บทความที่เกี่ยวข้อง

กฟผ. พร้อมลุยลงทุน 1.7 แสนล้าน ตามแผนพลังงานหมุนเวียน 20 ปี เปิดโมเดลโรงไฟฟ้าประชารัฐวิสาหกิจ

เปิดแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน 20 ปีของ กฟผ. 2,000 เมกะวัตต์ล่าสุด หลังผ่านความเห็นชอบจากบอร์ด กฟผ. ไปเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2560 ที่ผ่านมา โดย กฟผ. จะลงทุนเองทั้งหมด เน้นพลังงานแสงอาทิตย์มากสุด 900 เมกะวัตต์ รองลงมาคือ ชีวมวล 595 เมกะวัตต์ พลังงานลม 229 เมกะวัตต์ คาดใช้เงินลงทุนรวมประมาณ 172,600 ล้านบาท

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่ เพื่อเน้นถึงความสำคัญของ กฟผ. ต่อการดำเนินโครงการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนและวิจัยพัฒนาพลังงานใหม่ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC)  ว่า แผนพัฒนาหมุนเวียน 20ปี (2558-2579) ของ กฟผ. ซึ่งมีการปรับปรุงใหม่ล่าสุด ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ กฟผ. ที่มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม เป็นประธาน ไปแล้วเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งขั้นตอนต่อไป จะนำเสนอต่อกระทรวงพลังงาน และจะเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power  Development Plan - PDP) ที่จะมีการปรับปรุงใหม่แทน PDP2015 ในปัจจุบัน

โดยสาระสำคัญของแผนพัฒนาหมุนเวียน 20 ปีของ กฟผ. ที่ปรับปรุงใหม่ล่าสุดนี้ ยังยืนยันให้มีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน คือจาก 500 เมกะวัตต์ เป็น 2,000 เมกะวัตต์ มีโครงการลงทุนทั้งสิ้น 144 โครงการวงเงินลงทุนปรับลดลงจากเดิมที่ตั้งไว้  2 แสนล้านบาท เหลือประมาณ 172,600 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงได้อีกตามต้นทุนพลังงานหมุนเวียน  แบ่งเป็นการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากสุด  900 เมกะวัตต์ รองลงมาคือชีวมวลเน้นวัตถุดิบจากไม้โตเร็ว จำนวน 595 เมกะวัตต์  พลังงานลม 229 เมกะวัตต์ พลังน้ำ 169 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ/พืชพลังงาน 56 เมกะวัตต์ และจากขยะ 50 เมกะวัตต์ 

ทั้งนี้ ในแผนระยะสั้น 5 ปี  (2560-2564) ซึ่งค่อนข้างจะมีความชัดเจนในรายละเอียดของโครงการลงทุนแล้ว จะมีการลงทุนรวม 208 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ 125 เมกะวัตต์ พลังน้ำ 43.5 เมกะวัตต์ พลังงานลม 24 เมกะวัตต์ ชีวมวล 14.5 เมกะวัตต์ และขยะ 1 เมกะวัตต์

นายสหรัฐ กล่าวว่า โครงการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนทั้ง 2,000 เมกะวัตต์ กฟผ. จะเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด  เนื่องจากในแผน PDP 2015  มีการแบ่งสัดส่วนการพัฒนาโครงการของเอกชนและ กฟผ. ไว้แล้ว โดยการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนของ กฟผ. จำนวน 2,000 เมกะวัตต์นั้น คิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 10% ขณะที่ภาคเอกชนมีสัดส่วน 90% ของการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนทั้งหมดของประเทศ 19,684 เมกะวัตต์ตามแผน PDP 2015 ทั้งนี้ กฟผ. เป็นรัฐวิสาหกิจจะได้รับผลตอบแทนการลงทุนประมาณ 6-7% เท่านั้น และต้องทำต้นทุนค่าไฟฟ้าต่ำกว่าภาคเอกชน ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า

สำหรับแผนลงทุนพลังงานหมุนเวียนของ กฟผ. นี้จะใช้เงินลงทุนจากกำไรของ กฟผ. เอง หลังการนำกำไรส่วนหนึ่งส่งรัฐบาล รวมถึงการออกพันธบัตรและเงินกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ ซึ่งถือว่ามีความพร้อมในการดำเนินการตามแผนดังกล่าว ในการลงทุนส่วนหนึ่งจะใช้โมเดล “โรงไฟฟ้าประชารัฐวิสาหกิจ” โดย กฟผ. เปิดโอกาสให้ภาคเกษตรกรในรูปแบบสหกรณ์หรือวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมลงทุน 10-20% ในโรงไฟฟ้าชีวมวล อันจะเป็นการสร้างรายได้ให้ภาคเกษตรกร 2 ส่วน ส่านแรกจากการขายเชื้อเพลิงชีวมวล ส่วนที่สองเป็นเงินปันผลจากโรงไฟฟ้า

ทั้งนี้ หากดำเนินการแผนพัฒนาพลังงานหมุนเวียน 20 ปี ได้ตามแผนดังกล่าว จะช่วยลดการปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เฉลี่ย 3.8 ล้านตันต่อปี และลดการนำเข้าเชื้อเพลิงเฉลี่ย 560 KTOE ต่อปี

กลับสู่บทความทั้งหมด