บทความที่เกี่ยวข้อง

รัฐต้องกำชับผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมปฏิบัติตามกฏหมายคุ้มครองแรงงาน

แนวโน้มการเลิกจ้างพนักงานในอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในปีนี้   ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติและกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ต้องกำชับผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมปฏิบัติตามกฏหมายคุ้มครองแรงงานอย่างเคร่งครัด 
 
ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง เริ่มปรากฏผลชัดต่อธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศไทย  โดยหลายบริษัทมีการปรับแผน ทั้งปรับลดต้นทุน  ชะลอการลงทุนในแหล่งผลิตที่มีต้นทุนสูงออกไป รวมไปถึงการปรับลดพนักงานในองค์กร   ซึ่งในกรณีหลัง เริ่มมีประเด็นร้องเรียนไปยัง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources ) ของบริษัทต่างชาติขนาดกลางที่ลงทุนในแหล่งผลิตน้ำมันดิบบางแหล่งในอ่าวไทย  มีเจตนาที่จะไม่ปฏิบัติตามกฏหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ของไทย เพื่อต้องการที่จะลดค่าใช้จ่ายให้บริษัท 
 
แหล่งข่าวในวงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ออกมาระบุว่า  บริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบางบริษัท  ใช้จังหวะที่ราคาน้ำมันดิบตกต่ำ ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่  เพื่อเลิกจ้างพนักงานที่ไม่อยู่ภายใต้โครงสร้างใหม่  ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะต้องเข้ามาช่วยดูแล อย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้บริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่เข้ามาลงทุนในประเทศนั้นปฏิบัติตามกฏหมายคุ้มครองแรงงานอย่างเคร่งครัด  
 
โดยสาระสำคัญของกฏหมายคุ้มครองแรงงาน พนักงานที่มีอายุงานทำงาน1ปีจะต้องได้รับเงินชดเชยจากนายจ้างเทียบเท่าเงินเดือน 3เดือน ถ้ามีอายุงาน  3ปีต้องจ่ายในอัตราเทียบเท่าเงินเดือนรวม 6เดือน   อายุงาน 6ปี จะต้องจ่ายเทียบเท่าเงินเดือนรวม 8เดือน  และอายุงาน 10ปี จะต้องจ่ายเทียบเท่าเงินเดือนรวม  10เดือน
 
“มีกรณีที่เกิดขึ้นแล้วว่าพนักงานระดับบริหารในบริษัทสำรวจปิโตรเลียมขนาดกลางแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกเลิกจ้าง มีอายุการทำงาน 1ปี5เดือน และควรจะได้รับเงินชดเชย เทียบเท่าเงินเดือน3เดือนตามกฏหมาย แต่ฝ่ายHR ของบริษัทแห่งนั้น พยายามที่จะปฏิเสธการจ่ายเงินชดเชย  จนผู้บริหารคนดังกล่าว ต้องไปร้องเรียนกับพนักงานตรวจแรงงาน ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  สุดท้ายจึงมีการเจรจาต่อรองกันโดยบริษัทยอมจ่ายเงินชดเชย 2.5เดือน   กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นเจตนาของฝ่ายHR ว่าไม่ต้องการปฏิบัติตามกฏหมายคุ้มครองแรงงาน    ดังนั้น ในแนวโน้มที่การเลิกจ้างพนักงานในอุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จะมีเพิ่มมากขึ้นในปีนี้  ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะที่กำกับดูแลสัมปทานปิโตรเลียม ควรต้องจะประสานความร่วมมือกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กำชับให้บริษัทผู้รับสัมปทานดำเนินการตามกฏหมายคุ้มครองแรงงานอย่างเคร่งครัด"  แหล่งข่าวกล่าว 
 
ก่อนหน้านี้ นายสุริยันต์ อภิรักษ์สัตยากุล รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ  ระบุถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ว่ามีแท่นขุดเจาะน้ำมันหยุดกิจการชั่วคราวไปแล้ว 2 แท่น ได้แก่ แท่นสงขลา C และ G กำลังการผลิตรวม 2,600 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งทั้ง 2 แท่นจะกลับมาเดินเครื่องการผลิตอีกครั้ง เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่ภาพรวมทั้งระบบของอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม มีการปลดแรงงานแล้วรวม 5-6 พันคน เนื่องจากผู้ประกอบการชะลอการขุดเจาะปิโตรเลียมออกไป 
 
แม้ว่านักวิเคราะห์จะมองว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกน่าจะผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว แต่ราคาน้ำมันดิบในปีนี้ก็จะยังไม่อยู่ในระดับที่สูงพอที่อุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จะหยุดแผนการเลิกจ้างพนักงาน-Energy News Center
กลับสู่บทความทั้งหมด