บทความที่เกี่ยวข้อง

IES รุกธุรกิจใหม่ ติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปครบวงจร

IES เดินหน้าพลังงานสะอาด รุกธุรกิจใหม่ให้บริการติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปแบบครบวงจร พร้อมข้อเสนอทางเลือกให้ลูกค้าไม่ต้องลงทุนเอง ล่าสุดเซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับแรกกับเคอรี่สยามซีพอร์ตแล้ว

นายสมบูรณ์ เลิศสุวรรณโรจน์ Executive Vice President, Business Development บริษัท อิมแพค อิเลคตรอนส์ สยาม จำกัด (IES) ซึ่งมีโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่พัฒนาเสร็จแล้ว และโครงการที่กำลังดำเนินการพัฒนาอยู่มากกว่า 180 เมกะวัตต์ ทั้งในไทยและญี่ปุ่น เปิดเผยว่าบริษัทฯ ได้พัฒนาธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อบริษัท อิมแพค โซล่าร์ จำกัด (Impact Solar) ให้บริการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา หรือ โซล่าร์รูฟท็อป แบบครบวงจร เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าให้แก่องค์กรและผู้ประกอบการ โดยบริการครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ดูแลรักษา ตลอดจนถึงการจัดการด้านการเงินและการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการติดตั้ง

ทั้งนี้ องค์กรหรือผู้ประกอบการที่ต้องการติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปกับ Impact Solar สามารถเลือกดำเนินการตามแพคเกจที่นำเสนอ ได้แก่ แพคเกจ Solar PPA (Power Purchase Agreement) ซึ่งผู้ประกอบการไม่ต้องใช้เงินลงทุนเอง แต่ยังได้รับประโยชน์จากการจ่ายค่าไฟฟ้าตามปริมาณที่ใช้จริงให้แก่ Impact Solar ในอัตราที่การันตีว่าต่ำกว่าอัตราค่าไฟของรัฐตลอดอายุสัญญา และจะได้เป็นเจ้าของระบบโซล่าร์รูฟท็อปที่ติดตั้งไว้ทันทีเมื่อครบกำหนดสัญญา หรือ แพคเกจ Solar Sale ที่ผู้ประกอบการเป็นผู้ลงทุน โดยมี Impact Solar ดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบติดตั้ง การขอใบอนุญาตฯ การจัดหาประกันฯ รวมถึงการจัดหาสินเชื่อระยะยาวจากธนาคารในประเทศให้ด้วย ซึ่งผู้ประกอบการสามารถลดรายจ่ายค่าไฟฟ้าด้วยการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองด้วยโซล่าร์ที่ไม่มีต้นทุนค่าเชื้อเพลิง ทดแทนการซื้อไฟฟ้าจากรัฐฯ โดยกรรมสิทธิ์ในระบบโซล่าร์รูฟท็อปในแพคเกจนี้เป็นของผู้ประกอบการเอง โดย Impact Solar จะไม่คิดค่าดำเนินการและบำรุงรักษาระบบในช่วง 2 ปีแรก นอกจากนั้น ผู้ประกอบการยังจะได้รับประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อีกด้วย 

                                                 

 

“ตัวอย่างการติดตั้งระบบโซล่าร์รูฟท็อป ที่กำลังการติดตั้ง 0.5 เมกะวัตต์ ผู้ประกอบการที่เลือกข้อเสนอแบบ Solar PPA คือไม่ต้องใช้เงินลงทุนเอง จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้เฉลี่ยราว 12-15 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา ส่วนผู้ประกอบการที่เลือก  Solar Sale สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึงเฉลี่ยปีละ 5 ล้านบาท หรือสูงถึง 125 ล้านบาทในระยะเวลา 25 ปี ซึ่งถ้ามีกำลังการติดตั้งมากขึ้น ก็จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้มากขึ้น” นายสมบูรณ์กล่าว และชี้แจงว่าการคำนวณค่าไฟฟ้าที่ลดลงจากการติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปของ Impact Solar อ้างอิงจากค่าไฟฟ้าของรัฐในปัจจุบันและคาดการณ์ค่าไฟรัฐจะเติบโตขึ้นตามนโยบายของรัฐ

นายสมบูรณ์กล่าวด้วยว่า ผู้ประกอบการหรือหน่วยงานที่สนใจ สามารถลองคำนวณค่าไฟที่จะประหยัดได้จากการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป ด้วยการเข้าไปใช้แอพพลิเคชั่นอย่างง่าย บนเว็บไซต์ของบริษัท www.impactsolar.co.th โดยเพียงแต่ระบุอัตราค่าไฟฟ้ารายเดือน ชั่วโมงทำงานและพื้นที่หลังคาของสถานประกอบการที่จะติดตั้ง ซึ่งระบบจะคำนวณให้ได้ว่าจะสามารถประหยัดรายจ่ายค่าไฟฟ้ารายเดือนได้เฉลี่ยเดือนละเท่าไหร่ และรวมตลอดระยะเวลาสัญญา 25 ปีจะประหยัดได้เท่าไร และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปริมาณกี่ตันต่อปี รวมถึงแนะนำกำลังการผลิตติดตั้งที่เหมาะสม และในกรณีหากเลือกดำเนินการแบบแพคเกจ Solar Sale จะสามารถทราบต้นทุนการติดตั้งและค่าใช้จ่ายรายปีในการดำเนินการและบำรุงรักษาระบบ

                                    

 

“ธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปครบวงจรของเรา เป็นโครงการที่สนับสนุนนโยบายโซลาร์รูฟท็อปเสรีของกระทรวงพลังงาน โดยผู้ประกอบการที่สนใจอยากเข้าร่วมโครงการดังกล่าวของรัฐ สามารถมาปรึกษาหารือเราได้ในเรื่องการติดตั้งและอื่นๆ ทั้งนี้ เราสามารถนำโครงการที่ทำร่วมกันเข้าร่วมกับโครงการของรัฐได้” นายสมบูรณ์กล่าว

ที่ผ่านมา Impact Solar ได้ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Solar PPA ฉบับแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมากับ บริษัท เคอรี่ สยามซีพอร์ต จำกัด (KSSP) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เคอรี่ โลจิสติคส์ เน็ทเวอร์ค ที่ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจรในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงตั้งแต่บริการท่าเทียบเรือขนถ่ายสินค้าสำหรับเรือเดินสมุทร บริการคลังสินค้า และบริการการขนส่งสินค้าอย่างครบวงจร และล่าสุดนี้ได้ลงนามสัญญาอีกหนึ่งฉบับกับ บริษัท เจเอเอส เอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ Impact Solar จะดำเนินการติดตั้งระบบโซล่าร์รูฟท็อป กำลังการผลิตรวมทั้งสองที่ประมาณ 1000 กิโลวัตต์ บนหลังคาคลังสินค้าของ KSSP ที่ อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี และ แจส เออเบิร์น ศรีนครินทร์ (Jas Urban Srinakarin) ช้อปปิ้งมอลล์แห่งใหม่ใจกลางย่านศรีนครินทร์ และจะผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายในราคาที่ถูกกว่าค่าไฟของรัฐตลอดอายุสัญญา 25 ปี

“ขณะนี้ เรากำลังเจรจากับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพอีกหลายราย ซึ่งเชื่อมั่นว่า ผู้ประกอบการและองค์กรต่างๆ เห็นความสำคัญของการลดค่าไฟฟ้า และยังได้พัฒนาพลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืนในอนาคต” นายสมบูรณ์กล่าว

นายสมบูรณ์กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัท อิมแพค อิเลคตรอนส์ สยาม มีประสบการณ์ด้านการลงทุนและพัฒนาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์มาต่อเนื่องกว่า 8 ปี ทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น และมีการร่วมมือกันกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าการดำเนินงานของบริษัทได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับจากสถาบันต่างๆระดับโลก

“เรามีความมั่นใจว่าการติดตั้งโซล่าร์รูฟท็อปนั้นมาถึงจุดที่สามารถแข่งขันกับราคาค่าไฟฟ้าปัจจุบันได้อย่างน่าสนใจแล้ว อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการหลายท่านมีความกังวลใจในด้านเทคนิคหรือด้านการบำรุงรักษา ตลอดจนความเสี่ยงในการลงทุน ซึ่งข้อเสนอแบบแรก Solar PPA ของเราสามารถตอบโจทย์ข้างต้นได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งเรายังมีพาร์ทเนอร์ที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีด้านพลังงานแสงอาทิตย์มาช่วยในการดูแลติดตั้ง รวมถึงการบำรุงรักษา ตลอดทั้งการสนับสนุนจากธนาคารชั้นนำทั้ง ในและนอกประเทศในด้านการเงินอีกด้วย” นายสมบรูณ์กล่าว 

กลับสู่บทความทั้งหมด