บทความที่เกี่ยวข้อง

เชฟรอนฯนำร่องรื้อถอนส่วนบนของ4แท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมเดือนพ.ย.นี้

เชฟรอนฯ นำร่องรื้อถอนส่วนบนของแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม 4 แท่น ประกอบด้วย แท่นหลุมผลิตยะลาเอ (YAWA) แท่นหลุมผลิตจักรวาลบี (JKWB) แท่นหลุมผลิตฟูนานเอ็ม (FUWM) และแท่นหลุมผลิตฟูนานแอล (FUWL) ซึ่ง ไม่มีสมรรถนะเชิงพาณิชย์ ไปกำจัดบนฝั่งเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในเดือนพ.ย.2560 นี้  โดยระบุขั้นตอนชัดเจน ตั้งแต่การตัดแท่น การยก การขนส่ง และทำความสะอาด ที่เน้นความปลอดภัย และไม่มีสารปนเปื้อน  
 
เมื่อเร็วๆนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ร่วมกับ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ได้จัดกิจกรรมสัมมนารับฟังความคิดเห็น “โครงการศึกษาการนำส่วนบนของแท่นหลุมผลิตไปกำจัดบนฝั่ง” มีนายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธาน ภายในงานมีส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดชลบุรี และผู้มีส่วนได้เสียจากภาคส่วนต่างๆ ตลอดจนผู้แทนจากบริษัท เชฟรอนฯ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น
 
สำหรับการดำเนินกิจกรรมการรื้อถอนแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม นั้นยังไม่เคยมีการดำเนินการมาก่อนในประเทศไทย  กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการประกอบกิจการปิโตรเลียมของประเทศ จึงให้มีโครงการศึกษาการนำส่วนบนของแท่นหลุมผลิตไปกำจัดบนฝั่ง โดยมอบหมายให้บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ซึ่งมีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการดำเนินงานรื้อถอนในภูมิภาคอื่นๆ มาก่อน เป็นผู้ดำเนินโครงการนำร่อง เพื่อศึกษาเทคนิคการจัดการที่มีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของประเทศ รวมทั้งประเมิน และพัฒนาขีดความสามารถด้านการรื้อถอนของผู้ประกอบการไทย ตลอดจนเป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำขั้นตอนในการปฏิบัติงานสำหรับการจัดการกับแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมในอนาคต
 
ทั้งนี้ในการนำร่อง รื้อถอน ส่วนบนของแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมในทะเลที่โครงการฯ ได้พิจารณาเลือกมี 4 แห่ง  ประกอบด้วย แท่นหลุมผลิตยะลาเอ (YAWA) แท่นหลุมผลิตจักรวาลบี (JKWB) แท่นหลุมผลิตฟูนานเอ็ม (FUWM) และแท่นหลุมผลิตฟูนานแอล (FUWL) ซึ่งได้หยุดการผลิตเนื่องจากหลุมผลิตทั้งหมดได้ผลิตจนหมดปริมาณสำรอง ไม่มีสมรรถนะเชิงพาณิชย์ของการเจาะหลุมผลิตเพิ่มเติม และไม่มีแผนการใช้งานในอนาคต โดยเมื่อการดำเนินงานแล้วเสร็จ บริษัท เชฟรอนฯ จะได้จัดทำรายงานการสิ้นสุดโครงการ และนำเสนอกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติต่อไป
 
นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี 
 
นายชายชาญ  เอี่ยมเจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี  กล่าวว่า จังหวัดชลบุรีมีพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมโดยเป็นที่ตั้งของพื้นที่ก่อสร้างส่วนประกอบของแท่นที่ใช้ในอ่าวไทย รวมทั้งเป็นฐานสนับสนุนบนฝั่งในระหว่างการสำรวจและผลิต รวมถึงอาจใช้เป็นพื้นที่ในการรองรับและจัดการวัสดุที่รื้อถอนขึ้นมาจากอ่าวไทยอีกด้วย การประชุมรับฟังความคิดเห็นในวันนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดี ที่ทุกท่านจะได้รับทราบรายละเอียดโครงการและข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปพร้อมกัน เช่น ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและมาตรการต่างๆ ที่ได้เตรียมการไว้รองรับผลกระทบในประเด็นที่สำคัญ
 
ดังนั้น หากผู้เข้าร่วมสัมมนามีความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะใดๆ ก็ขอให้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะได้นำข้อคิดเห็นที่ได้รับในครั้งนี้ ไปพิจารณาปรับปรุงแผนและขั้นตอนการดำเนินงานของโครงการด้านสิ่งแวดล้อมจากการรื้อถอนให้มีความครบถ้วน สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และเป็นการร่วมกันพัฒนาประเทศไทยไปในทิศทางที่ถูกต้อง โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกภาคส่วน
 
นายอรรถพล  อ่างคำ ผู้อำนวยการกองความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า การผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยประกอบด้วยแท่นหลุมผลิต ซึ่งการจัดกิจกรรมการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้เป็นการศึกษานำส่วนบนของแท่นหลุมผลิตไปกำจัดบนฝั่ง  ซึ่งได้มีการศึกษาเปรียบเทียบกับกรณีในต่างประเทศ แต่มีข้อแตกต่างกับไทยทีมีระยะทาง 150 กิโลเมตร  ความลึกน้ำ 70 เมตร ดังนั้น แท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยมีกว่า 300 แท่น จึงได้นำมาเป็นโครงการนำร่องรื้อถอนก่อน 4 แท่น เพื่อศึกษากรณีมีการตัดแท่นหลุมผลิต ทำความสะอาด ยกลงเรือ และขนส่งไปยังพื้นที่จัดการของเสียในจังหวัดชลบุรีจะจัดการอย่างไร
 
 “กิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมดทำอยู่เหนือน้ำ  ไม่ว่าจะเป็นการตัดแท่นผลิต การยก ซึ่งได้มีการดูแลเรื่องความปลอดภัย  ที่สำคัญการทำความสะอาด  ต้องไม่มีสารปนเปื้อน ไม่มีสารไฮโดรคาร์บอน การล้างเป็นระบบปิด ไม่มีการระบาย ทิ้งลงน้ำส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่ถูกตัดจะต้องเป็นหลุมปิโตรเลียมที่มีการปิดหลุมอย่างถาวรแล้ว ไม่มีการใช้งานมา 1 ปี เพื่อให้เกิดความมั่นใจระหว่างการรื้อถอนว่า ไม่มีสารปนเปื้อนอย่างแน่นอน”
 
นายสุขสรรพ์  จินะณรงค์  วิศวกรสิ่งแวดล้อมอาวุโส กล่าวว่า  โครงการฯ ได้กำหนดขอบเขตของการดำเนินงาน ประกอบด้วย ส่วนบนของแท่นหลุมผลิตในทะเล 4 แท่น ได้แก่ แท่นหลุมผลิต YAWA  JKWB FUWM และ  FUWL เส้นทางการเดินเรือขนส่งระหว่างตำแหน่งในทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่มีกิจกรรมการรื้อถอน และสถานที่แยกชิ้นส่วนและจัดการวัสดุและของเสียจากการรื้อถอน จังหวัดชลบุรี รวมถึงเส้นทางบนบกไปยังสถานที่จัดการของเสีย อย่างไรก็ตาม การประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมที่จะดำเนินการที่สถานที่แยกชิ้นส่วนของส่วนบนของแท่นหลุมผลิต และการจัดการของเสียจะดำเนินการโดยบริษัทเจ้าของสถานที่แยกชิ้นส่วน ซึ่งอยู่ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและการกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม 
 
 ทั้งนี้ ภายหลังจากการรื้อถอนของแท่นหลุมผลิตออกแล้ว และมีการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่แล้ว จะเหลือขาแท่นวางไว้ที่เดิม อย่างไรก็ตาม จะมีการติดตั้งพื้นที่ทำงานชั่วคราว อุปกรณ์แปลงพลังงานแสงอาทิตย์ อุปกรณ์ช่วยทาง และอุปกรณ์สะท้อนเรดาร์บนขาแท่นหลุมผลิตที่ปล่อยไว้ที่เดิม เพื่อแจ้งตำแหน่งให้ผู้ใช้พื้นที่ในทะเลไม่ว่าจะเป็นเรือขนส่งสินค้า และเรือประมง
 
สำหรับกิจกรรมการรื้อส่วนบนของแท่นหลุมผลิตจะดำเนินการงานตามข้อกำหนดในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยได้วางแผนโครงการฯ และออกแบบทางวิศวกรรมมาตั้งแต้ต้นปีนี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มรื้อส่วนบนของแท่นหลุมผลิตแห่งแรกออกและขนส่งไปจัดการบนฝั่งได้ในเดือนตุลาคม 2560
 
ส่วนสถานที่แยกชิ้นส่วนและจัดการวัสดุและของเสียจะเริ่มกิจกรรมได้ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2560 โดยใช้เวลาประมาณ 45 วัน/แท่นหลุมผลิต รวมประมาณ 180 วัน หรือประมาณ 6 เดือนสำหรับฐานหลุมผลิต 4 แท่น ซึ่งจะมีการดำเนินงานไปจนถึงประมาณเดือนเมษายน 2561
 
ทางด้านผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง  โดยนายสุวิทย์  แซ่ลิ้ม  ตัวแทนจากสำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี  กล่าวว่า การรื้อถอนแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมส่วนบนตนคิดว่า บริษัท เชฟรอนฯ ได้พิจารณาความเหมาะสมแล้วให้มีผลกระทบน้อยที่สุด จึงไม่กังวลแต่ประการใด ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงได้รับทราบมาตลอด  อย่างไรก็ตามยังมีความเป็นห่วงเรื่องขาแท่นด้านล่างในอนาคตจะดำเนินการถอนอย่างไร และมีวิธีไม่ให้ก๊าซไหลออกมาส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร
 
เช่นเดียวกับนาวาโท ประเสริฐ สุขพิทักษ์  ผู้แทนจากกองทัพเรือ ภาคที่ 1 กล่าวว่า การรื้อถอนแท่นหลุมผลิตออกไปแล้ว  แต่ยังเหลือขาแท่นส่วนล่างอยู่ การดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยของเรือประมงมีไว้อย่างไร เพื่อให้ชาวประมงเกิดความมั่นใจ 
 
 ต่อคำถามดังกล่าว นายอรรถพล ชี้แจงว่า  แม้ว่ารื้อถอนแท่นหลุมผลิตส่วนบนออกไป เหลือไว้แต่ขาแท่นด้านล่าง แต่ยังคงระยะปลอดภัยไว้ 500 เมตร เหมือนเดิม มีการติดตั้งสัญญาณไฟกะพริบ และอุปกรณ์สะท้อนเรดาร์ไว้จุดเดิมก่อนหน้านี้  เพื่อแจ้งตำแหน่งเรือขนส่งสินค้า และเรือประมง  ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่มีประวัติว่าเรือประมงวิ่งมาชนแท่นแต่อย่างใด
 
นายอรรถพล ย้ำว่า ส่วนความเป็นห่วงจะมีก๊าซธรรมชาติไหลออกมาจากท่อปิโตรเลียมนั้น ขอเรียนว่า แท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่มีการรื้อถอนได้หยุดการใช้งานมา 1 ปีแล้ว จึงไม่มีก๊าซปิโตรเลียมหลงเหลืออยู่แล้ว ขณะเดียวกันขั้นตอนการปิดปากหลุมปิโตรเลียมได้นำซีเมนต์อัดลงไป 3-4 ชั้น เมื่อซีเมนต์แข็งตัวก็ได้มีการทดสอบแรงอัดที่มากกว่าในหลุม เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า ไม่มีปิโตรเลียมไหลออกมาอย่างแน่นอน
 
ส่วนนายภควัจน์  วงศาวัฒนา หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยในการทำงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี   ฝากให้ดูแลความปลอดภัยของลูกจ้างขณะปฏิบัติหน้าที่ พร้อมสอบถามว่า แท่นปิโตรเลียมด้านบนที่มีการรื้อถอนออกจะนำไปจัดการแยกชิ้นส่วนที่ไหน
 
ในเรื่องนี้ นายสุขสรรพ์ กล่าวให้ความมั่นใจว่า บริษัทรับเหมาได้ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน เพื่อดูแลความปลอดภัยของลูกจ้างทุกขั้นตอนอยู่แล้ว ส่วนพื้นที่ที่จะใช้เป็นสถานที่แยกชิ้นส่วนแท่นปิโตรเลียม และจัดการวัสดุและของเสียได้เลือกใช้โซนด้านใต้ของท่าเรือแหลมฉบัง  โดยวัสดุและของเสียที่เกิดขึ้นจะกระจายไปจัดการตามสถานที่ต่างๆ เช่น  เตาเผาของปูนซีเมนต์ ที่จังหวัดสระบุรี  หรือนำไปฝังกลบที่จังหวัดระยอง เป็นต้น 
 

 

กลับสู่บทความทั้งหมด