บทความที่เกี่ยวข้อง

พลังงานรอบโลก: โอเปกและพันธมิตรยังไม่ยืดเวลาลดผลิตถึงสิ้นปี หารืออีกครั้ง 25 พ.ค.

พลังงานรอบโลก: โอเปกและพันธมิตรยังไม่ยืดเวลาลดผลิตถึงสิ้นปี หารืออีกครั้ง 25 พ.ค.

ชาติสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ หรือ โอเปก และประเทศพันธมิตร ประชุมหารือที่คูเวต เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อประเมินผลการดำเนินการตามข้อตกลงลดกำลังการผลิต เพื่อยกระดับราคาน้ำมันในตลาดโลก ท่ามกลางคำถามว่าปริมาณน้ำมันส่วนเกินในตลาดที่ยังมีอยู่ จะทำให้ต้องขยายกรอบเวลาการลดกำลังการผลิตอีกหรือไม่ ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐทำสถิติเพิ่มขึ้นสูงสุด ส่งผลกดดันราคาน้ำมันร่วงลงหลุดระดับ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

สำนักข่าวต่างประเทศ สำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่ง พบว่าทั้งหมดเห็นตรงกันว่า โอเปกและพันธมิตรมีทางเลือกน้อยมาก และจำเป็นต้องเดินหน้าลดกำลังการผลิตต่อไป

อย่างไรก็ตาม  เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย คณะกรรมการร่วมซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีจากชาติสมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ หรือ โอเปก และประเทศพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่ม ออกแถลงการณ์ภายหลังการหารือ ระบุว่า คณะกรรมการฯ ตกลงที่จะพิจารณาว่าจะขยายเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันไปอีก 6 เดือนจนถึงสิ้นปี 2560 นี้ หรือไม่ จากข้อตกลงเดิมร่วมกันที่ตกลงลดการผลิตน้ำมันตั้งแต่ 1 ม.ค. จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ปีนี้  โดยในแถลงการณ์ดังกล่าวระบุว่า คณะกรรมการ ได้ขอให้กลุ่มวิชาการ (Technical Group) และสำนักเลขาธิการโอเปก ทบทวนสถานการณ์ตลาดน้ำมันและให้ข้อเสนอแนะกลับมาในเดือน เม.ย. ว่าจะมีการขยายเวลามาตรการการลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจออกไปหรือไม่

ก่อนหน้าแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ มีการเผยแพร่ร่างแถลงการณ์ฉบับไม่เป็นทางการที่ระบุว่า คณะกรรมการเสนอแนะให้โอเปกและพันธมิตรขยายการลดกำลังการผลิตออกไปอีก 6 เดือน อีกทั้งและกระตุ้นให้ประเทศที่ร่วมข้อตกลง ทำการลดการผลิตให้ได้ 100% ตามที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ ภายหลังโอเปกและพันธมิตร ยังไม่ตัดสินใจยืดระยะเวลาการลดกำลังการผลิตออกไปในทันที ทำให้เหล่านักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ราคาน้ำมันดิบจะร่วงลงอีกจากข่าวดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีกลุ่มโอเปกจะประชุมกันอีกครั้ง ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ที่กรุงเวียนนา เพื่อตัดสินใจว่าจะขยายเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมันหรือไม่ ขณะที่นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินต่างๆ รวมทั้ง Bank of America Corp., Commerzbank AG และ Citigroup คาดการณ์ว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่จะยืดเวลาการลดกำลังการผลิตน้ำมันไปจนถึงสิ้นปีนี้

 

คาดความต้องการไฟฟ้าในเมียนมาพุ่งแตะ 3,500 เมกะวัตต์

สื่อท้องถิ่นของเมียนมา รายงานว่า กระทรวงไฟฟ้าและพลังงานเมียนมา เปิดเผยว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของเมียนมาจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 3,500 เมกะวัตต์ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 4,500 เมกะวัตต์ในปี 2021 ขณะที่ กระทรวงฯ จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 17,700 ล้านหน่วยในช่วงปีงบประมาณนี้

ทั้งนี้ โดยการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 6,500 ล้านยูนิตในช่วงปี 2010-2011 และเพิ่มเป็น 13,600 ล้านยูนิต หรือเพิ่มขึ้น 200% ในปี 2015-2016  โดยภายใต้แผนแม่บทไฟฟ้าแห่งชาติ กระทรวงฯ คาดการณ์ว่า การใช้ไฟฟ้าแต่ละปีจะเพิ่มขึ้นกว่า 13% และในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 16%

สำหรับปีงบประมาณปีนี้ เมียนมาผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำจำนวน 9,700 ล้านยูนิต และจากเชื้อเพลิงฟอสซิล 8,000 ล้าน    ยูนิต โดยในปี 2015-2016 ที่ผ่านมา เมียนมามีการผลิตไฟฟ้าทั้งสิ้น 15,900 ล้านยูนิต

กลับสู่บทความทั้งหมด