บทความทั้งหมด

Date : 15 / 02 / 2016

  • Date : 15 / 02 / 2016
    ซีอีโอปตท.ไม่ถอดใจ ยันใช้เพจTevin at PTT เป็นอีกช่องทางสื่อสารความจริงพลังงาน

    ซีอีโอ ปตท.ไม่ถอดใจ โดนกลุ่มค้านถล่มหน้าเพจเฟสบุ๊ค หลังโพสต์ข้อความชี้แจงโครงสร้างราคาน้ำมัน ยืนยันใช้เพจ Tevin at PTT เป็นอีกช่องทางสื่อสารความจริงพลังงาน
    นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีหน้าเพจเฟสบุ๊ค Tevin at PTT ซึ่งตั้งเพจไว้เพื่อสื่อสารกับสาธารณะ มีผู้กดถูกใจแล้วกว่า4,459คน ถูกประชาชนผู้ใช้เฟซบุ๊คกลุ่มหนึ่ง ระดมเครือข่ายเข้ามาแสดงเหตุผลตอบโต้ และดิสเครดิต กับการโพสต์ข้อความของเขาที่ชี้แจงเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ไม่รู้สึกท้อใจ และยินดีที่จะอธิบาย ชี้แจงข้อเท็จจริง หากเป็นกลุ่มประชาชนที่พร้อมจะรับฟังเหตุผล ไม่ใช่กลุ่มที่มีเจตนาจะเข้ามาก่อกวน ซึ่งกลุ่มคนดังกล่าว ก็ได้ทำการบล็อคไปแล้ว โดยยืนยันที่จะใช้เฟสบุ๊คเป็นอีกช่องทางในการสื่อสาร ข้อเท็จจริงเรื่องพลังงาน ต่อไป
    ทั้งนี้นายเทวินทร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คในอีก3วันถัดมาหลังจากที่เพจ Tevin at PTT ถูกก่อกวน โดยชี้แจงถึงการโพสต์เรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันว่า มีเจตนาที่จะให้ข้อเท็จจริงและเหตุผลที่หลายคนสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันแต่กลายเป็นว่าได้สร้างการแลกเปลี่ยนความเห็นที่อาจจะเกินเลยความพอดีไป พร้อมทั้งขอบคุณวิญญูชนผู้รักในความจริงและเหตุผล ที่มาสอบถามและแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงอย่างบริสุทธิ์ใจ และระบุด้วยว่า สังคมไทยจะต้องสามารถหาทางออกด้วยปัญญาและไม่ตกอยู่ในกระแสที่จงใจสร้างความแตกแยกและเกลียดชัง
    “เราเห็นต่างกันได้ถกกันได้ด้วยเหตุด้วยผลโดยไม่ต้องใช้วาทกรรมโจมตีผู้เห็นต่างครับ”นายเทวินทร์ ย้ำ
    พร้อมกันนี้นายเทวินทร์ ยังได้อโหสิกรรมที่มีส่วนเป็นสาเหตุให้เกิดโทสะและโมหะ ด้วยการอาราธนาข้อเตือนใจจากท่านดาไลลามะ และคำแผ่เมตตาของท่านอจ.ชยสาโร เพื่อใจที่เป็นสุข และปราศจากทุกข์ของทุกคน โดยเชื่อว่า เมตตา คือ ความหวังดี ( ไม่จำเป็นต้องรัก) ทุกคนและทุกฝ่ายสามารถหวังดีต่อกันได้
    สำหรับข้อความที่โพสต์และกลายเป็นประเด็นที่มีการตอบโต้กันอย่างหนักคือโพสต์เรื่อง "ราคาน้ำมันโลกปรับลด แต่ทำไมราคาน้ำมันบ้านเราถึงไม่ลดให้ทันกับตลาดโลก?” โดยนายเทวินทร์ ได้อธิบาย เกริ่นนำว่า “โครงสร้างราคาน้ำมัน” ของไทย ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ต้นทุน + ภาษีและกองทุน + ค่าการตลาด และชี้แจงเพิ่มเติมโดยไล่เรียงเป็นข้อๆเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ดังนี้
    1. ราคาน้ำมันขายปลีกลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบจริง เพราะภาษีไม่ได้ปรับลดตามสัดส่วน
    2. การเก็บภาษีสรรพสามิตผู้ใช้เชื้อเพลิง Fossil ที่ใช้แล้วหมดไป เพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะช่วยพัฒนาประเทศให้เหมาะสมต่อคนรุ่นต่อๆ ไปใช้พลังงานมีประสิทธิภาพขึ้น
    3. รัฐบาลสหรัฐอเมริกามีรายได้จากภาษีธุรกิจมากมาย จึงไม่ต้องการภาษีสรรพสามิต ทำให้ราคาน้ำมันถูกมาก
    4. ประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (รวมทั้งมาเลเซีย) เคยรวยจากรายได้ขายน้ำมัน จึงอุดหนุนราคาในประเทศถูกมาก ขณะนี้เจอปัญหาหนักและพยายามยกเลิกด้วยความลำบาก
    5. ในช่วงนี้ราคาน้ำมันดิบลดต่ำมาก บางประเทศที่นำเข้ากำหนดฐานราคาขั้นต่ำภายในประเทศ เช่น จีนกำหนดที่ 40 เหรียญ/บาร์เรล เพื่อเก็บรายได้จากส่วนต่าง รักษาการใช้พลังงานทดแทนและไม่ให้คนใช้ฟุ่มเฟือย
    6. กองทุนน้ำมันมีวัตถุประสงค์ใช้เป็น buffer ในระยะสั้น เพื่อไม่ต้องปรับราคาหน้าปั๊มตามราคาตลาดที่อาจจะเปลี่ยนแปลงบ่อยและไม่รุนแรงตามราคาตลาดโลก แต่ไม่เพียงพอสำหรับการเปลี่ยนฐานราคา
    7. ต่อมามีการใช้กองทุนเพื่ออุดหนุนราคา Gasohol, biodiesel และ LPG เป็นบางครั้ง เมื่อกลไกภาษีไม่เพียงพอ
    8. เอทานอลและไบโอดีเซล มีต้นทุนสูงกว่าน้ำมันจริง แต่ผลิตจากพืชเกษตรในประเทศ จึงสร้างแรงจูงใจให้ใช้เพื่อแก้ปัญหาผลผลิตอ้อย มัน และปาล์ม ล้นตลาด และสร้างทางเลือกในระยะยาว รัฐจึงสนับสนุนโดยเก็บภาษีต่ำ
    9. รถทั่วไปใช้ Gasohol ได้แล้ว เบนซิน 95 จึงเป็นทางเลือกพิเศษ ขายปริมาณน้อยมาก ภาษีและค่าการตลาดจึงสูงกว่าน้ำมันทั่วไปจริง
    10. ค่าการตลาดของบริษัทน้ำมัน อยู่ระหว่าง 1.50 ถึง 2 บาทต่อลิตร เป็นไปตามกลไกตลาด ใครลดราคาก่อนหรือขึ้นราคาทีหลังก็จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่ม เช่น ปตท.และบางจาก ประเทศส่วนใหญ่สูงกว่าไทย เช่น สิงคโปร์ 4-5 บาท/ลิตร