา และศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี ตำบลจอมปลวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ถือเป็นโครงการที่สำนักงานพลังงานจังหวัดสมุทรสงคราม กระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินการต่อยอดตามนโยบายกระทรวงพลังงานที่ต้องการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในชุมชน เพื่อยกระดับให้ชุนชนเป็นชุมชนบริหารจัดการตนเองด้านพลังงานอย่างครบวงจร  กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จึงได้สนับสนุนโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแป้งร่ำ จำนวน 2 โรง ขนาด 8.00 เมตรx12.40 เมตร โดยภายหลังจากการสนับสนุนเทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้สามารถลดระยะเวลาในขั้นตอนผลิตจาก 4 วัน เหลือเพียง 2 วัน ช่วยลดต้นทุนการผลิต เช่น ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและค่าแรงงาน รวมประมาณ 500,000 บาทต่อปี ที่สำคัญทำให้ผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐาน สร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ และเพิ่มรายได้ให้กับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแป้งร่ำอีกด้วย
 
13ก.ค.2560  สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับทางสำนักงานพลังงานจังหวัด พิษณุโลก ติดตามดูความก้าวหน้าโครงการส่งเสริมการพัฒนาพลังงานทดแทนในชุมชน งบประมาณโดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2558 จำนวน 1,250,000 บาท ในการสนับสนุนเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ ขนาด 8 ลูกบาศก์เมตร ให้กับ 20 ชุมชน ในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง นครไทย วังทอง บางกระทุ่ม ชาติตระการ พรหมพิราม บางระกำ เนินมะปราง และวัดโบสถ์โดยได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของทรัพยากรในพื้นที่ เนื่องจากชุมชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าวประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีตั้งแต่ขนาดครัวเรือนไปจนถึงฟาร์มขนาดเล็ก ทำให้สามารถนำมูลสัตว์และของเสีย มาเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซหุงต้มด้วยเทคโนโลยีก๊าซชีวภาพ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนหันมาใช้พลังงานทดแทน แทนการใช้ก๊าซ LPG สำหรับการหุงต้มในครัวเรือน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องพลังงานในครัวเรือนลงได้ 80 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงยังช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากกลิ่นเหม็นของมูลสัตว์และแมลงต่างๆ ให้กับชุมชนได้อีกด้วย
 
21ก.ค. 2560 สนย.ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานพลังงานจังหวัดภูเก็ต ติดตามโครงการประชารัฐ  กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแม่บ้านเกษตรกรบางหวานพัฒนา หมู่ 5 ตำบลกมลา อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเดิมใช้วิธีแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วยวิธีธรรมชาติ พึ่งพาแสงอาทิตย์ในกระบวนการอบแห้ง ทำให้สูญเสียเวลาไม่น้อยกว่า 3 วันต่อรอบการผลิตโดยได้นำมากตากและวางบนพื้นแบบชาวบ้าน รวมถึงประสบปัญหาเรื่องความสะอาดและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ แต่ภายหลังจากเปลี่ยนมาใช้ตู้อบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ทำให้สามารถประหยัดเวลาลงได้ 1-1.5 วัน ต่อรอบการผลิต ทำให้สามารถเพิ่มรอบการผลิตได้มากขึ้น และยังทำให้ผลิตภัณฑ์จากส้มควายที่ผลิต มีความสะอาดได้มาตรฐาน ความปลอดภัย
 
ต้องตามติดภารกิจของสนย. ในช่วงเดือนส.ค.-ก.ย.  ซึ่งจะสิ้นปีงบประมาณ2560ดูว่าจะลงพื้นที่ชุมชนที่ไหนอีก และในปีงบประมาณ2561 จะยังมีโครงการที่จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงพลังงานและชุมชน ในลักษณะนี้อยู่อีกไหม 
 
กลับสู่บทความทั้งหมด