บทความที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลต้องสร้างสมดุลเรื่องการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่กับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม

  • Date : 06/03/2017, 19:16.

ประเด็นของการจัดทำ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งให้ไปจัดทำใหม่ ตั้งแต่กระบวนการเริ่มต้น  ด้วยแรงกดดันของกลุ่มเครือข่ายค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ที่เดินทางมาประท้วงที่หน้าทำเนียบ นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย และดูย้อนแย้งในตรรกะพอสมควร

ที่บอกเช่นนี้ เพราะรายงาน EHIA และ EIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ของ กฟผ. ที่ถูกสั่งให้ไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ นั้น ที่ผ่านมาก็ดำเนินการตามประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการและระเบียบปฎิบัติของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปี2552  ยิ่งไปกว่านั้น EIA ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ นั้นได้รับรางวัลการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น ประจำปี 2559 (EIA Monitoring Awards 2016)ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาเป็นผู้มอบรางวัลด้วยตัวเอง ที่  ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์  โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เมื่อวันที่6 มี.ค.2560  สะท้อนถึงการทำงานที่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ของหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแล 

การคัดค้านโครงการของประชาชนบางกลุ่มที่รัฐบาลให้ความสำคัญจึงเป็นประเด็นที่ทั้งหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจเจ้าของโครงการ และบรรดาผู้ประกอบการอุตสาหกรรม  มีข้อกังวล ต่อการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตในส่วนที่ต้องทำEIAและEHIA ว่า ควรจะต้องปฏิบัติอย่างไรดี   เพราะที่ปรากฎเห็นเป็นตัวอย่างกรณีโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่  ของกฟผ.  นั้น การทำตามหลักเกณฑ์ขั้นตอนของหน่วยงานรัฐที่เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ   ในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ ทั้งได้รับรางวัลการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น จากมือรัฐมนตรีว่าการ    ทั้งมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนรอบพื้นที่โครงการที่ร่วมลงชื่อ กว่า15,000 คน ก็ยังไม่สามารถที่จะฝ่าด่านเครือข่ายของ กลุ่มคัดค้านได้   นอกจากนี้ในอนาคต หากมีการ กรอบการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) มาใช้ การดำเนินโครงการขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งมีความยากลำบากมากกว่าเดิมอีก  เพราะกรอบSEA ซึ่งประเมินโดยบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี และเปรียบเทียบทางเลือกในการตัดสินใจแล้วเห็นว่าโครงการขนาดใหญ่ไม่ควรตั้งอยู่บนพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่จะสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ก็หมายความว่า ไม่ต้องไปศึกษา EIAและEHIA ในรายโครงการให้เสียเวลา 

ถ้ารางวัลด้านสิ่งแวดล้อม จากหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลสิ่งแวดล้อม ไม่ช่วยการันตี คุณภาพของโครงการ หรือหน่วยงานที่ได้รับรางวัลแล้ว เราจะมีการจัดมอบรางวัลเพื่ออะไร นี่คือบางเสียงสะท้อนที่มีต่อรางวัล EIA Monitoring Awards 2016 

ว่าที่พันตรี อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นตัวแทนกฟผ.ที่เดินทางมารับรางวัล EIA Monitoring Awards 2016 กล่าวว่า ในปี 2559 กฟผ. ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับรางวัลสถานประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมีการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่นประจำปี 2559 (EIA Monitoring Awards 2016) จำนวน 9 รางวัล จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนพระนครใต้ ชุดที่ 3 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง ชุดที่ 5 โรงไฟฟ้าจะนะ (กรณีใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง)  เหมืองแร่ลิกไนต์ จังหวัดลำปาง  ระบบขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางท่อ  สำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ ท่าเทียบเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง  สำหรับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกระบี่ และท่าเทียบเรือและอุปกรณ์ขนส่งน้ำมันสำหรับโรงไฟฟ้าบางปะกง

โดยยืนยัน ว่า  กฟผ.ได้ให้ความสำคัญกับการผลิตไฟฟ้าควบคู่กับการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และ ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นและไว้วางใจ กฟผ. ว่าเป็นหน่วยงานที่ทำงานเพื่อให้คนไทยทุกคนมีไฟฟ้าใช้อย่างมีความสุข ควบคู่กับการดูแลสังคมและชุมชนให้อยู่ดีมีสุข โดยการได้รับรางวัล EIA Monitoring Awards 2016 ก็เป็นการ แสดงถึงความใส่ใจและการจัดการสภาพแวดล้อมดีเด่น  ที่การันตีโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลและเป็นผู้พิจารณาโครงการที่อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อทิศทางการพัฒนาประเทศมีความจำเป็นที่รัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ต้องลงทุนโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็กต์) ควบคู่ไปกับมาตรการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมที่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย  จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องชัดเจน ในการสร้างสมดุล ด้วยหลักกฏหมายที่ถูกออกแบบเอาไว้    และมีความเด็ดขาดในการเดินหน้าโครงการที่เห็นว่าได้ดำเนินการตามกรอบกติกาที่กำหนดอย่างครบถ้วน  เพราะถ้าให้น้ำหนักความสำคัญกับแรงกดดันทางการเมือง หรือ การประท้วงคัดค้านจากคนบางกลุ่มอย่างมากจนเกินพอดี  โดยไม่สนใจข้อเท็จจริงทางวิชาการที่ถูกการันตีด้วยข้อกฏหมายและเกณฑ์การให้รางวัล  ก็จะกลายเป็นว่ารัฐบาลสร้างเป็นผู้ที่ทำให้การพัฒนาติดหล่มเรื่องสิ่งแวดล้อมไปเสียเอง

กลับสู่บทความทั้งหมด