บทความที่เกี่ยวข้อง

สมาร์ทกริดนำร่อง แม่ฮ่องสอน

โครงการนำร่องระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือสมาร์ทกริด  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ซึ่งรับผิดชอบโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้รับงบประมาณในการดำเนินการจำนวน720ล้านบาท  โดยมีแนวคิดที่จะนำระบบอัจฉริยะ ใน3ส่วน คือ1.ระบบส่งจ่ายไฟฟ้า(Transmission) จะมีระบบปฏิบัติการและควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ   2. ด้านการผลิตไฟฟ้า (Generation)จะเน้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมากกว่า80% และ3.ด้านผู้ใช้ไฟฟ้า(Consumption)จะมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้า   มาช่วยลดปัญหาการเกิดไฟฟ้าดับและไฟฟ้าตกในเขตอำเภอเมือง แม่ฮ่องสอน

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)และโฆษกกระทรวงพลังงาน  ซึ่งนำคณะสื่อมวลชน เดินทางดูสถานที่ติดตั้งระบบสมาร์ทกริด ของกฟผ.ที่ โรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ผาบ่อง  เมื่อวันที่17ธ.ค.2559 ที่ผ่านมา กล่าวว่า ระบบสมาร์ทกริด มีความฉลาดใน3เรื่อง คือ1. ฉลาดเลือกแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนที่ต่ำที่สุดก่อน  2.ฉลาดเลือกเวลาสั่งจ่ายไฟฟ้าที่เหมาะสม และ3.ฉลาดในการเลือกอุปกรณ์ที่จะช่วยประหยัดพลังงาน  ว่าอุปกรณ์ประเภทไหน ที่จะถูกงดใช้เป็นการชั่วคราว 

นายทวารัฐ  กล่าวว่า  โครงการนำร่องระบบสมาร์ทกริด  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ของกฟผ. อยู่ในแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย พ.ศ.2558-2579 ที่มีการประกาศใช้ไปแล้ว  โดยเป็นโครงการที่อยู่ในแผนการเร่งรัดที่เสนอให้ดำเนินการทันที(Immediate Plan)  เนื่องจากปัจจุบัน เขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน  ยังไม่มีระบบส่งไฟฟ้าแรงดันสูงของ กฟผ.เข้าถึงพื้นที่ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นป่าเขา  จึงทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าตกและไฟฟ้าดับเกิดขึ้นบ่อยครั้ง  ดังนั้น การมีระบบสมาร์ทกริด  น่าจะช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

“การนำระบบสมาร์ทกริดมาใช้ จะทำให้เกิดการรับรู้ข้อมูลด้านต่างๆ ที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า  การเลือกสั่งเดินเครื่องโรงไฟฟ้า  หรือช่วงเวลาสั่งจ่ายไฟฟ้า  โดยใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น  เนื่องจากจะมีการนำเอาระบบพยากรณ์ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานหมุนเวียน(Renewable Energy Forecast-REF) หรือระบบกักเก็บพลังงาน(Energy Storage Systems-ESS) มาประยุกต์ใช้  ทำให้สามารถลดการพึ่งพาโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล หรือความผันผวนของแหล่งพลังงานหมุนเวียนลงได้” นายทวารัฐ กล่าว

ภายใต้โครงการนำร่องระบบสมาร์ทกริด  ของกฟผ. ในส่วนของการผลิตไฟฟ้า จะมีการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ แบบฟาร์มชุดใหม่3 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ ขนาด4 เมกะวัตต์ ทดแทนโรงไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์ที่ผาบ่อง ที่มี ขนาด0.5เมกะวัตต์ เดิม เนื่องจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์เดิมเสื่อมประสิทธิภาพลงเนื่องจากมีการใช้งานมานานแล้ว    การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ 

ส่วนด้านการควบคุมไฟฟ้า จะมีการติดตั้งระบบการจัดการพลังงานขนาดเล็ก  การติดตั้งระบบสื่อสารและสารสนเทศ  การติดตั้งระบบวิเคราะห์ความสามารถในการทำงานของ Micro-EMS ด้วยระบบทดสอบจากระยะไกล     และด้านผู้ใช้ไฟฟ้า จะมีการติดตั้งป้ายอัจฉริยะ  การจัดซื้อรถบัสไฟฟ้าและการติดตั้งสถานีอัดประจุ การติดตั้งระบบการจัดการพลังงานในอาคาร    รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เรื่องของระบบสมาร์ทกริดให้กับชุมชน   

กฟผ.ตั้งเป้าหมายความสำเร็จของโครงการสมาร์ทกริด ซึ่งน่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จในปี2561 เอาไว้ ว่าจะช่วยให้อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนมีความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและสามารถรองรับภัยพิบัติทางธรรมชาติได้  รวมทั้งพัฒนาให้แม่ฮ่องสอนกลายเป็นต้นแบบจังหวัดสีเขียว เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต  และเป็นต้นแบบการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคอาเซียน

ผู้แทนจากกฟผ.ระบุด้วยว่า  แนวโน้มเทคโนโลยีแบตเตอรี่ และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ ที่มีราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจจะทำให้วงเงินลงทุนการพัฒนาโครงการนำร่องสมาร์ทกริด ที่อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน  ต่ำกว่าตัวเลขลงทุนที่ขออนุมัติเอาไว้ คือประมาณ720 ล้านบาท

ก็ต้องติดตามดูความคืบหน้าโครงการว่า กฟผ.จะทำได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

 

โรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ผาบ่อง ของกฟผ.

 

โครงข่ายระบบสายส่งที่มีในปัจจุบัน

กลับสู่บทความทั้งหมด