บทความที่เกี่ยวข้อง

เสียงคนกระบี่ ยืนยันสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าในพื้นที่

ชาวบ้านในชุมชนรอบโครงการโรงไฟฟ้ากระบี่ ลงความเห็นอยากให้สร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ มั่นใจไม่มีผลกระทบกับชุมชน ชี้ไฟฟ้าจำเป็นกับประเทศ ช่วยต่อยอดพัฒนาชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชน พร้อมย้ำ กฟผ. ต้องดูแลชุมชนตามมาตรการที่สัญญาไว้

นายประศึก ผ่อล้วน อดีตครูและเจ้าของสวนปาล์ม ตำบลตลิ่งชัน อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ชุมชนกระบี่ใช้ชีวิตร่วมกับโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ในอดีตมาตั้งแต่ 40 – 50 ปีมาแล้ว ทั้งๆที่ในอดีตโรงไฟฟ้ายังไม่มีมาตรการป้องกันหรือเทคโนโลยีที่ดีเท่ากับสมัยนี้ แต่ก็ยังเห็นคนในยุคนั้นสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด

“มองว่าการสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มเป็นเรื่องปกติ เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศ แต่ กฟผ. ต้องรักษาผลประโยชน์ของคนในชุมชน ให้รู้สึกว่าชุมชนได้โอกาสพิเศษกว่าชุมชนอื่น เป็นที่พึ่งของคนในชุมชน เช่น ให้คนในชุมชนมีโอกาสเข้าทำงานกับ กฟผ. มากกว่าชุมชนอื่น และตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาสำหรับเยาวชนรอบพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้า” นายประศึก กล่าว

ด้านชาวประมงบนเกาะศรีบอยา ตำบลศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ นายบูสัน ตาวัน กล่าวว่า ไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต ไฟดับแค่ไม่กี่นาทีชุมชนก็เดือดร้อน อยากให้สร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ การคมนาคมในภาพรวมของประเทศ

“ไม่ได้คัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าในพื้นที่ เพราะปัจจุบันมีเรือเดินน้ำมันของโรงไฟฟ้ากระบี่เดินผ่านพื้นที่ทำประมงทุกวัน และไม่เคยมีปัญหาหรือมีผลกระทบกับการประมง ชาวประมงจับปลาได้ปกติ ถ้ามีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้น คิดว่าวิถีชีวิตจะไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม ยาเสพติดยังทำลายเยาวชนได้มากกว่าการสร้างโรงไฟฟ้า” นายบูสัน กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับนายก่อเฉด ช่างเรือ ปราชญ์ชาวบ้าน ตำบลเกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า การสร้างโรงไฟฟ้าจะได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์ ทำให้ทุกหมู่บ้านบนเกาะมีไฟฟ้าใช้ ไม่ติดๆ ดับๆ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับชุมชน ทั้งยังนำไปสู่การพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งการศึกษา การสื่อสาร และพร้อมกับกล่าวว่า อยากพัฒนาให้ชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างอาชีพและรายได้เพิ่มเติมให้กับชุมชน แต่ต้องไม่กระทบกับวิถีชีวิตเดิมมากนัก

“มองว่าโรงไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจะผลิตไฟฟ้าได้ไม่เพียงพอกับความต้องการของจังหวัดกระบี่ โรงไฟฟ้าชีวมวลจากต้นปาล์ม ถ้าตัดไปผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวจะทำให้ชาวบ้านไม่สามารถนำลูกปาล์มไปขายได้ กระทบอาชีพของชาวบ้าน เชื่อมั่นในระบบกระบวนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาไปมาก และฝากให้ภาครัฐและ กฟผ. สร้างความมั่นใจว่าจะมีมาตรการป้องกันที่ดี รวมถึงดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น” ปราชญ์ชาวบ้านกล่าวในท้ายที่สุด

(ฟังเสียงคนกระบี่ จากคลิปวิดีโอด้านล่าง)

https://www.youtube.com/watch?list=PLJneRwEZTuple4TxzpYOC6kMKJlNVo9XU&v=wusi0y6HdWU

กลับสู่บทความทั้งหมด