บทความที่เกี่ยวข้อง

พพ.ชู “ทิพย์สุโขทัย ไบโอเอ็นเนอยี่”ต้นแบบ การบริหารจัดการเชื้อเพลิง รับมือภัยแล้งช่วง 1-2 ปีนี้

พพ.ชู “ทิพย์สุโขทัย ไบโอเอ็นเนอยี่”ต้นแบบ การบริหารจัดการเชื้อเพลิง รับมือภัยแล้งช่วง 1-2 ปีนี้ โรงไฟฟ้าชีวมวล เป็นหนึ่งในพลังงานทดแทน ที่ผลิตไฟฟ้าจากเศษวัสดุธรรมชาติเหลือใช้ เช่น แกลบ ชานอ้อย เศษไม้ เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เกิดการนำวัสดุธรรมชาติมาก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับภาคเกษตรกรรม รวมทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงด้านไฟฟ้าจากการพึ่งพาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติมากเกินไปด้วย ทั้งนี้การส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าชีวมวลถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนาไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ หรือ พีดีพี 2015 กำหนดเป้าหมายให้ผลิตพลังงานใน 2 ส่วนคือ 1. ผลิตไฟฟ้าให้ได้ 5,570 เมกะวัตต์ ภายใน 20 ปี หรือในปี พ.ศ. 2579 จากปัจจุบันผลิตอยู่ประมาณ 2,451 เมกะวัตต์ และ 2.ผลิตพลังงานความร้อนจากชีวมวลให้ได้ 22,100 กิโลตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ จากปัจจุบันผลิตได้ 5,184 กิโลตันเทียบเท่านั้นมันดิบ นายกุศล ชีวากร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันภาครัฐให้ความสำคัญกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนและการลดใช้พลังงานเป็นอย่างมาก ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายของกระทรวงพลังงานดังกล่าวได้ จะต้องได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนด้วย เพื่อนำของเสียมาผลิตเป็นไฟฟ้าและความร้อนให้คุ้มประโยชน์ และร่วมมือกันลดใช้พลังงานให้ได้ตามเป้าหมาย 30% ภายในปี 2579 หรือ ลดลง 56,142 กิโลตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ จากปัจจุบันลดได้เพียง 12% ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงมีหลากหลายมาตรการออกมากระตุ้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว หนึ่งในนั้นคือ มาตรการภาคสมัครใจ เปิดประกวดแข่งขันรับรางวัล Thailand Energy Awards และรางวัล ASEAN Energy Awards ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยนอกจากจะเป็นกำลังใจให้กับเอกชน ชุมชน โรงงาน และภาคอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานแล้วยังช่วยต่อยอดให้กับโรงงานสาขาของผู้ได้รับรางวัลให้เข้าร่วมมาตรการประหยัดพลังงานด้วยซึ่งเชื่อว่าในอนาคตจะขยายเป็นวงกว้างและทำให้บรรลุเป้าหมายด้านพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานของประเทศได้ ที่สำคัญช่วยชาติประหยัดพลังงานทำให้ชะลอการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลยังถือได้ว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านการอนุรักษ์พลังงานระดับประเทศ และหากโดดเด่นก็จะได้เข้าไปชิงรางวัลระดับอาเซียนต่อไปสำหรับตัวอย่างของโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ได้รับทั้งรางวัลระดับประเทศ Thailand Energy Awards 2015 และรางวัลระดับนานาชาติ ASEAN Energy Awards 2015 ที่ผ่านมา ประเภทโครงการพลังงานความร้อนร่วมจากพลังงานหมุนเวียน ได้แก่ บริษัท ทิพย์สุโขทัย ไบโอเอนเนอยี่ จำกัด ที่มาเผยเคล็ดลับความสำเร็จจากรางวัลดังกล่าว นายวิธันยา นามลี ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท ทิพย์สุโขทัย ไบโอเอนเนอยี่ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ สร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อย มีกำลังการผลิตติดตั้ง 36 เมกวัตต์ ปัจจุบันส่วนใหญ่ผลิตไฟฟ้าป้อนให้โรงงานน้ำตาล ทิพย์สุโขทัย ซึ่งเป็นบริษัทในเครือจำวน 13 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าใช้เองในโรงไฟฟ้า 4 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าสำหรับใช้ในโรงงานในเครือที่ผลิตปุ๋ย 0.5 เมกะวัตต์ และ อีก 8 เมกะวัตต์ ผลิตเพื่อจำหน่ายให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) อย่างไรก็ตามในอนาคตมีแผนจะผลิตเพื่ออีก 8 เมกะวัตต์เพื่อขายให้ PEA เพิ่ม กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้บริษัทฯ ได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับนานาชาติที่ผ่านมานั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการทีดี และดำเนินการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง ทั้งนี้บริษัทแม่ดำเนินธุรกิจด้านการผลิตน้ำตาลจากอ้อย ทำให้มีชานอ้อยเหลือเป็นจำนวนมาก จึงนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ป้อนให้กับโรงงานน้ำตาลเอง และใช้โรงงานในเครือ และบางส่วนขายเข้าระบบ PEA อย่างไรก็ตามชานอ้อยที่มีจำนวนมาก ต้องใช้รถแท็กเตอร์ดันชานอ้อยเป็นกองเพื่อเตรียมป้อนเข้าโรงไฟฟ้า ซึ่งกระบวนการนี้นับว่ามีการใช้พลังงานมาก เพราะรถดันชานอ้อยใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงประมาณ 1,500 ลิตรต่อวัน ซึ่งต้องจ่ายค่าน้ำมันประมาณ 4.5 ล้านบาทต่อปี ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้บริหารจัดการใหม่ จากเดิมดันชานอ้อยเป็นกองใหญ่เพียง 1 กอง ก็จะกระจายเป็นหลายกองที่มีขนาดเล็กลงและให้อยู่ใกล้สายพานมากที่สุด ทำให้สามารถประหยัดการใช้น้ำมันดีเซลลงเหลือ 600 ลิตรต่อวัน หรือ จ่ายค่าดีเซลเพียง 1.5 แสนบาทต่อปี นอกจากนี้น้ำร้อนที่อยู่ในถังเก็บน้ำร้อน เพื่อป้อนใส่บอยเลอร์ผลิตไอน้ำนั้น แต่เดิมเป็นถังเปลือย เก็บความร้อนได้ไม่นาน ดังนั้นจึงคิดค้นนำฉนวนมาหุ้มเพื่อให้อุณหภูมิของน้ำคงที่ ช่วยลดความสูญเสียความร้อนไปได้ รวมทั้งยังได้ส่งเสริมให้พนักงานตระหนักร่วมกันประหยัดไฟฟ้าด้วยการตรวจสอบมอร์เตอร์ที่ไม่ได้ใช้ก็ให้หยุดทำงาน และแสงสว่างก็ใช้เทคโนโลยีโฟโต้เซลล์มาช่วย ซึ่งบริษัทฯจะมีการทำงานในตอนกลางคืน ดังนั้นไฟแสงสว่างจะเปิดในตอนกลางคืนและปิดในตอนกลางวันแบบอัตโนมัติ แต่หากใช้เฉพาะจุดจะมีสวิตซ์ไฟฟ้าแบบกระตุกเปิดเฉพาะจุดได้ตามความต้องการใช้งาน ซึ่งช่วยป้องกันการลืมปิดไฟฟ้าได้ ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวช่วยให้บริษัทประหยัดเงินค่าพลังงานลงได้สูง และนำมาซึ่งรางวัลดังกล่าวด้วย สำหรับการผลิตไฟฟ้าชีวมวลเพื่อจำหน่ายให้การไฟฟ้านั้น โดยภาพรวมทั้งประเทศอาจประสบปัญหาใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ เนื่องจากปัญหาภัยแล้งจะทำให้การเพาะปลูกได้ผลผลิตน้อยลง และทำให้วัสดุทางธรรมชาติสำหรับผลิตไฟฟ้ามีน้อยตามไปด้วย โดยเฉพาะชานอ้อยในปี 2559 นี้อาจเหลือน้อยลงมากอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ทำสัญญาขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าแบบรับประกันว่าจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตามสัญญา(Firm)นั้น อาจประสบปัญหาได้ เพราะขาดแคลนเชื้อเพลิง ทั้งแกลบ ชานอ้อย เศษวัสดุเหลือใช้จากเกษตรกรรรมต่างๆ เป็นต้น ซึ่งผู้ผลิตไฟฟ้าชีวมวลอาจต้องแก้ปัญหาโดยการหาซื้อวัสถุดิบจากที่อื่นมาใช้แทนเพื่อให้เป็นไปตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า แต่ในส่วนของบริษัท ทิพย์สุโขทัย ไบโอเอนยี่ นั้น ทำสัญญาขายไฟฟ้ากับ PEA แบบไม่รับประกันการขายไฟฟ้าเข้าระบบ(Non Firm) หรือแบบไม่กำหนดตายตัวในการขาย คือ ถ้าผลิตไม่ได้ก็สามารถหยุดขายได้ ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่อบริษัทมากนักในปีนี้ นอกจากนี้บริษัทฯยังเหลือชานอ้อยที่ผลิตไว้มากในปีที่ผ่านมา 4 หมื่นตัน ซึ่งสามารถนำมารวมใช้ในปี 2559 ได้ แต่หากยังแล้งต่อไปอีกในปี 2560 บริษัทฯคาดว่าชานอ้อยจะไม่เพียงพอ ซึ่งอาจต้องแก้ปัญหาโดยหาซื้อจากเกษตรกรรายอื่นๆ เพิ่มเช่นกัน ดังนั้นใน 1-2 ปีนี้คงต้องจับตาโรงไฟฟ้าชีวมวลว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะภัยแล้งมากน้อยแค่ไหน และจะมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบต่อการผลิตไฟฟ้าของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามโรงไฟฟ้าชีวมวลก็ยังนับว่าเป็นโรงไฟฟ้าที่ช่วยนำเศษเหลือทิ้งตามธรรมชาติมาก่อให้เกิดประโยชน์และสร้างความสมดุลในการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งภาครัฐอาจต้องพิจารณาแผนงานตามความเหมาะสมของเชื้อเพลิงในอนาคตต่อไปด้วย

กลับสู่บทความทั้งหมด