บทความที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการชี้นิวเคลียร์ตอบโจทย์สังคมคาร์บอนต่ำ

                    เปิดฉากขึ้นแล้วกับการประชุมและนิทรรศการนานาชาติพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย 2559 (SETA 2016) เมื่อวันที่ 23-25 มี.ค. 2559 งานแรกในประเทศไทยที่จัดโดยภาคเอกชนภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงพลังงาน  กระทรวงคมนาคม และกระทรวงวิทยศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งนอกจากจะมีการจัดแสดงเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตในบูธต่างๆแล้ว ยังมีการประชุมเชิงวิชาการในหลากหลายแง่มุมด้านพลังงาน  และหนึ่งในไฮไลท์ของการประชุมคือ เรื่องของทิศทางการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในอนาคต โดยมีบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง CGN  ผู้ลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รายใหญ่ของโลกเขาร่วมออกบูธแสดงเทคโนโลยีในงานนี้ด้วย

               นายธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ของประเทศไทย กล่าวกับ Energy News Center  ว่า ประเทศไทยได้บรรจุแผนผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ไว้ 2,000 เมกะวัตต์ ในช่วงปลายแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว 21 ปี พ.ศ. 2558-2579 หรือ พีดีพี 2015 ซึ่งเชื่อว่าไทยหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  หากสังคมโลกยังคำนึงถึงการสร้างโรงไฟฟ้าคาร์บอนต่ำ เนื่องจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าได้เสถียร ต่อเนื่อง ต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าโรงไฟฟ้าประเภทอื่นๆ

               ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี โดยในปีนี้มีการประเมินว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ที่ 29,018เมกะวัตต์ สูงกว่าพีคไฟฟ้าเมื่อปี2558  อยู่ที่ ประมาณ27,346 เมกะวัตต์  หรือเพิ่มขึ้น1,672 เมกะวัตต์   ทำให้คาดการณ์ว่า หากความต้องการใช้ไฟฟ้ายังเติบโตต่อเนื่องในอัตราเดียวกันนี้  พีคไฟฟ้าในอีก20ปีข้างหน้าจะสูงกว่า50,000เมกะวัตต์    ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมที่จะสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ให้เพียงพอต่อความต้องการ  ซึ่งรัฐบาลจะต้องตัดสินใจล่วงหน้าว่าควรสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยหรือไม่  เพราะขั้นตอนและกระบวนการก่อสร้างไปจนถึงการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ ต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10-15 ปี  

“ส่วนตัวเห็นว่ารัฐบาลต้องกล้าตัดสินใจ จะรอให้ทุกคนเห็นชอบเป็นไปไม่ได้ ดูตัวอย่างจากประเทศฝรั่งเศสในช่วงที่ตัดสินใจจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นก็ มีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่รัฐบาลต้องเป็นผู้ตัดสินให้ชัดเจนว่าจะเดินทางไหน”นายธวัชชัย กล่าว

                ทั้งนี้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยุคปัจจุบันเข้าสู่เจนเนอเรชั่น3+ ซึ่งมีความปลอดภัยมากที่สุด โดยดูได้จากเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นล่าสุด HPR 1000 ของบริษัท CGN ของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รายใหญ่ของโลก ที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีให้น้ำไม่สัมผัสกับเชื้อเพลิงกัมมันตภาพรังสีเหมือนรุ่นก่อนๆ และไอน้ำที่ได้จะไม่มีการปนเปื้อนสารกัมมันภาพรังสี เพื่อนำไปใช้ปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และมีแนวป้องกันหลายชั้น โดยที่ CGN นำมาจัดโชว์ในงานเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดกำลังผลิตประมาณ 2,000 เมกะวัตต์ ต้นทุนอยู่ประมาณ 2 แสนล้านบาท   โดยประเทศอังกฤษได้นำไปติดตั้งแล้วอยู่กลางเมืองใหญ่ ซึ่งถือว่าปลอดภัยสูง ขณะที่ประเทศเวียดนามก็กำลังจะดำเนินการก่อสร้าง 2 โรง จากทั้งหมด 10 โรง

               ล่าสุด CGN ยังได้ผลิตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบลอยน้ำ ขนาดกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบ ซึ่งคาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้าจะสามารถนำมาใช้ได้จริง โดยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กดังกล่าวน่าจะเหมาะกับพื้นที่ที่ติดทะเล เช่น บนเกาะต่างๆ ซึ่งสะดวกในการใช้ไฟฟ้ามากกว่าติดตั้งบนพื้นดิน

                อย่างไรก็ตามเชื่อว่าคนไทยไม่ได้กลัวเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แต่กลัวเรื่องของการทุจริตในการก่อสร้างรวมถึงการบริหารงานของบุคลากร ซึ่งจะเป็นจุดให้เกิดอุบัติเหตุกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ ซึ่งเห็นว่าเป็นจุดที่ไทยจะต้องให้ความสำคัญมากขึ้น หากต้องการจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทย นอกจากนี้ทบวงพลังงานสากล(IEA) ยังกำหนดให้ทุกประเทศที่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ใหม่จะต้องมีแนวกำแพงป้องกันคลื่นสูง 20-30 เมตร ดังนั้นยิ่งทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีความปลอดภัยสูงยิ่งขึ้น

                นายธวัชชัย กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ความมั่นคงไฟฟ้าของไทยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ดังนั้นแม้ไทยจะสร้างหรือไม่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็ตาม ก็ต้องเร่งกระจายเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าให้อยู่ระดับที่เหมาะสม และในอนาคตไม่ควรมีโรงไฟฟ้าชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป โดยเฉพาะโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แม้จะทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลง ก็ไม่ควรมีแต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ควรกระจายความเสี่ยงไปเชื้อเพลิงชนิดอื่นอย่างเท่าเทียมกัน เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่นที่มีโรงไฟฟ้าถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ พลังงานทดแทนและนิวเคลียร์ในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน ซึ่งถือว่ามีความมั่นคงสูงสุด

กลับสู่บทความทั้งหมด