บทความที่เกี่ยวข้อง

ชี้รัฐต้องเคลียร์สังคมให้ชัด ทำไมต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่

นักวิชาการจุฬาฯ ชี้ภาคใต้จำเป็นต้องมีโรงไฟฟ้าเพิ่ม เหตุความต้องการใช้ไฟฟ้าย้อนหลัง 10 ปีโตเฉลี่ย 6.74% ต่อปี แนะการทำ EIA และ EHIA ใหม่ ควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม และเน้นการใช้ข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลที่เป็นปฐมภูมิให้มากขึ้น เพื่อตอบปัญหาข้อสงสัย พร้อมเปิดเผยข้อมูลออนไลน์โรงไฟฟ้าแม่เมาะให้สาธารณะมั่นใจโรงไฟฟ้าถ่านหิน

ในงานเสวนาทางวิชาการ เรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน จัดโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร.กุลยศ อุดมวงศ์เสรี ผู้อำนวยการสถานบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในวิทยากร กล่าวว่า ยอมรับว่าปัจจุบันปริมาณสำรองไฟฟ้าของประเทศมีปริมาณสูงมากจากปกติที่ควรมี 15% ของปริมาณการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด โดยในปี 2558 ปริมาณสำรองมีถึง 30% และต้นปี 2559 มีเกือบ 40% เนื่องจากมีโรงไฟฟ้าพลังน้ำหงสาเข้าระบบกว่า 1,200 เมกะวัตต์

ชี้ภาคใต้ใช้ไฟเติบโตมาก แต่พลังงานทดแทนยังผลิตได้น้อย  

ดร. กุลยศ กล่าวว่า แม้ปัจจุบันอาจยังไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม แต่เมื่อดูสถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่าภาคใต้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตปีละ 6.74% จาก 9,362 ล้านหน่วย ในปี 2549 เป็น 15,644 ล้านหน่วย ในปี 2558 โดยจังหวัดที่มีการใช้ไฟฟ้าเติบโตมากที่สุด คือ จังหวัดสงขลา 3,199 ล้านหน่วยต่อปี หรือ ประมาณ 21.3%  รองลงมาคือจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2,635 ล้านหน่วย หรือ 17.5% และภูเก็ต 2,431 ล้านหน่วย หรือ 16.2% ขณะที่กำลังการผลิตติดตั้งไฟฟ้าของภาคใต้มี 3,800 เมกะวัตต์ ส่วนความต้องการใช้อยู่ที่ 2,600 เมกะวัตต์ ซึ่งในอนาคตหากความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ภาคใต้ก็จำเป็นที่ต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม

ทั้งนี้ หากไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินในจังหวัดกระบี่ ก็จะเหลือทางเลือกเพียง โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยหากเลือกโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ประชาชนก็ต้องยอมรับความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงาน ส่วนไฟฟ้าจากนิวเคลียร์คงต้องหารือกันระยะยาว ดังนั้น โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนแม้จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ต้องพิจารณาว่าเชื้อเพลิงสามารถผลิตได้ตลอดปีทดแทนโรงไฟฟ้าหลักได้ถึง 800 เมกะวัตต์หรือไม่ และจากข้อมูลปัจจุบันพบว่า น้ำเสียจากปาล์มที่นำมาผลิตไฟฟ้าในภาคใต้สามารถผลิตได้เพียง 8 เมกะวัตต์ ดังนั้นหากต้องการผลิตไฟฟ้าให้ถึง 800 เมกะวัตต์จะต้องมีโรงปาล์มถึง 100 โรง และหากใช้กะลาปาล์ม หรือ น้ำมันปาล์ม มาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ก็ต้องพิจารณาว่าปาล์มเป็นพืชผลตามฤดูกาล หากช่วงไหนไม่มีปาล์มจะทำอย่างไร

ทั้งนี้ แม้จ.กระบี่จะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 200 เมกะวัตต์ แต่ภาครัฐต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ถึง 800 เมกะวัตต์นั้น เป็นการพิจารณาตามนโยบายภาพรวมของภาคใต้ โดยการสร้างโรงไฟฟ้า 800 เมกะวัตต์นั้น ก็เพื่อให้โรงไฟฟ้ามีหน้าที่เสริมไฟฟ้าของภาคใต้โดยรวม  หากจะให้สร้างตามความต้องการใช้เฉพาะจังหวัดนั้นๆ เท่ากับทุกจังหวัดต้องมีโรงไฟฟ้าของตัวเอง

"วันนี้จุดที่ต้องทำคือ การนำหลักวิชาการของทั้งสองฝั่งมาวิเคราะห์ร่วมกัน ส่วนความเชื่อหรือความเห็นส่วนบุคคล คงต้องมาดูกันว่าอะไรเป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ หรือไม่ได้" ดร.กุลยศ กล่าว

เสนอรัฐเป็นเจ้าภาพทำ EIA และ EHIA

รองศาสตราจารย์ ดร.สุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงานเสวนา ว่า หน่วยงานรัฐที่ไม่ใช่เจ้าของโครงการ ควรเป็นเจ้าภาพจัดการศึกษารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (EHIA) แทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดการยอมรับ โดยทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายไม่เห็นด้วยจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมและรับผิดชอบร่วมกันในแผนที่มีการจัดทำร่วมกัน ซึ่งเห็นว่าหน่วยงานที่เหมาะสม คือ หน่วยงานที่กำหนดนโยบายอย่างสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) น่าจะเป้นหน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพได้

อย่างไรก็ตาม กระบวนการจัดทำ EIA  และ EHIA ครั้งใหม่ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีความโปร่งใสในการดำเนินการนั้น จะต้องสามารถนำทุกประเด็นทั้งที่เป็นข้อมูลทางวิชาการและประเด็นที่เป็นความเชื่อเข้ามาสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่จะมีการจัดตั้งขึ้น ก่อนที่จะคัดให้เหลือเฉพาะประเด็นที่สำคัญ มากำหนดเป็นกรอบการศึกษา โดยควรจะใช้ข้อมูลปฐมภูมิซึ่งเป็นข้อเท็จจริงให้มากขึ้น เพราะโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ไม่ใช่โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงแรกที่เกิดขึ้น เพราะยังมีโรงไฟฟ้าถ่านหินหลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ใช้เทคโนโลยีและถ่านหินประเภทเดียวกับที่โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่จะใช้ รวมถึงนำข้อมูลความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้ที่เป็นข้อมูลย้อนหลังที่เกิดขึ้นจริง มาชึ้ให้เห็นถึงการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้า

"สมมติว่าเรามีความจำเป็นต้องมีบ้านหนึ่งหลัง กฟผ. อาจจะต้องการสร้างบ้านที่ต้นทุนถูกที่สุด แต่กลุ่มคนไม่เห็นด้วยอาจจะอยากได้บ้านที่สวยที่สุด ปลอดภัยที่สุด รัฐซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายควรจะต้องเป็นคนกลางที่จะบอกได้ว่าจุดสมดุลอยู่ตรงไหน ซึ่งประเด็นที่รัฐต้องเคลียร์ให้ชัดก่อนก็คือข้อเท็จจริงทางนโยบายถึงความจำเป็นที่จะต้องมีโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ให้ทุกฝ่ายยอมรับในนโยบายได้เสียก่อนจึงค่อยมาคุยกันถึงว่าจะทำ EIA และ EHIA อย่างไร เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและยอมรับจากทุกฝ่าย"

ดร.สุธา กล่าวว่า มติคณะกรรมการผู้ชำนาญการสิ่งแวดล้อม (คชก.) สะท้อนให้เห็นว่า การทำ EIA และ EHIA ของโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่และท่าเทียบเรือบ้านคลองรั้ว ยังมีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น เช่นความเหมาะสมของพื้นที่ตั้ง การพิจารณาทางเลือกของเชื้อเพลิง และขั้นตอนการดำเนินการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมา การกลับไปเริ่มกระบวนการศึกษาใหม่จึงเป็นโอกาสที่จะให้ทุกฝ่ายหันมารับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันให้มากขึ้น โดยส่วนตัวเชื่อว่ายังมีเวลาที่จะทำได้

แนะให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น

ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ศิริมา ปัญญาเมธีกุล ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เมื่อรัฐบาลประกาศให้ดำเนินการ EIA และ EHIA ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ใหม่ ประเด็นการลดผลกระทบจากถ่านหินจึงไม่ใช่ข้อกังวลของประชาชน ดังนั้น จึงขอเสนอแนะผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ควรดำเนินการให้มีตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการ ไม่ใช่เป็นเพียงพิธีกรรมดังที่ผ่านมา รวมถึงมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้และให้ข้อมูลรอบด้านในมิติต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของประชาชน และเพื่อพิจารณา ว่าควรมีเครื่องมือ มาตรฐานและแนวทางปฏิบัติเป็นการเฉพาะหรือไม่ เพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงพลังงาน

เชื้อเพลิงถ่านหินยังเอื้อต่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

รศ.สมศักดิ์ สายสินธุ์ชัย อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตรเลียม กล่าวว่า ในประเทศไทยมีความจำเป็นที่ต้องกระจายเชื่อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซฯ โดยเชื้อเพลิงถ่านหินถือว่ามีความเหมาะสม เนื่องจากมีปริมาณสำรองปริมาณมากสามารถใช้ได้ถึง 200 ปี โรงไฟฟ้าถ่านหินสามารถสำรองถ่านไว้ได้ถึง 60 วัน นอกจากนี้ยังสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ระบบไฟฟ้าจึงมีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าถ่านหินยังช่วยให้ศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจของประเทศดีขึ้น เพราะต้นทุนไฟฟ้าที่ต่ำกว่าเชื้อเพลิงประเภทอื่น ซึ่งจะเป็นการช่วยเฉลี่ยภาระค่าใช้จ่ายค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยอยากให้ผู้บริหารระดับสูงต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเห็นความสำคัญในการตรวจสอบควบคุม ที่โปร่งในเป็นที่ยอมรับของชุมชน เช่น กรณีเหมืองถ่านแม่เมาะ ควรเผยแพร่ภาพการทำงานแบบออนไลน์ให้ผู้สนใจได้รับชมและพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่นเดียวกับเหมืองแร่ทองคำ Super Pit ของออสเตรเลีย ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจในความปลอดภัยโรงไฟฟ้า

กลับสู่บทความทั้งหมด