บทความที่เกี่ยวข้อง

เปิดใจ สุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ก่อนอำลาตำแหน่งผู้ว่าการกฟผ.มิ.ย.นี้

เปิดใจ สุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ก่อนอำลาตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ.มิ.ย.นี้ ฝากผู้ว่าการคนใหม่ ดูแลต้นทุนค่าไฟฟ้า สร้างการยอมรับในสังคม.สานต่อโรงไฟฟ้ากระบี่ เทพา ให้สำเร็จ

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน  นับถอยหลังอีกแค่เดือนมิถุนายน 2559 นี้ ตำแหน่ง ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ก็จะต้องเปลี่ยนมือ จาก นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์  ผู้ว่าการ กฟผ.คนที่ 12 ไปให้ผู้ว่าการกฟผ.คนที่13 ที่กำลังอยู่ในระหว่างการสรรหา  เนื่องจากเกษียณอายุ ครบ60ปี   มาลองไล่เลียงดูว่าตลอดระยะเวลา3ปีในการดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าการกฟผ.คนนี้ เปิดใจตอบคำถามสื่อมวลชน เมื่อวันที่22 เมษายน 2559 เอาไว้ว่าอย่างไร 

 

คิดว่ามีเรื่องสำคัญใดบ้างที่ดำเนินการจนประสบความสำเร็จและถือเป็นผลงานในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กฟผ.?

  ตอบ     ตลอด 3 ปีของการเป็นผู้ว่า กฟผ. มีงานที่ถือว่าประสบความสำเร็จคือ การปรับปรุงโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ 4-7 ที่ต้องปลดระวาง เนื่องจากใช้งานมานานกว่า47ปี โดยการปรับปรุงครั้งนี้ทำให้เห็นว่าโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิงนั้น มีประสิทธิภาพดี ไม่ก่อให้เกิดมลพิษกับสิ่งแวดล้อม  และสามารถขอคาร์บอนเครดิตได้ด้วย 

นอกจากนี้ยังสามารถสร้างและขยายสายส่งไฟฟ้าเป็นจำนวนมากหลายโครงการ โดยเฉพาะการสร้างสายส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าหงสา ของ สปป.ลาว ทั้งนี้คาดว่าปี 2566 นี้ระบบสายส่งไฟฟ้าจะสามารถรองรับปริมาณไฟฟ้าตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว 21 ปี(พ.ศ. 2558-2579) หรือ PDP 2015 ได้ทั้งหมด

รวมถึง การจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่1 เพื่อระดมทุน 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมีระดับราคาตลาดที่เพิ่มขึ้นจากเดิม 10 บาทเป็น 11 บาทต่อหน่วยลงทุน ทั้งนี้ กฟผ.กำลังศึกษาดูความเหมาะสมด้วยว่าจะมีการตั้งกองทุนรวมฯ สำหรับโรงไฟฟ้าพระนครเหนือชุดที่2 อีกหนึ่งกองทุนหรือไม่

มีงานไหนที่พยายามผลักดันแต่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย?

  ตอบ      งานที่มีความสำคัญและถือว่าล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้มามากกว่า1ปีแล้ว  คือการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ซึ่งเดิมคาดว่าคาดว่าจะได้วางศิลาฤกษ์ในช่วงที่ดำรงตำแน่งผู้ว่ากฟผ. แต่ก็ต้องมาสะดุด เพราะถูกต่อต้านจากเอ็นจีโอและประชาชนในพื้นที่บางกลุ่ม    โดยความคืบหน้าจนถึงปัจจุบัน  ได้มีการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA ) และรายงานผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม(EHIA) เสร็จแล้ว รวมถึงยังอยู่ในกระบวนการที่คณะกรรมการไตรภาคีพิจารณาโรงไฟฟ้ากระบี่กำลังศึกษาและพิจราณาร่วมกันว่าควรจะสรุปทิศทางการดำเนินงานโรงไฟฟ้ากระบี่อย่างไร ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในเดือนส.ค.-ก.ย. นี้

อย่างไรก็ตามแม้จะยังสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ไม่เสร็จ แต่ที่ผ่านมาสามารถสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้เข้าใจได้พอสมควรแล้ว ซึ่ง กฟผ.ยืนยันว่าได้รับฟังความเห็นและพร้อมปฏิบัติตามข้อกังวลใจของประชาชนในพื้นที่อย่างเหมาะสมแล้ว   ในส่วนของบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างที่ชนะการประมูลนั้น ในข้อตกลงราคาจะหมดสัญญากันภายในสิ้นปีนี้  ซึ่งหากผู้รับเหมาสามารถที่จะยืนราคาเดิมได้ ก็จะมีการขยายระยะเวลาสัญญาออกไป  แต่หากไม่สามารถที่จะยืนราคาได้ ก็จะต้องประมูลหาผู้รับเหมากันใหม่

นอกจากนี้ยังมีงานในส่วนที่ค้างอยู่คือ การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา อยู่ระหว่างการจัด EIA ฉบับสมบูรณ์ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมพิจารณาต่อไป   รวมถึงโรงไฟฟ้าพระนครใต้เพื่อทดแทนหน่วยผลิตเดิมที่จะต้องปลดระวาง ขณะนี้อยู่ระหว่างการขออนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งได้จัดทำทำ (EIA)เสร็จแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการจัดประกวดราคาก่อสร้าง คาดว่าจะได้ทราบรายชื่อผู้รับเหมาก่อสร้างเร็วๆนี้ 

มองสถานการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศเป็นอย่างไร?

 ตอบ   ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นบทบาทของกฟผ.ที่จะต้องจัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการ  สำหรับในปีนี้  กฟผ.ประเมินว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเติบโต 4% โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด(พีค) เป็นประวัติการณ์จะยังมีโอกาสเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงต้นเดือนพ.ค.นี้ ที่คาดว่าสภาพอากาศจะร้อนจัดอีกรอบ หลังจากที่เกิดพีคไปแล้ว เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 14.17 น. ที่ระดับ 28,351.7  เมกะวัตต์ ด้วยอุณหภูมิ 36.6 องศาเซลเซียส ซึ่งตามที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานคาดการณ์ไว้ พีคปีนี้จะอยู่ที่ 29,000 เมกะวัตต์  แต่กฟผ.ก็มั่นใจว่า สามารถผลิตไฟฟ้าได้เพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้า เนื่องจากมีกำลังผลิตติดตั้งอยู่ที่ 34,000 เมกะวัตต์

 

มีอะไรที่จะฝากถึงผู้ว่า กฟผ.คนต่อไป?

    ตอบ ตามแผนยุทธศาสตร์ กฟผ.ต้องการเปรียบเทียบผู้ผลิตไฟฟ้าทั่วโลก ซึ่งผลการจัดอันดับผู้ผลิตไฟฟ้าทั่วโลกนั้น  กฟผ.ก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร ในการสร้างความมั่นคงไฟฟ้าประเทศ ซึ่งถ้าสร้างโรงไฟฟ้าให้ดี ต้นทุนค่าไฟฟ้าก็จะถูกลง ซึ่งใครจะเข้ามาเป็นผู้ว่า กฟผ.ก็ต้องดูแลต่อไป

นอกจากนี้อยากให้ผู้ว่าคนต่อไปดูแลสังคมให้เกิดการยอมรับในตัว กฟผ. ที่ดำเนินกิจการมาครบรอบ 47 ปี ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำกิจกรรมเพื่อสังคมมาต่อเนื่อง ก็อยากให้มีการต่อยอดต่อไป และมุ่งเน้นการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ซึ่งผู้ว่า กฟผ.คนใหม่ควรยึดมั่น 

สำหรับประเด็นเรื่องของการทำธุรกิจจัดหา แอลเอ็นจีมาใช้ในโรงไฟฟ้าเองโดยไม่ต้องซื้อจากปตท.นั้น  กฟผ.มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการ สร้างคลังแอลเอ็นจีลอยน้ำ ว่าจะมีต้นทุนที่ถูกกว่า การซื้อผ่านปตท.หรือไม่  ซึ่งถ้ามีต้นทุนต่ำกว่า ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของกระทรวงพลังงาน ว่าอยากจะให้กฟผ.นำเข้าแอลเอ็นจีมาใช้เองหรือไม่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันในธุรกิจแอลเอ็นจี  และช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนได้ แต่ถ้าผลการศึกษาบอกว่า กฟผ.นำเข้าเองแล้วแพงกว่าซือจากปตท. ก็คงต้องเลิกโครงการดังกล่าว  ซึ่งเรื่องนี้ ผู้ว่าการกฟผ.คงใหม่ก็คงจะต้องมาช่วยดู เพราะเป็นทิศทางในอนาคตของกฟผ.

กฟผ.ถือเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจด้านไฟฟ้าที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงไฟฟ้าของประเทศ  ตำแหน่งผู้ว่าการกฟผ.จึงเป็นตำแหน่งที่สังคมให้ความสนใจ  โดยผลงานในช่วง3ปีที่ผ่านมาของนายสุนชัย ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า แต่ละโครงการทั้งโรงไฟฟ้าและระบบสายส่ง ที่พยายามผลักดันนั้นมีความยากลำบาก เพราะเกี่ยวข้องกันกับหลายภาคส่วนและต้องได้รับความเห็นชอบจากภาคประชาสังคม

 ในวันที่ 25 เม.ย. นี้ คณะกรรมการสรรหาผู้ว่า กฟผ.คนใหม่ จะเปิดให้ผู้สมัครชิงตำแหน่งแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งทั้ง 5 คน ล้วนเป็นผู้บริหารของ กฟผ.ระดับรองผู้ว่าการ  ประกอบด้วย1.นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. 2.นายกรศิษฎ์ ภัคโชตานนท์ รองผู้ว่าการผลิตไฟฟ้า กฟผ. 3.นายถาวร งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. 4.นายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการบริหาร กฟผ. และ 5. นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ รองผู้ว่าการนโยบายและแผน กฟผ.    โดยคาดว่าจะเสนอรายชื่อให้บอร์ด กฟผ.พิจารณาได้ภายในเดือน พ.ค.2559 นี้

ต้องติดตามดูว่า ใครจะเป็นผู้ว่ากฟผ.คนที่13ที่จะมารับงานร้อนขับเคลื่อนเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งกระบี่ และเทพา ฝ่ากระแสต้านของเครือข่ายเอ็นจีโอ ให้สำเร็จ 

กลับสู่บทความทั้งหมด